ตัวเลขสีแดงฉานบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือไม่ได้เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ของการลดลงทางมูลค่า แต่มันคือหยดเลือดที่ค่อยๆ ไหลรินออกจากชีพจรของอาณาจักรธุรกิจที่ธามเคยภาคภูมิใจว่ายิ่งใหญ่และไม่มีวันล่มสลาย หุ้นของธามกรุ๊ปดิ่งพสุธาตุose-limit ติดต่อกันเป็นวันที่สาม แรงกระแทกจากการรั่วไหลของเอกสารลับเกี่ยวกับการทุจริตภายในและการฟอกเงินถูกเผยแพร่ผ่านสำนักข่าวเศรษฐกิจหัวสีเมื่อรุ่งสาง ทำลายความน่าเชื่อถือที่เขาใช้เวลาค่อนไปครึ่งชีวิตสร้างมาพังทลายลงในพริบตา
ห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจที่ติดขัดของซีอีโอหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่ง ธามนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานหินอ่อนสีดำ ร่างกายแข็งทื่อราวกับรูปปั้นหินที่ถูกสาปให้จมอยู่กับความผิดพลาดของตนเอง ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย็นชาและมองผู้คนราวกับเป็นเพียงเบี้ยในกระดาน บัดนี้แดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยจากการอดนอนและความเครียดที่กัดกินวิญญาณ
เขากำลังพ่ายแพ้... และคนที่ถือมีดกรีดอวัยวะภายในของเขาออกทีละชิ้น ก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากผู้หญิงคนที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งให้ออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย
"ท่านประธานคะ... ทางตลาดหลักทรัพย์โทรมาสอบถามเรื่องแถลงการณ์ด่วนค่ะ และคณะกรรมการบริหารกำลังเรียกร้องให้มีการประชุมวิสามัญเพื่อปลด..." เลขานุการสาวหน้าซีดเผือดก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าอันสั่นเทา เสียงของเธอขาดห้วงเมื่อปะทะเข้ากับรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่ม
"ออกไป" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาอย่างยากลำบาก ธามไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองหล่อนด้วยซ้ำ ปลายนิ้วที่สั่นเทากำลังกำเอกสารรายงานความเสียหายในมือจนยับยู่ยี่
เมื่อประตูห้องปิดลง ความเงียบงันก็เข้าโอบล้อมเขาอีกครั้ง พร้อมๆ กับภาพความทรงจำที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ รินรดาในชุดเรียบง่าย นั่งเงียบๆ อยู่ที่มุมห้องนั่งเล่นในยามที่เขากลับบ้านดึกดื่น ปลายนิ้วเรียวเล็กของเธอคอยรินชาอุ่นๆ ให้โดยไม่เคยเอ่ยปากบ่นหรือเรียกร้องความสนใจ ทว่าสิ่งที่เขามอบให้กลับมีเพียงความเย็นชา สายตาดูแคลน และวาจาเชือดเฉือนที่บอกว่าเธอไม่มีค่าพอที่จะยืนเคียงข้างเขา
*‘คุณมันก็แค่กาฝากที่เกาะผมกินไปวันๆ รินรดา’*
คำพูดใจร้ายพวกนั้นย้อนกลับมาตบหน้าเขาฉาดใหญ่ในวันที่เขาตระหนักว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ใช่เธอที่เกาะเขา, แต่เป็นเขาต่างหากที่พึ่งพาความสงบสุขและความมั่นคงทางจิตใจที่เธอมอบให้โดยไม่รู้ตัว และตอนนี้ เมื่อผู้หญิงคนนั้นเดินจากไปพร้อมกับคราบน้ำตาและหัวใจที่แตกสลาย โลกของเขาก็พังทลายลงอย่างสมบูรณ์แบบ
แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์บนโต๊ะดึงเขาออกจากภวังค์ ธามก้มมองหน้าจอ ปรากฏชื่อของ คริษฐ์ ศัตรูทางธุรกิจตัวฉกาจผู้ก้าวขึ้นมาเป็นประธานบริหารคนใหม่ของกลุ่มทุนคู่แข่ง
นิ้วแกร่งกดรับสายด้วยความรู้สึกที่ดิ่งเหว ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อรักษาฟอร์มสุดท้ายของซีอีโอผู้ไม่เคยยอมจำนน
"นายต้องการอะไร คริษฐ์" ธามเค้นเสียงถามลอดไรฟัน ความโกรธเกรี้ยวผสมผสานกับความสิ้นหวัง
(ฮ่าๆๆ น้ำเสียงของประธานธามผู้ทรงอิทธิพลดูโรยราไปเยอะเลยนี่ครับ) เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังลอดมาจากปลายสาย (ผมแค่โทรมาแสดงความยินดี... อ้อ ไม่สิ ต้องเรียกว่ามาแสดงความเสียใจกับความพินาศที่คุณกำลังเผชิญอยู่ต่างหาก หุ้นตกต่ำจนน่าใจหายเลยนะ หรือว่าคุณอยากรู้ไหมล่ะว่าเอกสารชุดนั้นหลุดออกไปถึงมือสื่อได้อย่างไร?)
