เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังมันลงมา สะท้อนก้องกังวานไปทั่วห้องโถงกว้างของคฤหาสน์หรูริมน้ำ
รินรดายืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ มือเรียวบางกำลังบรรจงติดกระดุมเม็ดสุดท้ายของเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีดำสนิท ใบหน้ารูปไข่ราบเรียบไร้ระลอกคลื่นแห่งความหวาดหวั่น ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววอ่อนแอและยอมจำนนในอดีต บัดนี้กลับพราวระยับด้วยประกายแห่งชัยชนะและความเย็นชาอันน่าสะพรึงกลัว เธอปรายตามองไปยังบานประตูไม้สักทองที่ถูกกระหน่ำเคาะไม่หยุดหย่อน ก่อนจะพ่นลมหายใจบางเบาออกมาอย่างนึกสมเพช
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้ รินรดา!"
เสียงคำรามต่ำลอดผ่านเข้ามาพร้อมกับแรงกระแทกซ้ำๆ ที่ทำเอาบานประตูสั่นสะเทือน ธามในยามนี้ไม่มีมาดของประธานกรรมการบริหารผู้ทรงอิทธิพลและเยือกเย็นแห่งอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้านหลงเหลืออยู่อีกต่อไป ความโกรธเกรี้ยว ความหวาดระแวง และความจริงอันน่ารังเกียจที่เพิ่งถูกเปิดโปงเมื่อชั่วโมงก่อน กำลังแผดเผาสติสัมปชัญญะของเขาให้มอดไหม้จนแทบคลั่ง
ทันทีที่สลักกลอนถูกปลดออกและบานประตูเปิดผาง ธามก็พุ่งพรวดเข้ามาในห้องราวกับพายุร้าย มือหนากระชากต้นแขนเรียวของหญิงสาวเอาไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ที่ควบคุมไม่อยู่ ดวงตาคมกริบแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยจ้องมองอดีตภรรยาด้วยความเคียดแค้นชิงชังปนเปไปกับความเจ็บปวดร้าวลึกที่เขาเองก็ไม่อาจหาคำอธิบาย
"เธอเล่นเกมบ้าอะไรอยู่ รินรดา!" ธามเค้นเสียงลอดไรฟัน กลิ่นอายความดุดันแผ่ซ่านรอบตัวจนอากาศแทบหายใจไม่ออก "หุ้นบริษัทของฉันร่วงกวาดล้างไปครึ่งตลาดในเวลาไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง เอกสารลับทางราชการและสัญญาผูกขาดโครงการใหญ่หลุดไปอยู่ในมือของคริษฐ์ได้อย่างไร... ฝีมือเธอใช่ไหม!"
รินรดาไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือนกับแรงบีบที่หัวไหล่ เธอนิ่งเงียบ ปล่อยให้เขาระบายความเดือดดาลออกมา ขณะที่สายตาคู่คมกวาดมองสำรวจสภาพยับเยินของอดีสามีด้วยรอยยิ้มหยันที่มุมปาก
รอยยิ้มนั้น... รอยยิ้มที่เหมือนกำลังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีทั้งหมดของเขาให้จมดิ่งลงสู่โคลนตม
"แปลกใจนักหรือคะ ธาม" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ เธอปัดมือเขาออกจากการจับกุมอย่างไม่แยแส ก่อนจะก้าวถอยหลัง0เพื่อเว้นระยะห่าง "คุณคิดว่าโลกใบนี้หมุนรอบตัวคุณคนเดียวมาตลอด พรหมลิขิต อำนาจ และเงินตราในมือคุณ ทำให้คุณมองไม่เห็นหัวใคร... จนกระทั่งวันนี้ วันที่สิ่งที่พวกคุณตระกูลอัครวณิชย์เคยทำลายมันย้อนกลับมาทวงคืน"
"เธอกล้ามากนะ!" ธามก้าวเข้าประชิด บีบกรามมนของเธอให้เงยขึ้นรับสายตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะ "อย่าคิดว่าฉันจะไม่กล้าทำลายเธอให้สิ้นซาก แค่ผู้หญิงตัวคนเดียว คิดเหรอว่าจะต่อกรกับอำนาจที่ฉันสร้างมาทั้งชีวิตได้!"
