เสียงแก้วคริスタルกระทบกับจานกระเบื้องเคลือบราคาแพงในห้องอาหารส่วนV.I.P. ของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว ดังก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ไอร้อนจากอาหารยูโรเปียนจานหรูไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบโต๊ะอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับคุกรุ่นไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ภายใต้หน้ากากแห่งนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จ
"คุณรินรดาดูจะมีความสุขดีกับการร่วมทุนครั้งใหม่... จนบางทีฉันก็อดสงสัยไม่ได้ว่า คุณเอาเวลาส่วนไหนไปบริหารเสน่ห์ จนมีผู้ชายระดับคริษฐ์มาคอยตามรับตามส่งถึงสนามบิน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยชินกับการออกคำสั่งเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยประโยคที่จงใจเสียสี ธาม วางมีดและส้อมลงบนจานช้าๆ ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจ้องมองอดีตภรรยาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม รังสีความเย็นชาและอีโก้ที่สูงลิ่วแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวแทบติดลบ เขายังคงเป็นธามคนเดิม... ผู้ชายที่เชื่อว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง และคิดว่าโลกทั้งใบต้องหมุนรอบตัวเขา
รินรดาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ริมฝีปากสีแดงระเรื่อแย้มยิ้มบางเบາอย่างไร้ความเกรงกลัว ดวงตากลมโตคู่สวยที่ครั้งหนึ่งเคยมีแต่เงาความเจ็บปวด บัดนี้กลับฉายแววเยือกเย็นและทรงพลัง เธอยกจิบไวน์แดงรสเลิศอย่างใจเย็น ราวกับคำพูดของเขาเป็นเพียงเสียงแมลงหวี่แมลงวันไร้ค่า
"เรื่องส่วนตัวของดิฉัน คงไม่จำเป็นต้องรายงานให้ประธานธามทราบกระมังคะ... หรือว่าคุณธามกำลังรู้สึก 'ว่างเปล่า' จนต้องมายุ่งเรื่องของชาวบ้านกันแน่" น้ำเสียงหวานใสแต่เฉียบคมราวกริบมีดกรีดลงกลางใจคนฟัง ธามขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความเย่อหยิ่งของเธอในตอนนี้ช่างแตกต่างจากรินรดาผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เคยเอาแต่ร้องไห้กอดทะเบียนสมรสในอดีตอย่างสิ้นเชิง
"อย่าลืมว่าโปรเจกต์นี้ เราต้องถือหุ้นร่วมกันเจ็ดสิบต่อสาม十... การที่คุณทำตัวสนิทสนมกับคู่แข่งทางธุรกิจอย่างคริษฐ์ มันอาจจะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของบริษัทเราได้" ธามยังคงหาเหตุผลมากลบเกลื่อนความหงุดหงิดที่พลุ่งพล่านอยู่ในอก เขาเกลียดรอยยิ้มนั้น เกลียดแววตาที่มองเขาเหมือนธาตุอากาศ เกลียดความจริงที่ว่า... ผู้หญิงคนที่เขาเคยผลักไสอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้กลับยืนหยัดอยู่ได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง และกลายเป็นคนที่เขากลับต้องเป็นฝ่ายวิ่งไล่ตาม
"ความน่าเชื่อถือเหรอคะ?" รินรดาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนฟัง "คุณพูดคำนี้ออกมาได้ยังไงคะคุณธาม... คนที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของภรรยาตัวเองอย่างไม่ใยดีอย่างคุณ รู้จักคำว่าความน่าเชื่อถือด้วยหรือคะ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ธามชะงักไป ดวงตาคมกริบไหววูบชั่วขณะ ภาพความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ... ภาพวันที่เธอยื่นใบหย่าให้พร้อมรอยยิ้มที่แห้งผาก ภาพวันที่เขาบอกว่าเธอไม่มีค่าพอแม้แต่จะเป็นแม่ของทายาทตระกูลดัง แต่ทว่า... ภาพที่ติดอยู่ในหัวของเขาตลอดหลายวันที่ผ่านมา กลับเป็นภาพของเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบที่มีดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน เด็กน้อยที่วิ่งเข้าสู่อ้อมกอดของคริษฐ์อย่างสนิทสนม
หัวใจของธามกระตุกวูบ ความหึงหวง ความสงสัย และความกลัวบางอย่างกำลังกัดกินความรู้สึกของเขาจนแทบคลั่ง เด็กคนนั้นคือใคร? ทำไมหน้าตาถึงเหมือนเขาราวกับแกะ? และทำไม... รินรดาถึงไปมีลูกกับคริษฐ์ได้?
