เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือเกือบสองร้อยชีวิตในห้องจัดเลี้ยงหรูหราดังประสานกันระงมราวกับฝูงผึ้งแตกตื่น หน้าจอของแขกเหรื่อและบรรดาไฮโซตระกูลดังต่างสว่างวาบขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตากลับไม่ใช่ข้อความขยะหรือข่าวสารบ้านเมืองทั่วไป หากแต่เป็นแถบแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารระดับเวิลด์คลาสที่ขึ้นตัวเลขสีแดงฉาน พร้อมข้อความสั้นๆ แต่ทรงพลังทำเอาลมหายใจสะดุด
"ท่านได้รับเงินโอนเข้าบัญชีจำนวน 10,000,000 บาท จาก 'ระบบผู้พิทักษ์ความมั่งคั่ง' – รายการธุรกรรมเสร็จสิ้นสมบูรณ์"
อัครพลที่กำลังยกแก้วไวน์ขึ้นจิบด้วยรอยยิ้มเยาะสะใจ ชะงักค้างกลางอากาศ ดวงตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนเส้นเลือดฝอยในตาแทบปูดโปーン เขาขยี้ตาตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อไล่ความพร่ามัว หน้าจอโทรศัพท์มือถือราคาแพงในมือสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ เช่นเดียวกับบรรดาญาติสนิทมิตรสหายของเขาที่ต่างหันมามองหน้ากันด้วยความหวาดระแวงและความงุนงงระคนความโลภ
เงินสิบล้านโอนเข้าบัญชีของทุกคนในงานเลี้ยงพร้อมกัน... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ!
"อะ... อะไรกันเนี่ย! เงินบ้าอะไรเข้าบัญชีฉันตั้งสิบล้าน!" เสียงอุทานด้วยความตกใจของหญิงสาวไฮโซคนหนึ่งดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงฮือฮาเซ็งแซ่ของคนในงานที่เริ่มลุกขึ้นยืนมองหาก1แอมพลิฟายด์ความโกลาหลให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก
ทว่าท่ามกลางความอลหม่านนั้น มีเพียงชายหนุ่มคนเดียวที่ยืนสงบนิ่งราวกับพายุหมุนรอบตัวเขาไม่เคยมีอยู่จริง คีย์ยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนสไตล์โรมันในชุดสูทราคาประหยัดที่รินช่วยเลือกซื้อให้เมื่อปีก่อน รอยยิ้มมุมปากของเขาช่างเยือกเย็นและทรงอำนาจจนน่าขนลุก ดวงตาคมกริบกวาดมองความตื่นตระหนกของเหล่าผู้ดีจอมปลอมเหล่านี้ด้วยความสมเพชเวทนา
ในโลกแห่งเกมออนไลน์ คีย์คือผู้เล่นอันดับหนึ่งที่เคยถูกกิลด์ใหญ่หักหลังและเหยียบย่ำจนจมดิน แต่วันนี้... เมื่อระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้นตื่นขึ้นในโลกความเป็นจริง เขาไม่ใช่ไอ้กระจอกที่ก้มหัวให้ใครอีกต่อไปแล้ว
"ใจเย็นๆ ครับทุกท่าน..." คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่มันกลับก้องกังวานและทรงพลังจนกดขี่เสียงเซ็งแซ่ทั้งหมดให้เงียบลงสนิท ราวกับมีน้ำหนักนับตันกดทับลงบนบ่าของทุกคนในห้อง "เงินจำนวนนั้น... ถือเป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆ จากผม เพื่อแสดงความยินดีในงานหมั้นของไอ้คุณอัครพลเขานะครับ"
สายตาทุกคู่พุ่งตรงมาที่คีย์เป็นตาเดียว รินที่ยืนอยู่ข้างกายเขาถึงกับมือไม้สั่นด้วยความตกใจ เธอดึงชายเสื้อสูทของคีย์เบาๆ พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "คีย์... เธอทำอะไรลงไป? เงินตั้งมากมายขนาดนั้น... มันมาจากไหนกัน?"
คีย์หันไปมองหญิงสาวผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขามาตลอดหลายปี แววตาที่เคยเย็นชาและแข็งกร้าวพลันแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นอ่อนโยนอย่างเห็นได้ชัด เขายกมือขึ้นลูบศีรษะของเธอเบาๆ อย่างทะนุถนอม "ริน... เชื่อใจผมนะครับ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป จะไม่มีใครหน้าไหนในโลกนี้กล้าดูถูกเราได้อีกแล้ว"
เสียงหัวใจของรินเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่อจำนวนเงินมหาศาล แต่เป็นเพราะความมั่น
มั่นคงในแววตานั้น มันคือสายตาของชายผู้พร้อมจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเพื่อให้เธอมีความสุข
"แก! ไอ้สวะคีย์!"
เสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดดังขึ้นทำลายบรรยากาศ อัครพลโยกตัวหลุดจากการยืนอึ้ง พุ่งเข้าใส่คีย์ด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว ศักดิ์ศรีของลูกคุณหนูตระกูลดังถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีต่อหน้าแขกเหรื่อผู้ทรงเกียรติ ยิ่งเห็นว่าไอ้คนที่เขาเคยเหยียบย่ำเป็นมดปลวกสามารถแจกเงินสิบล้านให้คนทั้งห้องได้หน้าตาเฉย ความอิจฉาริษยาและโทสะก็แผดเผาจนสติหลุดลอย
"แกเอาเงินมาจากไหนวะไอ้กระจอก! แกมันก็แค่ไอ้เด็กส่งพิซซ่าไส้แห้ง! อย่ามาทำเป็นสำรวยแถวนี้ ลบแอปบ้าๆ นี่แล้วกราบตีนฉันเดี๋ยวนี้!" อัครพลพุ่งเข้ามาหมายจะกระชากคอเสื้อของคีย์
*เพียะ!*
เสียงตบดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้องไปทั่วห้องจัดเลี้ยง แต่ไม่ใช่เสียงหมัดของอัครพล... และไม่ใช่เพราะคีย์เป็นคนลงมือ
รินต่างหาก... หญิงสาวผู้เงียบMบและอ่อนโยนมาตลอด ยืนเงื้อมือขึ้นค้างไว้กลางอากาศ ใบหน้าของอัครพลหันไปตามแรงตบจนมุมปากแตกเป็นแผลซึม รินจ้องมองอดีตเพื่อนร่วมชั้นที่เคยรังแกเธอและคีย์ด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยวและไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ อีกต่อไป
"อย่ามาแตะต้องเขา..." รินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นน้อยๆ แต่หนักแน่นและทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ "พวกคุณเหยียบย่ำพวกเรามามากพอแล้ว..."
อัครพลหันกลับมามองหน้าหญิงสาวด้วยความตกตะลึง ประกายความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านยิ่งกว่าเดิม เขาเงื้อมือขึ้นสูงหมายจะตบสั่งสอนผู้หญิงที่กล้าตบหน้าทายาทตระกูลใหญ่ต่อหน้าธารกำนัล
*หมับ!*
ข้อมือของอัครพลถูกคว้าเอาไว้กลางอากาศอย่างแม่นยำ แรงบีบที่ส่งมาจากฝ่ามือของคีย์นั้นรุนแรงและหนักหน่วงราวกับคีมเหล็กกล้า กระดูกข้อมือของอัครพลส่งเสียงลั่นกรอบด้วยความเจ็บปวดจนเขาต้องร้องโودออกมาด้วยความทรมาน
"มือข้างนี้... แกใช้ทำอะไรบ้างนะ?" คีย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชาไร้ความรู้สึก แววตาคู่นั้นดำมืดสนิทราวกับห้วงเหวลึกที่ไร้ก้นบึ้ง "แกเคยผลักรินจนล้มลงบนพื้นเปียกๆ ในวันฤดูฝนใช่ไหม? แกเคยฉีกจดหมายสมัครงานของฉันทิ้งต่อหน้าต่อตาใช่ไหม?"