"อำนาจเหรอคะ?" รินรดาหัวנסเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวנסเราะนั้นเยียบเย็นเสียจนธามรู้สึกหนับเหน็บไปถึงสันหลัง "อำนาจที่คุณใช้เหยียบย่ำหัวใจของฉัน ขยี้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของฉันในวันที่ฉันตั้งท้องลูกของคุณ... ในวันที่ฉันร้องขอความเห็นใจแต่คุณกลับเมินเฉยและไล่ฉันออกจากบ้านราวกับหมูเหมือนหมา จำไม่ได้แล้วหรือคะ ธาม"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของซีอีโอหนุ่ม ธามชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาที่เคยดุดันไหววับขึ้นอย่างรุนแรง ความทรงจำในวันที่ฝนตกหนักหนา ภาพของหญิงสาวร่างบางที่ร้องไห้อ้อนวอนขอให้เขาอยู่เคียงข้างในวันที่เธอสูญเสียทุกสิ่ง... ภาพเหล่านั้นไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซากที่เขาเคยปัดทิ้ง แต่วันนี้... มันกลับกลายเป็นคมมีดที่กรีดแทะเนื้อตัวของเขาเอง
"ริน... เรื่องนั้น..." ธามพยายามจะเอ่ยบางอย่าง น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวกลับสั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกผิดบาปที่เขาพยายามฝังกลบไว้ใต้กองเงินกองทอง กำลังตื่นขึ้นมาแผดเผาจิตใจจนหายใจไม่ออก
"ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นค่ะ!" รินรดาตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด แววตาแข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว "เพราะมันสายเกินไปแล้ว คำขอโทษจากปากคนที่ไร้หัวใจอย่างคุณ มีค่าเท่ากับเศษดินเท่านั้น... สิ่งที่คุณสูญเสียไปในวันนี้ มันยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่ฉันต้องทนทุกข์ทรมานมาตลอดสามปี!"
ธามรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบอัดจนแหลกสลาย เขาไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้ความอ่อนหวานและเงียบงันในอดีต รินรดาจะเก็บซ่อนความแค้นที่ล้ำลึกและคมกริบขนาดนี้เอาไว้ เธอดึงเอาความเจ็บปวดทั้งหมดมาหล่อหลอมเป็นอาวุธ และใช้มันแทงเข้าที่จุดตายของตระกูลเขาอย่างแม่นยำ ไม่มีความรักหลงเหลืออยู่ในแววตาคู่นั้นอีกแล้ว มีเพียงความว่างเปล่าและเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสอง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของธามที่สะท้อนความเคียดแค้นและร้าวรานในเวลาเดียวกัน เขายื่นมือออกไปหวังจะคว้าตัวเธอเข้ามากอดรัดเพื่อเหนี่ยวรั้งเศษเสี้ยวความสัมพันธ์ครั้งเก่า แต่รินรดากลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจที่จะให้ผิวเนื้อของตนต้องแปดเปื้อนสัมผัสจากเขา
"อย่าแตะต้องตัวฉัน!" เสียงของเธอเฉียบขาดและเด็ดเดี่ยว "และจำไว้ให้ดี... นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ธาม อัครวณิชย์ สิ่งที่คุณและครอบครัวทำกับฉันไว้ พวกคุณจะต้องชดใช้มันด้วยความพินาศย่อยยับจนไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินจะกลบหน้า"
ธามกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ ทว่าก่อนที่เขาจะได้กล่าววาจาใดโต้ตอบ เสียงฝีเท้าเล็กๆ เบาหวิวก็ดังขึ้นจากระเบียงด้านนอก พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบที่วิ่งเข้ามาในห้องอย่างไร้เดียงสา
"คุณแม่ครับ! น้องสิงห์วาดรูปเสร็จแล้ว... เอ๊ะ? คุณลุงคนนี้เป็นใครเหรอครับ ทำไมหน้าตาน่ากลัวจัง?"
ธามชะงักกะทันหัน ราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น ใบหน้าคมคายซีดเผือดลงในพริบตาเมื่อสายตาคมกริบกวาดไปเห็นเด็กชายตัวน้อยที่มีดวงตากลมโตและเค้าโครงใบหน้าถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับส่องกระจกเงา สมองของซีอีโอหนุ่มหยุดทำงานลงในวินาทีนั้น เมื่อความจริงบางอย่างที่ถูกปิดบังไว้กำลังพุ่งเข้ากระแทกหน้าเขาอย่างจัง!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับเกมแก้แค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขามองข้าม•ตอนที่ 11
เผชิญหน้ากลางพายุ
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขามองข้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!