เซนเซอร์หัวใจให้นายสถาปนิกไร้รอยยิ้ม•ตอนที่ 4

รอยร้าวในแบบแปลน

ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
เอกสารแบบแปลนโครงการรีสอร์ท "The Glass Horizon" แผ่นใหญ่ปลิวหวือลงมากองบนพื้นพรมราคาแพงระยับ ท่ามกลางความเงียบงันที่เฉียบขาดราวกับใบมีดโกน รินรดาสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดจากการถูกกล่าวหาทำให้เธอก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ จนกระทั่งแผ่นหลังไปชนเข้ากับอกแกร่งของคีรินที่ยังคงยืนนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเย็นชาที่วับวามขึ้นราวกับผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ ผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูกระจกบานนั้นคือ "ธันวา" รอยยิ้มเหยียดหยามปรากฏขึ้นที่มุมปากของหัวหน้าโครงการผู้ทรงอิทธิพล สายตาคมปลาบกวาดมองสำรวจตั้งแต่เส้นผมที่มัดรวบอย่างลวกๆ ของรินรดาลามลงมาจนถึงเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ของคีรินที่ยืนประชิดตัวจนแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกันในมุมอับสายตา "ทำงานกันขยันขันแข็งดีนี่ครับ... ถึงขนาดต้องคลุกคลีตีโมงอยู่ใต้โต๊ะทำงานของกันและกันเลยหรือ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่น่ารังเกียจ สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงสแลก เดินน่องเข้ามาในห้องทำงานชั้นสิบห้าด้วยท่าทีราวกับเจ้าاحว้าเจ้าของอาณาจักร รินรดากัดริมฝีปากแน่น ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาจนร้อนผ่าวที่ปลายจมูก เธอกำหมัดแน่นภายใต้ชายเสื้อ กราฟิกดีไซน์เนอร์อย่างเธอไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครโดยไม่มีเหตุผล ยิ่งเมื่อถูกมองด้วยสายตาดูแคลนเช่นนี้ เธอกยิ่งอยากจะควักเอาความจริงมาตบหน้าคนตรง แต่ก่อนที่เธอจะได้อ้าปากโต้ตอบ คีรินก็ก้าวออกมายืนบังร่างเพรียวของเธอไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนาหยิบม้วนแบบแปลนที่หล่นอยู่ขึ้นมาปัดฝุ่นออกอย่างใจเย็น ราวกับธันวาเป็นเพียงฝุ่นผงไร้ค่าบนโต๊ะทำงาน "ถ้าสมองของคุณมีพื้นที่ว่างมากพอสำหรับการจินตนาการเรื่องไร้สาระ ธันวา... ผมแนะนำให้เอาเวลาไปตรวจทานตัวเลขงบประมาณโครงสร้างเฟสสามที่กำลังจะเจ๊งไม่เป็นท่าเสียดีกว่า" คีรินสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมจนคู่สนทนาหน้าชา ธันวากัดฟันกรอด รอยยิ้มเยาะเมื่อครู่เลือนหายไปแทนที่ด้วยความเกรี้ยวกราด "อย่ามาปากดี คีริน! แบบแปลนฉบับนี้ถูกส่งให้คณะกรรมการบริหารพิจารณาในอีกสิบสองชั่วโมงข้างหน้า และถ้าหากว่า..." ธันวาหันขวับมามองรินรดาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ถ้าหากว่างานกราฟิกและโทนสีของรีสอร์ทแห่งนี้ยังคง 'ไร้แก่นสาร' และไม่ตอบโจทย์เชิงพาณิชย์อย่างที่ฉันต้องการ... เธอและนายสถาปนิกอีโก้สูงคนนี้ เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากบริษัทได้เลย!" ประโยคประกาศิตนั้นทิ้งน้ำหนักลงบนบ่าของทั้งคู่ราวกับก้อนหินมหึมา ธันวายกยิ้มเยาะอีกครั้งก่อนจะหมุนตัวเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้อง พร้อมกับกระแทกประตูกระจกปิดดังสนั่นสะเทือนไปถึงโสตประสาท ห้องทำงานกลับคืนสู่ความเงียบงันอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุข มันคือความกดดันที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง สองมือยกขึ้นกุมขมับ ความเครียดสะสมจากการทำงานข้ามคืนผสานกับคำขู่เมื่อครู่ทำให้ขอบตาร้อนผ่าว เธอยอมรับว่าเธอเกลียดความพ่ายแพ้ และยิ่งเกลียดความรู้สึกที่กำลังกลายเป็นตัวถ่วงให้ใครบางคน "ไหวไหมครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเหนือศีรษะ รินรดาเงยหน้าขึ้นมอง ชายหนุ่มผู้ที่ไม่เคยแม้แต่จะชายตามองใครด้วยความเห็นอกเห็นใจ บัดนี้กำลังยืนค้ำโต๊ะทำงานของเธอ ดวงตาสนเท่ห์และจริงจังคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความเย็นชาหลงเหลืออยู่ มีเพียงความมุ่งมั่นบางอย่างที่สะท้อนอยู่ในนั้น "ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดที่จะร้องไห้ให้คนอย่างธันวาเห็นหรอกค่ะ..." รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ พยายามดึงความเข้มแข็งของตัวเองกลับมา "แต่ปัญหาคือ โทนสีและฟังก์ชันที่คุณกับฉันออกแบบไว้ มันดันขัดแย้งกันเองตามที่ตาสั่งการเมื่อกี้พูดจริงๆ นี่คะ แบบแปลนของคุณเน้นความดิบกระด้างของคอนกรีตและกระจกใส แต่กราฟิกที่ฉันร่างไว้มันดันไปทางธรรมชาติบำบัด... ถ้าเราไม่ปรับให้มันกลืนเป็นเนื้อเดียวกันภายในคืนนี้ เราพังแน่ๆ" คีรินเงียบไปครู่หนึ่ง เขาดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงข้างๆ จนชิด ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นจางๆ ของโคโลญจ์ราคาแพงผสมกับกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์ "ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น" คีรินเอ่ยขึ้นเบาๆ ทำเอารินรดาชะงัก "ผมหมายถึง... คุณอดนอนมาสามวันแล้ว รินรดา" ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ ด้วยความคาดไม่ถึง ประโยคเรียบๆ ที่แฝงความห่วงใยเจือจางทำให้หัวใจที่กำลังเต้นรัวด้วยความโกรธเมื่อครู่ กลับสะดุดกึกในจังหวะที่แปลกประหลาด "นี่คุณ... เป็นห่วงฉันเหรอคะ?" เธอดักคอด้วยน้ำเสียงติดตลกกลบเกลื่อนความประหม่า "ผมแค่ไม่อยากทำงานกับคนที่หมดสติคาโต๊ะ" สถาปนิกหนุ่มปฏิเสธหน้าตาย ทว่ามุมปากหยักลึกกลับยกขึ้นน้อยๆ เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง—รอยยิ้มที่ไม่ได้เย้ยหยัน แต่มันคือรอยร้าวในแบบแปลนความเย็นชาของเขา ที่เปิดช่องให้ความอบอุ่นเล็ดลอดเข้ามา "โอเคค่ะ นายสถาปนิกปากแข็ง" รินรดาถอนหายใจยาว ยอมรับความจริงตรงหน้า "ถ้าอย่างนั้น... เรามารื้อฟังก์ชันกับศิลปะพวกนี้ใหม่ตั้งแต่ต้นจนกว่าจะเช้าก็แล้วกัน" ทั้งสองคนหันกลับมาสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์และกระดาษร่างตรงหน้าอีกครั้ง ในค่ำคืนที่ยาวนานนี้ ความผิดพลาดเล็กน้อยที่เกือบทำให้ตกงาน กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับจูนจังหวะชีวิตและหัวใจให้ตรงกันทีละนิด โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า... ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนระบบภารกิจส่วนตัวดังขึ้นเบาๆ จากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของคีริน หน้าจอเรืองแสงวาบขึ้นพร้อมกับข้อความปริศนาจากระบบฐานข้อมูลกลางของบริษัทที่ถูกส่งตรงเข้ามากลางดึก: *[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการเข้าถึงไฟล์ลับโครงการ 'The Glass Horizon' เฟสศูนย์ จาก IP Address ภายนอก... คำเตือน: ข้อมูลการออกแบบหลักกำลังถูกถ่ายโอนไปยังคู่แข่งในอีก 3 นาทีข้างหน้า]* รินรดาลุกขึ้นยืนพรวด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนกเมื่อเห็นตัวเลขถอยหลังบนหน้าจอโทรศัพท์ของคีริน ขณะที่สถาปนิกหนุ่มหรี่ตาลงอย่างอันตราย รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขายิ่งกว่าเดิม เพราะคนที่มีสิทธิ์เข้าถึงรหัสผ่านระดับนี้ได้... มีเพียงคนเดียวในบริษัทเท่านั้น! -------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นแรงไปกับรินรดานะคะ!
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้นายสถาปนิกไร้รอยยิ้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%