"แก... แกพูดเรื่องอะไรวะ! ปล่อยนะโว้ย!" อัครพลพยายามดิ้นรนสุดชีวิต แต่ยิ่งดิ้น แรงกดทับจากฝ่ามือของคีย์ก็ยิ่งเพิ่มทวีคูณจนเข่าของอัครพลทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นหินอ่อน
ในจังหวะวิกฤตนั้นเอง ประตูบานใหญ่แกะสลักลายทองอร่ามของห้องจัดเลี้ยงก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายวัยกลางคนในชุดสูทผู้บริหารระดับสูง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬที่ไหลซึม และท่าทางลนลานอย่างเห็นได้ชัด เขาคือ "คุณกิตติ" ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมหรูแห่งนี้
กิตติวิ่งกระหืดกระหอบฝ่าฝูงชนเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก สายตากวาดมองไปรอบห้องจนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่ร่างของคีย์ที่ยืนสงบนิ่งอยู่
แขกเหรื่อในงานต่างพากันกระซิบกระซาบด้วยความสงสัย ว่าเหตุใดผู้จัดการโรงแรมระดับห้าดาวจึงต้องวิ่งหน้าตั้งเข้ามาด้วยท่าทีตื่นตระหนกขนาดนี้ หรือว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นในระบบการเงินของโรงแรม?
กิตติหยุดยืนตรงหน้าคีย์ หอบหายใจถี่กระชั้นชิดครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวลงคำนับเก้าสิบองศาอย่างนอบน้อมที่สุด จนศีรษะเกือบจะแนบติดกับพื้นพรมราคาแพง สร้างความตกตะลึงให้แก่ทุกคนในห้องจนอ้าปากค้าง
"กราบเรียน... ท่านประธานผู้ถือหุ้นใหญ่คนใหม่ครับ!" เสียงอันสั่นเทาและเต็มไปด้วยความยำเกรงของผู้จัดการโรงแรมดังลั่นห้องจัดเลี้ยง
อัครพลที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นถึงกับสมองขาวโพลน เขารีบเงยหน้าขึ้นมองผู้จัดการด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง "ผู้จัดการกิตติ! แกพูดบ้าอะไรวะ! ใครคือประธานผู้ถือหุ้นใหญ่! โรงแรมนี้เป็นของตระกูลฉันนะเว้ย!"
กิตติเหลือบสายตาอันเย็นชามามองอัครพลราวกับมองเศษขยะข้างถนน ก่อนจะหันกลับไปหาคีย์แล้วพูดด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ
"เรียนท่านประธาน... ทางกลุ่มทุน 'โกลบอล แคปปิตอล ซิสเต็ม' ได้ทำการซื้อกิจการโรงแรมแห่งนี้ทั้งหมด รวมถึงที่ดินและสินทรัพย์ในเครือเรียบร้อยแล้ว ด้วยวงเงินสดเต็มจำนวน... และท่านประธานได้มีคำสั่งด่วนที่สุด ณ ตอนนี้ครับ"
คีย์ปรายตามองอัครพลที่หน้าซีดเผือกราวกับคนตาย ก่อนจะเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงพลังอำนาจจนสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
"ผมสั่งให้... ไล่แขกไร้มารยาทพวกนี้ออกไปให้หมด รวมถึงไอ้ขยะที่คุกเข่าอยู่ตรงนี้ด้วย..."
คีย์หยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทลวดลายทองคำแท้ (Black Card) ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น ก่อนจะโยนมันลงไปตรงหน้าอัครพลที่กำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
"...และช่วยคิดเงินค่าเสียหายทั้งหมดในการจัดงานปาร์ตี้ขยะนี่ด้วย รูดบัตรนี้ได้เลย... ผมจ่ายไม่อั้น"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและกดหัวใจให้กิลด์มาสเตอร์เอสในตอนนี้นะครับ
ล็อกอินวันแรก! ระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้น สยบฟ้าท้าเงินล้าน•ตอนที่ 2
รูดบัตรดำให้พนักงานโรงแรมช็อก
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก! ระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้น สยบฟ้าท้าเงินล้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!