ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขามองข้าม•ตอนที่ 12

คำปฏิเสธที่บาดลึก

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
แก้วไวน์คริสตัลราคาแพงระยับในมือของธามสั่นไหวเล็กน้อย ตามแรงบีบกระชับจากปลายนิ้วที่ข้อต่อขึ้นสีขาวซีด นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นไม่ได้ทอดมองทิวทัศน์ยามค่ำคืนของมหานครเบื้องล่างจากเพนต์เฮาส์หรูหรา หากแต่จับจ้องร่างระหงในชุดเดรสยาวเข้ารูปสีดำสนิทของรินรดา ผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยนั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหารเย็นอย่างไร้ตัวตน ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าไม่มีวันไปไหนพ้นจากเงาของตระกูลใหญ่ แต่วันนี้... เงานั้นย้อนกลับมากลืนกินลมหายใจของเขาจนแทบไม่เหลือชิ้นดี "คุณกำลังทำให้มันน่าสมเพชนะคะ ธาม" น้ำเสียงหวานนุ่มทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกหลุดออกมาจากริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงกุหลาบ รินรดาก้าวเท้าเข้าหาเขาอย่างเชื่องช้า ทุกจังหวะการย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยอำนาจและศักดิ์ศรีที่ถูกสร้างขึ้นจากเศษซากความเสีย ใจที่เขาเป็นคนทุบทำลายมันด้วยมือของตัวเอง "ริน..." ธามเค้นเสียงเรียกชื่ออดีตภรรยาออกมาจากลำคอที่แห้งผาก ความเย่อหยิ่งและอีโก้ระดับซีอีโอที่เคยค้ำคอเขามาตลอดหลายปีพังทลายลงอย่างไร้ท่าทีต่อหน้าผู้หญิงคนนี้ "ผมรู้ว่าผมเคยโง่... ผมรู้ว่าผมทำร้ายคุณไว้มากแค่ไหน แต่ขอโอกาสให้ผมได้แก้ไขมัน เครือข่ายธุรกิจที่รินต้องการ หุ้นทั้งหมดของตระกูล... ผมยกให้คุณได้ทุกอย่าง ขอแค่คุณกลับมา" รินรดาหยุดยืนห่างจากเขาเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเย้ายวนลึกล้ำโชยแตะจมูกเขา มันเป็นกลิ่นเดียวกับค่ำคืนอันเร่าร้อนที่เขาเคยละเลยและมองข้ามมันไปอย่างไม่ไยดี รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากเรียวสวย ดวงตากลมโตคู่สวยมองเขาด้วยความว่างเปล่า... ซึ่งมันน่ากลัวยิ่งกว่าความโกรธเกรี้ยวเป็นร้อยเท่า "หุ้นเหรอคะ? อำนาจเหรอ?" รินรดาหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่บาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง "คุณยังคิดว่าทุกอย่างบนโลกนี้ซื้อได้ด้วยเงินและอำนาจเหมือนเดิมสินะคะ ธาม... น่าสมเพชจริงๆ คุณไม่เคยเข้าใจเลยว่าสิ่งที่ฉันต้องการตลอดเวลาที่เราแต่งงานกันคืออะไร" "ริน..." "คุณจำได้ไหมคะ ว่าวันครบรอบแต่งงานปีที่สาม ฉันนั่งรอคุณอยู่ที่โต๊ะอาหารจนถึงตีสอง อาหารเย็นที่ฉันตั้งใจทำมันเย็นชืดจนหมดใจ แต่คุณกลับเลือกที่จะไปดินเนอร์ฉลองความสำเร็จกับเลขาฯ ของคุณโดยไม่แม้แต่จะส่งข้อความมาบอก" รินรดาก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอีกนิด ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นแตะที่ปกเสื้อสูทราคาแพงของอดีตสามีอย่างแผ่วเบา ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีด "วันนั้น... หัวใจของฉันมันตายไปแล้วค่ะ ธาม" ธามรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ หัวใจข้างซ้ายเจ็บแปลบจนแทบหายใจไม่ออก มือหนารีบคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้ด้วยความร้อนรนราวกับคนใกล้ตายที่กำลังไขว่คว้าหาเศษไม้ลอยคอ "ผมขอโทษ... ริน ได้โปรด... ผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ" น้ำเสียงของซีอีโอผู้ยิ่งใหญ่สั่นเครืออย่างน่าสมเพช หยาดน้ำใสๆ คลอหน่วยที่นัยน์ตาคมคลาคล่ำไปด้วยความสำนึกผิด มันคือภาพที่ไม่มีใครในโลกเคยเห็นจากผู้ชายคนนี้ รินรดาก้มมองมือหนาที่กุมข้อมือเธอไว้แน่น ก่อนจะค่อยๆ แกะนิ้วทีละนิ้วออกอย่างไร้เยื่อใย ดวงตาคู่สวยสบตากับเขาตรงๆ ไม่มีร่องรอยของความรัก ความอาลัย หรือแม้แต่ความโกรธแค้นเหลืออยู่เลย... มีเพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว "อย่าเอาคำว่า 'อยู่ไม่ได้' มาใช้กับฉันเลยค่ะ เพราะตลอดเวลาสามปีที่คุณเฉยชาใส่ฉัน