หัวใจของธามกระตุกวูบ รังksกระไอแห่งความตระหนักรู้บางอย่างพุ่งวาบขึ้นมาในสมอง
"ฝีมือแก... แกเป็นคนปล่อยข่าว!"
(อย่าเพิ่งปรักประำผมสิครับ คนเราทำกรรมอะไรก็ย่อมได้รับผลกรรมแบบนั้นไม่ใช่เหรอ? คุณมองข้ามเพชรแท้ในมือไป เพื่อไปคว้ากรวดทราย... ตอนนี้ก็สมควรแล้วนี่ที่จะต้องนั่งมองทุกอย่างหลุดลอยไปต่อหน้าต่อตา) คริษฐ์เว้นจังหวะเล็กน้อย น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นและทรงพลังขึ้น (แต่อันที่จริง... ยังมีคนใจดีที่พร้อมจะซื้อกิจการใกล้เจ๊งของคุณในราคาเศษกระดาษนะ สนใจจะเจรจาสักหน่อยไหมล่ะ?)
"ฝันไปเถอะ!" ธามตวาดลั่นด้วยความเดือดดาล ก่อนจะกดตัดสายทิ้งอย่างแรงด้วยความคับแค้นใจ
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเซถลาไปที่กระจกใสบาน ใหญ่มองลงไปยังเบื้องล่างที่การจราจรยังคงดำเนินไปอย่างปกติ ทว่าสำหรับเขาแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวล้วนว่างเปล่าและมืดมน
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจมดิ่งอยู่กับความมืดมิดอย่างไร้ทางออก ประตูห้องทำงานที่ควรจะปิดสนิท กลับถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
ธามขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ หันขวับกลับไปหมายจะไล่ตะردพนักงานที่บังอาจเสียมารยาท แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเพลิงกุหลาบก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้ามั่นคง ท่วงท่าสง่างาม เย่อหยิ่ง และเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่สะกดทุกสายตา
รินรดา... อดีตภรรยาผู้เงียบขรึมและอ่อนแอในความทรงจำ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นนางพญาผู้กุมชะตากรรมของเขาไว้ในกำมืออย่างสมบูรณ์แบบ
เธอยกยิ้มมุมปากเล็กๆ ส่งสายตาเรียบเฉยแต่คมกริบมามองเขา ราวกับกำลังมองดูแมลงตัวหนึ่งที่กำลังดิ้นรนอยู่ในกำมือของเธอ
"แปลกใจเหรอคะที่เห็นฉัน?" เสียงหวานใสที่เคยสั่นเครือในอดีต บัดนี้กลับทรงพลังและเย็นชาจนน่าขนลุก รินรดาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเขาโดยมีผู้ติดตามร่างสูงใหญ่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง
ธามอ้าปากค้าง สมองตื้อตันจนประมวลผลไม่ทัน ภาพซ้อนทับระหว่างอดีตภรรยาผู้เจียมตัวกับนักลงทุนปริศนาผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ที่เพิ่งกวาดซื้อหุ้นของธามกรุ๊ปไปกว่าสี่สิบเปอร์เซ็นต์เมื่อเช้านี้... หลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างชัดเจน
"ทะ... ริน... เธอ..." น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงและหวาดหวั่นเป็นครั้งแรกในชีวิต
"ตกใจมากสินะคะ..." รินรดายื่นมือเรียวสวยที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตขึ้นมาลูบปกเสื้อสูทของเขาเบาๆ อย่างเย้ยหยัน ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของธามพังทลายลงในพริบตา
"ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของตระกูลคุณค่ะ... สามีเก่าของฉัน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางแก้แค้นไปพร้อมกันนะคะ
ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขามองข้าม•ตอนที่ 10
กลิ่นอายความล้มเหลว
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขามองข้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!