"เด็กคนนั้น..." ธามตัดสินใจเอ่ยถามออกไป น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ความเย่อหยิ่งถูกทำลายลงด้วยความอยากรู้ที่แผดเผา "เด็กผู้ชายที่สนามบินคนนั้น... เป็นอะไรรุ่นราวคราวเดียวกับลูกของคริษฐ์งั้นเหรอ?"
รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย แต่เธอก็รวบรวมสติแล้วกลับมาตีสีหน้าเรียบเฉยได้อย่างรวดเร็ว หัวใจเธอกระหน่ำเต้นด้วยความหวาดหวั่นเมื่อรู้ว่าเขาเริ่มสงสัย แต่ภายนอกเธอกลับยิ้มเยาะใส่เขาอย่างเลือดเย็น
"จะใช่ลูกของใคร... มันก็ไม่ใช่กงการอะไรของคุณนี่คะ คุณธาม เราหย่ากันขาดแล้ว ลืมไปแล้วหรือไงคะว่าคุณเป็นคนเซ็นใบหย่าแผ่นนั้นด้วยมือของคุณเอง"
คำพูดของเธอเหมือนคมหอกที่พุ่งตรงเข้าเสียบอกของธาม ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงอารมณ์บางอย่างพลุ่งพล่านจนเขาควบคุมตัวเองไม่อยู่ เขาเดินอ้อมโต๊ะอาหารเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็ว จนรินรดาต้องเอนตัวหนีตามสัญชาตญาณ
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ล้อมรอบตัวเธอ ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้มเนียน ความใกล้ชิดที่คุ้นเคยในอดีตกลับมาปลุกเร้าความรู้สึกดิบเถื่อนในตัวเขาอีกครั้ง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต ค้นหาความจริงที่เธอพยายามซ่อนไว้
"ถ้ารินกล้ามีความลับอะไรปิดบังผม... รินก็เตรียมตัวรับผลที่จะตามIได้เลย" เสียงกระซิบต่ำลึกชิดริมฝีปาก ร้อนรุ่มและอันตราย
ทว่า... ก่อนที่รินรดาจะได้ตอบโต้ ประตูห้องอาหารV.I.P. ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงโปรดของคริษฐ์ที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตากลับคมกริบราวนักล่า
"ดูเหมือนผมจะเข้ามาขัดจังหวะการ 'เจรจา' งานสำคัญของคุณสองคนสินะครับ..." คริษฐ์เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยาะ เดินตรงเข้ามาคั่นกลางระหว่างธามและรินรดาอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะดึงร่างบางของรินรดาให้ถอยหลังไปยืนเคียงข้างเขาอย่างปกป้อง "แต่พอดีว่า... ลูกชายของผมกับรินรดา กำลังรอให้คุณแม่กลับไปทานมื้อค่ำที่บ้านอยู่ครับ คุณธามคงไม่มีธุระอะไรจะคุยกับภรรยา 'เก่า' ของผมและ 'แม่' ของลูกผมแล้วกระมัง?"
คำว่า *'แม่ของลูกผม'* จากปากของคริษฐ์ พุ่งชนโสตประสาทของธามดังสนั่น ราวกับฟ้าผ่าลงกลางใจในวันที่พายุโหมกระหน่ำ!
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับไปมองคริษฐ์ทันทีด้วยความไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาเพิ่งพูดออกไป...
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
จากใจนักเขียน: "เพลิงกุหลาบดำ" ค่ะ
ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขามองข้าม•ตอนที่ 3
การเจรจาบนโต๊ะอาหาร
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขามองข้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!