"ถ้างานออกแบบของคุณคืองานศิลปะแปะกาวที่ไร้ทิศทาง สถาปัตยกรรมของผมก็คงเป็นกรงขังไร้หัวใจที่พร้อมจะสูบวิญญาณคนอยู่อาศัยล่ะมั้งคะ คุณคีริน"
เสียงของรินรดาดังก้องขึ้นท่ามกลางห้องประชุมกระจกใสที่อุณหภูมิลดฮวบลงจนน่าใจหาย แฟ้มเอกสารในมือของเธอไม่ได้ถูกเปิดอ่าน แต่ถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะไม้โอ๊กขัดมันด้วยแรงที่พอเหมาะ—ไม่เบาจนดูไร้พลัง และไม่แรงจนเสียมารยาท แต่มันมากพอที่จะทำให้ปลายปากกาในมือของคีรินชะงักกึก ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเทาเข้มเงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาสีดำสนิทคู่นั้นเย็นชาและว่างเปล่า ราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักขึ้นมาโดยปราศจากความรู้สึก
ความขัดแย้งระหว่าง 'สีสัน' และ 'โครงสร้าง' ไม่ได้เริ่มต้นจากคำทักทาย แต่มันระเบิดขึ้นตั้งแต่สายตาคู่แรกปะทะกันในห้องนี้
ธันวา หัวหน้าโครงการผู้กุมบังเหียนงบประมาณมหาศาล นั่งไขว่ห้างอยู่ที่หัวโต๊ะ มุมปากหยักยิ้มเยาะด้วยความพึงพอใจเมื่อเห็นแมวสองตัวเริ่มตะปบกันเองในกรง "ใจเย็นๆ ครับคุณรินรดา คุณคีริน ทางบริษัทของเราไม่ได้จ้างพวกคุณมาเปิดศึกสงครามสีน้ำกับแท่งคอนกรีตนะ เราต้องการ 'การผสมผสาน' ที่ลงตัว เพื่อส่งมอบให้คณะกรรมการตรวจประเมินโครงการในสัปดาห์หน้า"
"การผสมผสานเหรอคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรงเก๋ฉายแวววาววับ เธอหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาสไลด์หน้าจออย่างรวดเร็ว ก่อนจะฉายภาพกราฟิกคอนเซปต์สามมิติขึ้นบนจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ "สำหรับฉัน โครงสร้างอาคารสาธารณะไม่ควรเป็นแค่กล่องปูนเปลือยที่เย็นชาและบังคับให้มนุษย์ต้องเดินตามเส้นทางที่สถาปนิกกำหนดเหมือนหุ่นยนต์ สีสัน จังหวะ และศิลปะพื้นถิ่น คือลมหายใจที่จะดึงให้ตึกหลังนี้มีชีวิต..."
ภาพที่ปรากฏบนจอคือการผสานระหว่างเส้นสายเรขาคณิตกับภาพเพ้นท์มือแนวสตรีทอาร์ตสีสันสดใสที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างมีชีวิตชีวา มันสะดุดตา ท้าทาย และเปี่ยมด้วยพลังงานบวก
ทว่า... คีรินกลับไม่แม้แต่จะชายตาแลหน้าจอใหญ่ เขาเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปลายเรียวนิ้วเคาะเบาๆ ลงบนโต๊ะเป็นจังหวะสามช่าที่น่ารำคาญ
"รกตา"
คำพูดสั้นๆ คำเดียวจากปากของสถาปัตยกรรมหนุ่มอัจฉริยะ ทำเอาบรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงไปอีก
"คุณว่าอะไรนะคะ?" รินรดาหรี่ตาลง อันตรายฉายชัดในน้ำเสียง
"ผมบอกว่ามัน 'รกตา' และไร้ซึ่งตรรกะทางวิศวกรรม" คีรินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายของเขาสูงสง่าจนกดดันคนมองได้อย่างประหลาด เขาก้าวเท้าช้าๆ เดินอ้อมโต๊ะประชุมมาหยุดอยู่ที่หน้าจอโปรเจกเตอร์ ก่อนจะใช้นิ้วเรียวยาวแตะลงไปที่ภาพกราฟิกตรงจุดกึ่งกลางพอดี "คุณรินรดา หน้าที่ของสถาปัตยกรรมไม่ใช่การเอาสีฉาบหน้าเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนด้อยของฟังก์ชันการใช้งาน อาคารหลังนี้รองรับผู้คนวันละเป็นพัน การจัดวางพื้นที่ต้องอิงตามหลักสศาสตร์และการไหลเวียนของอากาศอย่างแม่นยำ ไม่ใช่แปะปะภาพวาดตามอารมณ์ศิลปินขี้เบื่อของคุณ"
"นี่คุณว่าฉันขี้เบื่อเหรอ!" รินรดาทนไม่ไหว เธอดีดตัวลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ไถลครูดไปกับพื้นเสียงดังแหลม เลือดในกายสูบฉีดจนพวงแก้มเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธ "คุณต่างหากล่ะที่เอาแต่หลบอยู่หลังสูตรคำนวณคณิตศาสตร์ เพราะคุณกลัว... กลัวว่าถ้าโลกนี้มีสีสันขึ้นมาจริงๆ ตัวตนจืดชืดไร้รอยยิ้มของคุณจะไม่มีใครมองเห็นต่างหาก!"
ประโยคนั้นพุ่งเป้าไปที่จุดเปราะบางอย่างแม่นยำ คีรินชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบไหววูบเพียงเสี้ยววินาที—รวดเร็วจนแทบจับสังเกตไม่ได้ ก่อนที่มันจะกลับมาเย็นชาไร้คลื่นลมดังเดิม
"ศิลปะที่ไม่มีโครงสร้างรองรับ ก็เป็นได้แค่ขยะเปียกที่รอวันละลายหายไปกับสายฝนครับ" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่มันบาดลึกเสียยิ่งกว่าการะดมคำด่าสาดเสียเทเสีย
ธันวาปรบมือแปะๆ เบาๆ เพื่อขัดจังหวะสงครามประสาทที่กำลังจะเลยเถิด "พอๆ ครับ ทั้งสองคน... ผมชื่นชมไฟในการทำงานของพวกคุณนะ แต่ถ้ายังเถียงกันเรื่องรสนิยมแบบนี้ งานคงไม่เดินหน้าแน่ๆ งั้นผมขอท้าพิสูจน์..."
ธันวาเหยียดยิ้มเจ้าเลื้อ Fมือกดรีโมทเปลี่ยนภาพบนจอให้กลายเป็นแปลนโครงสร้างตึกส่วนกลางโซน A ที่มีปัญหาซับซ้อนที่สุด ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างลานกิจกรรมกลางแจ้งและตัวอาคารหลัก
"ผมให้เวลาพวกคุณ 48 ชั่วโมง ไปทำโปรเจกต์ 'บูรณาการโครงสร้างและสีสัน' ของโซน A นี้มาเสนอ ถ้าใครทำออกมาแล้วคณะกรรมการโหวตให้แพ้ คนนั้นต้องถอนตัวจากโครงการนี้ไปซะ และยกผลงานทั้งหมดให้อีกฝ่ายรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว"
ข้อเสนอเดิมพันสูงลิ่ว ข้อตกลงที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีและความฝันของทั้งคู่
รินรดากัดริมฝีปากล่างเบื้องหลังแว่นสายตา สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว นี่คือโอกาสเดียวที่จะพิสูจน์ว่างานศิลปะของเธอมีค่ามากกว่าแค่คำว่า 'รกตา' เธอกวาดตามองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนกอดอกนิ่งสนิท แล้วเชิดหน้าขึ้นด้วยความมั่นใจ
"ตกลงค่ะ! แล้วเราจะได้เห็นกันว่า ระหว่างกรงปูนของคุณ กับโลกที่ฉันกำลังจะระบาย... อันไหนจะพังก่อนกัน"
รินรดาหันหลังสะบัดตัวเดินออกจากห้องประชุมด้วยฝาดเท้าหนักแน่น ทิ้งให้คีรินมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ขณะที่ธันวาหัวเราะหึๆ ในลำคออย่างผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู
ทว่า... ในวินาทีที่รินรดาก้าวพ้นประตูกระจกออกมา และกำลังจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อระบายความอัดอั้นกับเพื่อนสนิท หน้าจอโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนในมือของเธอก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกันสามครั้งติดๆ
หน้าจอไม่ได้แจ้งเตือนข้อความไลน์ หรืออีเมลงานจากบริษัท... แต่มันปรากฏหน้าต่างอินเทอร์เฟซสีฟ้าเรืองแสงแปลกประหลาดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน พร้อมข้อความอักษรวิ่งช้าๆ ทีละตัวด้วยระบบอัตโนมัติที่เธอไม่ได้เป็นคนติดตั้ง:
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบภารกิจพิเศษระดับ SSS - "สงครามจิตวิทยาข้ามขั้ววิศวกรรม"]*
*[เงื่อนไขบังคับ: บีบให้สถาปนิกไร้รอยยิ้มยอมรับการเปลี่ยนแปลงภายใน 48 ชั่วโมง มิฉะนั้นระบบจะทำการรีเซ็ตความทรงจำด้านศิลปะทั้งหมดของคุณ]*
*[คำเตือนจากระบบ: คุณเหลือเวลาอีก 47 ชั่วโมง 59 นาที... และบอสลับตัวจริงกำลังก้าวเข้ามาข้างหลังคุณ ณ เวลานี้]*
รินรดาตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกкаก เธอค่อยๆ หันกลับไปมองด้านหลังช้าๆ ผ่านเงาสะท้อนของประตูกระจกใส—และพบกับเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ยืนซ้อนทับอยู่เบื้องหลัง พร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมาถึงเธอ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเดินเล่นในโลกสีสันสดใสใบนี้ด้วยกันนะคะ
เซนเซอร์หัวใจให้นายสถาปนิกไร้รอยยิ้ม•ตอนที่ 2
เมื่อสีสันปะทะโครงสร้าง
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้นายสถาปนิกไร้รอยยิ้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!