เซนเซอร์หัวใจให้นายสถาปนิกไร้รอยยิ้ม•ตอนที่ 3

โจทย์ที่ไม่มีในตำรา

ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
"ถ้าคุณคิดว่างานศิลปะเลอะเทอะพวกนี้จะผ่านเกณฑ์มาตรฐานโครงสร้างของผมได้ คุณก็คงประเมินคำว่า 'สถาปัตยกรรม' ต่ำเกินไปแล้วล่ะครับ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเยียบเย็นดังขึ้น ราวกับเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงลงบนความเงียบงันภายในห้องประชุมกระจกใส รินรดาค่อยๆ ผ่อนลมหายใจที่ค้างคาไว้ออกมาอย่างช้าๆ เมื่อเงาร่างที่ทาบทับอยู่เบื้องหลังไม่ใช่ใครอื่น—แต่เป็นคีริน สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบไร้รอยยิ้ม เขายืนกอดอกมองร่างของเธอผ่านเงาสะท้อนด้วยแววตาคมกริบที่ประเมินค่าทุกสิ่งเป็นตัวเลขและฟังก์ชัน "แล้วถ้าคุณคีรินคิดว่าตึกสูงๆ ของคุณมันสมบูรณ์แบบจนไร้ที่ติ ทำไมโปรเจกต์คอมเพล็กซ์ใจกลางเมืองถึงยังโดนคณะกรรมการตีกลับมาสามรอบซ้อนล่ะคะ?" รินรดาหมุนตัวกลับเผชิญหน้า ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายไม่แพ้กัน เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อซ่อนความประหม่าที่ถูกประชิดตัวเมื่อครู่ ประตูกระจกบานใหญ่เลื่อนปิดลงเบื้องหลัง พร้อมๆ กับร่างของธันวา หัวหน้าโครงการจอมเจ้าเล่ห์ที่ก้าวตามเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารสีดำสนิทในมือ รอยยิ้มพึงพอใจประดับอยู่บนมุมปากของเขา—รอยยิ้มของผู้กุมอำนาจที่ชอบมองดูเบี้ยบนกระดานหมากรุกห้ำหั่นกันเอง "เอาล่ะๆ ใจเย็นกันก่อนทั้งสองคน" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่แฝงความเยาะหยัน "ผมรู้ว่าพวกคุณไม่ค่อยถูกชะตากันเท่าไหร่ รินรดาในฐานะกราฟิกดีไซเนอร์สายฟรีสไตล์ผู้รักอิสระ กับคีริน สถาปนิกผู้เคร่งครัดในกฎเกณฑ์ แต่บังเอิญว่า... เบื้องบนเขาไม่ได้มองแบบนั้น" ธันวาโยนแฟ้มเอกสารสองเล่มลงบนโต๊ะไม้โอ๊กกลางห้อง เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวดังทึบ แต่มันกลับหนักอึ้งราวกับค้อนที่ทุบลงกลางความเงียบ "โปรเจกต์นำร่อง 'พื้นที่สร้างสรรค์ชุมชนเมือง' พื้นที่รกร้างแปดร้อยตารางเมตรกลางย่านเก่าแก่ ที่กำลังจะกลายเป็นสนามประลองความสามารถของพวกคุณ" ธันวาแย้มยิ้มกว้างขึ้น "กติการemมีอยู่ว่า คีรินต้องออกแบบโครงสร้างที่ใช้งานได้จริงตามหลักวิศวกรรม ส่วนรินรดาต้องใส่จิตวิญญาณและสีสันเข้าไปให้มันมีชีวิตชีวา... ภายในเวลาสิบวัน ถ้างานนี้ไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินระดับ SSS ของบริษัท ผมจะถือว่าพวกคุณทั้งคู่ไม่มีความสามารถพอที่จะอยู่ในทีมนี้อีกต่อไป" รินรดากัดริมฝีปากแน่น สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกเธอทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่โปรเจกต์นำร่องธรรมดา