ฉันก็ตายทั้งเป็นมาแล้วเหมือนกัน" รินรดาถอยหลังห่างออกไปหนึ่งก้าว ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยราวน้ำแข็ง "ตอนนี้... เกมพลิกแล้วนะคะ ธาม คุณเป็นฝ่ายที่ต้องยืนมองฉันใช้ชีวิตบนจุดสูงสุด โดยที่คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอื้อมมือมาแตะต้อง" "รินรดา!" ธามคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด พลุ่งพล่านด้วยแรงอารมณ์ที่อัดอั้น เขาพุ่งเข้าไปรวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้าหาตัวด้วยความรวดเร็ว กลิ่นกายหอมกรุ่นที่เขาโหยหามานานนับแรมปีทำให้สติที่เหลืออยู่วิปลาสไปหมด ธามก้มลงประกบเรียวปากลงบนริมฝีปากอิ่มของเธอทันทีอย่างเอาแต่ใจ มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน หากแต่เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความโหยหา ความเร่าร้อน และความหวาดกลัวที่จะสูญเสียเธอไปตลอดกาล ลมหายใจอุ่นร้อนหอบกระชั้น ธามบดขยี้เรียวปากนุ่มนวลเพื่อเรียกร้องการตอบรับ มือหนาลูบไล้แผ่นหลังเนียนผ่านเนื้อผ้าชุดเดรสอย่างกระชั้นชิด รสจูบหนักหน่วงและวาบหวามแผ่ซ่านความรัญจวนไปทั่วร่างราวกับไฟสุม ทว่า... รินรดาไม่มีท่าทีอ่อนระทวยตามสัมผัสนั้นเลยแม้แต่น้อย เธอนิ่งสนิทปล่อยให้เขาตักตวงความเร่าร้อนอยู่ฝ่ายเดียว ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างดันแผงอกกว้างของเขาออกอย่างแรงจนธามเซถอยหลังไปสองก้าว เพี๊ยะ! ฝ่ามือเรียวตวัดฟาดลงบนใบหน้าหล่อเหลาอย่างเต็มแรงจนหน้าหัน เสียงเนื้อกระทบผิวเนื้อดังสะท้อนก้องไปทั่วเพนต์เฮาส์หรู ธามยืนนิ่งค้าง ปลายลิ้นรับรู้ถึงรสคาวเลือดจางๆ ที่มุมปาก ทว่าความเจ็บปวดทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดร้าวลึกที่กลางอก รินรดายกมือขึ้นลูบเรียวปากตัวเองเบาๆ สีหน้าของเธอยังคงนิ่งสนิท ราวกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นเพียงแค่การปัดแมลงน่ารำคาญตัวหนึ่งเท่านั้น "อย่าทำตัวต่ำทรามแบบนี้อีกค่ะ ธาม" เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชา และเชือดเฉือนทุกความรู้สึก "เพราะมันรังแต่จะทำให้ฉันรู้สึก... ขยะแขยงคุณมากขึ้นไปอีก" คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าเสียบแทงหัวใจของซีอีโอหนุ่มจนพรุน ร่างสูงใหญ่ชาวาบไปทั้งร่างราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ เขาได้แต่อ้าปากค้าง มองดูอดีตภรรยาหันหลังให้และเดินจากไปอย่างสง่างาม โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเขาเป็นครั้งที่สอง ประตูเพนต์เฮาส์ปิดลงพร้อมกับเสียงล็อกที่ดังคลิก... ก้องกังวานอยู่ในความเงียบงัน ธามทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง มือหนาทุบลงบนพื้นห้องอย่างบ้าคลั่งเพื่อระบายความเจ็บปวดที่อัดแน่นอยู่ในอก หยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ไหลรินลงมาเงียบๆ เป็นครั้งแรกในรอบสิบปี ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดของความสิ้นหวัง เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะกาแฟก็ดังขึ้นขัดจังหวะ *ติ๊ง!* ธามกะพริบตาไล่หยาดน้ำตา ลุกขึ้นเดินไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา หน้าจอสว่างวาบแสดงภาพถ่ายจากเบอร์แปลก... เป็นภาพของรินรดากำลังก้าวขึ้นรถหรูคันยักษ์ของ 'คริษฐ์' ศัตรูตัวฉกาจทางธุรกิจของเขา โดยมีเด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักวัยราวๆ สองขวบ นั่งยิ้มแป้นอยู่บนเบาะหลังข้างกายเธอ! ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นสุดขีด ลมหายใจสะดุดกึก ร่างทั้งร่างแข็งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหินเมื่อสมองประมวลผลภาพเด็กชายคนนั้น... ใบหน้า ดวงตา และสันจมูก... มันถอดแบบมาจากพิมพ์เดียวกับเขาราวกับส่องกระจกเงา! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับเกมแก้แค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขามองข้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%