เสียงกลอนประตูเหล็กดัดที่ถูกผลักเข้ามาดังบาดลึกเข้าไประบบประสาท รินรดาผละออกจากวงแขนของวินเซนต์ราวกับถูกไฟช็อต ความร้อนที่ยังหลงเหลืออยู่บนผิวแก้มไม่ได้มาจากความเขินอาย หากแต่เป็นความตระหนกที่พุ่งขึ้นสู่ขีดสุด เมื่อร่างสูงโปร่งของอัยการธันวาในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยความนัยอันตราย
“ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะ ‘การหารือคดีความ’ ที่ออกจะ... ถึงพริกถึงขิงไปสักหน่อยนะครับ” ธันวาก้าวเข้ามาในร้าน บรรยากาศรอบตัวเขาราวกับมีแรงกดอากาศต่ำแผ่ซ่าน
วินเซนต์ไม่ได้ถอยหนี เขายืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้ารินรดา ใบหน้าเรียบเฉยราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกสลักเสลาขึ้นมาเพื่อปกปิดทุกห้วงอารมณ์ เขาสอดมือลงในกระเป๋ากางเกงพลางเหลือบมองซองเอกสารสีน้ำตาลในมืออัยการหนุ่มด้วยสายตาที่เย็นเยียบพอๆ กับน้ำแข็ง
“การบุกรุกเคหสถานในยามวิกาลของเจ้าพนักงานรัฐ ดูเหมือนจะเป็นรสนิยมที่ค่อนข้างต่ำตมไปนิดนะครับ อัยการธันวา” วินเซนต์เอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนรินรดาที่ยืนอยู่ด้านหลังยังสัมผัสได้ถึงแรงปะทะทางจิตวิทยา
“ถ้าสิ่งที่ผมนำมาด้วย มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะเปลี่ยนสถานะ ‘ผู้ต้องหา’ ของลูกค้าคุณ ให้กลายเป็น ‘นักโทษ’ ได้ทันที ผมว่าการเสียมารยาทเล็กน้อยก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยงไม่ใช่หรือครับ?” ธันวาขยับยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบของเขาจ้องมองผ่านไหล่ของวินเซนต์ไปที่รินรดา “สวัสดีครับคุณรินรดา หวังว่าเชฟคนเก่งจะยังไม่ได้ลืม ‘รสชาติ’ ของความยุติธรรมที่แท้จริงไปเสียก่อนนะ”
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก พยายามปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้มั่นคง เธอเดินออกมาจากด้านหลังของวินเซนต์ เผชิญหน้ากับผู้ชายสองคนที่ต่างก็เป็นยอดฝีมือในสายงานของตนเอง “เชิญนั่งสิคะอัยการธันวา ถ้าคุณมีเวลาว่างพอจะมาข่มขู่ในครัวของฉัน งั้นเรามาคุยเรื่องเดิมพันกันให้ชัดเจนไปเลยดีกว่า”
โต๊ะไม้โอ๊กตัวกลางร้านกลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อม วินเซนต์และธันวานั่งลงฝั่งตรงข้ามกัน ขณะที่รินรดายืนอยู่กึ่งกลางราวกับผู้ตัดสินในเกมหมากรุกที่เดิมพันด้วยอิสรภาพ
“เปิดมันออกมาเลยดีกว่า” วินเซนต์เอ่ยขึ้นขณะที่รินรดารินไวน์แดงลงในแก้วคริสตัล วางมันลงตรงหน้าธันวาด้วยท่าทีนิ่งสงบ
ธันวาวางซองเอกสารลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษกระทบไม้ดังแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ “ในนี้มีบันทึกการโอนเงินจากบัญชีลับของตระกูลอัครเดชโภคินไปยังบริษัทจัดซื้อวัตถุดิบที่คุณรินรดาเป็นผู้บริหาร วินเซนต์... นายรู้ดีว่าหลักฐานนี้ไม่ได้แค่ทำลายคดีของนาย แต่มันจะทำลาย ‘เชฟสาวผู้กุมความลับ’ คนนี้ให้หมดอนาคตในวงการอาหาร”
วินเซนต์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท “นายคิดว่าฉันโง่พอจะทิ้งร่องรอยไว้ในที่ที่อัยการสมองกลแบบนายจะขุดเจอเหรอ?”