แต่มันคือเกมการเมืองในที่ทำงานที่ธันวาจงใจจัดฉากขึ้นเพื่อกำจัดพวกเธอออกไปพร้อมกันทีเดียวสองคน "สิบวันกับการปรับปรุงพื้นที่แปดร้อยตารางเมตรแถมยังต้องผสานแนวคิดสุดขั้วสองขั้วเข้าด้วยกันเนี่ยนะคะ คุณธันวาตั้งใจจะให้พวกเรานอนที่ออฟฟิศจนตายไปข้างหนึ่งเลยหรือไง" น้ำเสียงของรินรดาเจือความไม่พอใจอย่างชัดเจน "ถ้าไม่มีความสามารถพอก็พูดมาตรงๆ สิครับ" คีรินเอ่ยแทรกขึ้น น้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ของเขาบาดลึกเสียยิ่งกว่าคำดูถูกตรงๆ "ผมไม่แปลกใจหรอกที่คุณจะกลัว เพราะงานที่ต้องใช้ตรรกะและเหตุผล มันยากเกินกว่าการเอาสีสาดไปเรื่อยๆ เพื่อกลบเกลื่อนความว่างเปล่า" รินรดาหันขวับไปมองหน้าสถาปนิกหนุ่มทันที เส้นความอดทนของเธอขาดผึ้งลงในวินาทีนั้น "นี่คุณ! คิดว่าตัวเองฉลาดมาจากไหนหคะ? แค่เพราะคุณวาดเส้นตรงเก่งกว่าฉัน ไม่ได้แปลว่าโลกนี้มีแค่สีเทากับสีดำหรอกนะคะ!" บรรยากาศในห้องประชุมประตูกระจกอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความขัดแย้ง ธันวามองภาพนั้นด้วยความบันเทิงใจก่อนจะโบกมือปัดไล่ "เอาล่ะ ไปเริ่มงานกันได้แล้วครับ ห้องทำงานร่วมถูกจัดเตรียมไว้ให้พวกคุณที่ชั้นสิบห้า หวังว่าจะได้เห็นผลงานที่น่าประทับใจ... ก่อนที่เวลาสิบวันจะหมดลงนะ" ร่างสูงของธันวาเดินลับหายออกไปจากห้อง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดดันและอึดอัดระຫວ่างคนทั้งคู่ คีรินไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาหยิบแฟ้มเอกสารของตัวเองขึ้นมาแล้วก้าวเดินออกไปโดยไม่ชายตาแลรินรดาสักนิด รินรดากัดฟันกรอดด้วยความโมโห เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ก่อนจะรีบสาวเท้าก้าวยาวๆ ตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปติดๆ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมแพ้ผู้ชายเย็นชาคนนี้เด็ดขาด ลิฟต์ส่วน 15 ชั้นพาทั้งคู่ขึ้นมาสู่พื้นที่โล่งกว้างที่ถูกจัดสรรให้เป็นห้องทำงานเฉพาะกิจ ผนังกระจกใสรอบด้านเผยให้เห็นทัศนียภาพของเมืองหลวงในยามบ่ายที่พลุกพล่าน แต่ภายในห้องนี้กลับมีเพียงอุณหภูมิที่ลดต่ำลงจากความเงียบงันของคนทั้งสอง คีรินหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเปิดแปลนโครงสร้างตึกเก่าขึ้นมาฉายลงบนจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ เส้นสายทางสถาปัตยกรรมที่แม่นยำปรากฏขึ้น พร้อมกับตัวเลขและสมการทางวิศวกรรมที่เรียงรายจนน่าเวียนหัว "นี่คือโครงสร้างหลักของตึกเก่า พื้นรับน้ำหนักมีจำกัด วัสดุที่เธอเลือกใช้จะต้องไม่เกินพิกัดสามร้อยกิโลกรัมต่อตารางเมตร และไม่มีทางที่ผนังด้านทิศตะวันตกจะเจาะช่องหน้าต่างทรงโค้งตามจินตนาการเพ้อเจ้อของเธอได้ เพราะมันจะทำลายคานรับน้ำหนักหลัก" คีรินร่ายยาวด้วยน้ำเสียงจริงจัง โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองคู่หูจำเป็น รินรดากอดอกมองแปลนบนจอ แววตาส๥ارวประกวดความท้าทาย เธอเดินเข้าไปใกล้หน้าจอโปรเจกเตอร์มากขึ้น ก่อนจะใช้นิ้วเรียวแตะลงบนภาพสามDของตึก แล้วลากเส้นโค้งทับลงไปบนโครงสร้างเดิมอย่างอุกอาจ "ใครบอกว่าต้องเจาะหน้าต่างล่ะคะ?" รินรดาเอ่ยเสียงใสแต่หนักแน่น เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาจนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่เจือความสะอาดแบบผู้ชายเนี้ยบๆ "ถ้าเราใช้กระจกอัจฉริยะที่เปลี่ยนสีได้ตามความเข้มของแสงล่ะคะ? มันทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนน้ำหนักเบา แถมยังสร้างลวดลายแสงเงาเคลื่อนไหวได้ตลอดทั้งวัน เป็นศิลปะที่เปลี่ยนรูปทรงได้ตามฟังก์ชันที่คุณต้องการ... แบบนี้พอจะอยู่ใน 'มาตรฐาน' อันสูงส่งของคุณหรือยังล่ะคะ?" คีรินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบละสายตาจากจอภาพแล้วหันมามองหญิงสาวที่ยืนประชิดตัว แววตาเยือกเย็นในตอนแรกไหววูบไปชั่วขณะเมื่อได้เห็นประกายความฉลาดเฉลียวและรอยยิ้มเหนือกว่าที่มุมปากของเธอ แต่ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยอะไรต่อ เสียงแจ้งเตือนปริศนาจากอุปกรณ์สื่อสารในกระเป๋าเสื้อของคีรินก็ดังขึ้นพร้อมกันถึงสามครั้ง เสียงนั้นดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานที่เงียบสงัดราวกับสัญญาณเตือนภัยอันตรายระดับวิกฤต คีรินขมวดคิ้วมุ่น เขากดเปิดหน้าจอแท็บเล็ตส่วนตัวที่ถูกเชื่อมต่อกับระบบกลางของบริษัท และภาพที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอก็ทำให้สถาปนิกผู้เยือกเย็นถึงกับลมหายใจสะดุดกัก [แจ้งเตือนระบบภารกิจพิเศษ: ตรวจพบความผิดปกติของโครงสร้างตึกนำร่อง รหัส SSS-04] [คำเตือน: พื้นที่เป้าหมายถูกล็อกโดยบุคคลปริศนา ข้อมูลแปลนทั้งหมดกำลังถูกลบออกจากระบบภายใน 180 วินาที!] [เงื่อนไขฉุกเฉิน: หากกู้คืนข้อมูลไม่สำเร็จภายในเวลาที่กำหนด โปรเจกต์นี้จะถูกยกเลิกถาวร และทั้งคู่จะถูกปลดพ้นสภาพการเป็นพนักงานทันที] ดวงตาสนเท่ห์ของคีรินเงยขึ้นสบตากับรินรดาในเสี้ยววินาทีนั้น—และในจังหวะที่หัวใจของพวกเขากำลังเต้นรัวด้วยความตระหนก ประตูกระจกบานใหญ่ของห้องทำงานชั้นสิบห้าก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะก้าวเข้ามาเหยียบ ณ ที่แห่งนี้! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับท่วงทำนองแห่งหัวใจและฟันเฟืองแห่งจินตนาการนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้นายสถาปนิกไร้รอยยิ้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%