“คนฉลาดมักตกม้าตายเพราะความมั่นใจในตัวเองเสมอ” ธันวาโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงของเขาทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยแรงกดดัน “รินรดา... ถ้าคุณยอมหันหลังให้ผู้ชายคนนี้ ยอมเป็นพยานให้ฝั่งอัยการ ผมสัญญาว่าเรื่องเอกสารฉบับนี้จะหายไปจากสารบบทันที คุณกับร้านอาหารของคุณจะปลอดภัย นี่คือข้อเสนอเดียวที่จะช่วยคุณได้”
ความเงียบเข้าปกคลุมร้านอาหารอีกครั้ง รินรดารู้สึกถึงสายตาของวินเซนต์ที่จับจ้องมาที่เธอ—มันไม่ใช่สายตาของความหวาดกลัว แต่มันคือการรอดูว่าเธอจะเลือกเดินหมากอย่างไร
รินรดาหยิบแก้วไวน์ขึ้นมา จิบเพียงเล็กน้อยก่อนจะวางลงเบาๆ บนโต๊ะ ดวงตาคู่สวยสบประสานกับธันวาอย่างไม่ลดละ “อัยการคะ... คุณรู้ไหมว่าทำไมอาหารฝรั่งเศสชั้นเลิศถึงต้องใช้ไฟแรงในการปรุงช่วงแรก? เพราะถ้าเราไม่กล้าพอที่จะคุมไฟ เราก็ไม่มีวันได้เนื้อสัมผัสที่สมบูรณ์แบบ”
เธอขยับยิ้มหวาน ทว่าในรอยยิ้มนั้นกลับซ่อนความคมกริบไว้ “ข้อเสนอของคุณน่าสนใจค่ะ แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่ง... ฉันเป็นคนปรุงรสชาติในจานนี้เอง และฉันก็ไม่ชอบรสชาติของคำโกหก”
รินรดาเอื้อมมือไปคว้าซองเอกสารจากมือธันวาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแกะออกแล้วหยิบเอกสารด้านในออกมาอ่านเพียงชั่วครู่ วินเซนต์เลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ แต่รินรดากลับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
“ลายเซ็นนี้... ดูดีนะคะ แต่น่าเสียดายที่ในบริษัทของฉัน เลขานุการทุกคนต้องผ่านการตรวจสอบจากฉันเอง และเลขานุการคนที่ลงนามในเอกสารฉบับนี้ ลาออกไปตั้งแต่เดือนที่แล้วโดยที่ยังไม่ได้เข้าออฟฟิศเลยด้วยซ้ำ”
ธันวาชะงัก สีหน้าของเขาที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจเปลี่ยนเป็นเรียบตึง วินเซนต์เหยียดยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ดูอันตรายและทรงเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน
“นายพลาดแล้วธันวา” วินเซนต์เอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ “นายพยายามจะจับฉันด้วยหลักฐานปลอม ในขณะที่ตัวนายเองกำลังถูกบันทึกเสียงสนทนาทั้งหมดตั้งแต่ก้าวเข้ามาในร้านนี้แล้ว”
วินเซนต์หยิบเครื่องอัดเสียงจิ๋วออกมาจากใต้โต๊ะ รินรดาหันมองวินเซนต์ด้วยความทึ่ง—เขาไม่ได้แค่เตรียมรับมือ แต่เขาวางแผนที่จะทำลายคู่ปรับคนนี้ให้สิ้นซากในคราวเดียว
“การบุกรุก การปลอมแปลงเอกสารราชการ และการข่มขู่พยาน... นายคิดว่าคดีของฉันจะจบที่ตรงไหนครับ อัยการ?” วินเซนต์ลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ของเขากดดันให้ธันวาต้องถอยร่นไปข้างหลัง
ธันวาขบกรามแน่น นัยน์ตาสั่นไหวด้วยความเคียดแค้น แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากโต้ตอบ เสียงโทรศัพท์ของรินรดาก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ท่ามกลางความเงียบสนิทที่บีบคั้น รินรดากดรับสายพลางเปิดลำโพง
“คุณรินรดาครับ... ผมได้รับข่าวแจ้งมาว่า ที่คลังสินค้าของคุณเพิ่งจะถูกเจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษเข้าตรวจค้นเมื่อห้านาทีก่อน และพวกเขาพบ ‘บางอย่าง’ ที่อาจทำให้คุณต้องเข้าไปอยู่ในคุกตลอดชีวิตครับ”
เสียงปลายสายที่คุ้นเคยทำเอาวินเซนต์และรินรดาชะงักงัน ธันวาที่กำลังจะเพลี่ยงพล้ำกลับเปลี่ยนท่าทีเป็นยิ้มหยันที่มุมปากอีกครั้ง
“ดูเหมือน ‘เดิมพัน’ ของเราจะยังไม่จบลงง่ายๆ นะครับคุณทนาย เพราะดูท่าว่าเกมนี้... คนที่ถือไพ่ตายตัวจริงอาจจะไม่ใช่เราทั้งคู่”
มิดไนท์คิสหวังว่าบทนี้จะทำให้คุณรี้ดหัวใจเต้นแรงจนแทบหยุดหายใจไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ทนายเลือดเย็นกับเชฟสาวผู้กุมความลับรสเลิศ•ตอนที่ 6
เดิมพันที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายเลือดเย็นกับเชฟสาวผู้กุมความลับรสเลิศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!