"ถ้าคุณยังวัดค่าความสุขด้วยตารางพิกัดคอลัมน์ Excel อีกตารางเดียว ฉันจะเทแฟรปเป้แก้วนี้ลงบนแปลนอาคารสามมิติของคุณจริงๆ ด้วยนะคะ"
รินรดากระแทกหลอดดูดลงกับก้นแก้วพลาสติกจนเกิดเสียงดังกร้วม กลิ่นหอมหวานของวานิลลาและคาราเมลที่ตีขึ้นมาตัดกับความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศในร้านกาแฟขนาดจิ๋ว ย่านตึกแถวเก่าแก่ที่ซ่อนตัวอยู่หลังไซต์งานก่อสร้างใหญ่โต ไม่มีป้ายชื่อร้าน ไม่มีแม้กระทั่งไฟนีออนกระพริบต้อนรับ มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไส้ดวงเปลือยที่ห้อยระย้าลงมาเหนือโต๊ะไม้สักขัดหยาบ
สถานที่แห่งนี้ไม่อยู่ในระบบฐานข้อมูลนำทางใดๆ ของเมือง เป็นเขตแดนลับแลที่หญิงสาวค้นพบโดยบังเอิญขณะวิ่งหนีความเครียดจากแบบร่างกราฟิกที่ถูกธันวาตีกลับมาเป็นรอบที่สี่ และที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือ... ชายหนุ่มผู้ยึดมั่นในฟังก์ชันและเส้นตรงอย่างไร้หัวใจอย่างคีริน กลับนั่งอยู่ที่มุมห้องนี้ก่อนแล้วด้วยซ้ำ
สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากกระดาษไขตรงหน้า เขากำลังใช้ดินสอดำด้ามโปรดร่างเส้นโค้งอิสระด้วยความเร็วที่แม่นยำ นิ้วเรียวยาวที่มักจะถือไม้บรรทัด T-Square เคาะเบาๆ บนขอบโต๊ะเป็นจังหวะ ราวกับกำลังคำนวณโครงสร้างรับน้ำหนักของความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ใต้รอยต่อของกระดาษ
"คอลัมน์พวกนั้นไม่ได้วัดความสุขหรอกครับรินรดา แต่มันวัดความเป็นไปได้" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ โดยไม่ละสายตาจากงาน "ถ้าเสาเข็มไม่ลึกพอ ต่อให้ดีไซน์ภายนอกจะสวยงามแค่ไหน สุดท้ายแรงลมมรสุมรอบเดียวก็พังครืนลงมาอยู่ดี... งานของคุณก็เหมือนกัน สีสันจัดจ้านพราวตาพวกนั้นไม่มีโครงสร้างรองรับแรงกระแทกจากความจริงเลย"
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรงเก๋หรี่ลงอย่างจับผิด เธอวางศอกลงบนโต๊ะโน้มตัวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าจากตัวเธอลอยวนอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของเขา คีรินชะงักดินสอในมือไปนิดหนึ่งอย่างไม่ทันตั้งตัว
"คุณเคยใช้ชีวิตนอกเหนือจากสเกลและมาตราส่วนบ้างไหมคะ คีริน?" เธอกระซิบ น้ำเสียงเจือความท้าทายที่ทำให้แววตาคมกริบของอีกฝ่ายต้องเงยขึ้นสบตา "โลกนี้ไม่ได้มีแค่สีเทาคอนกรีตกับสีขาวของกระดาษไขนะคะ บางครั้ง... การปล่อยให้มันผิดสัดส่วนนิดหน่อย มันกลับกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เราจำได้ไม่ลืม"
ความเงียบโรยตัวลงระหว่างคนทั้งสอง ชั่วขณะนั้นเองที่รินรดาสังเกตเห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาของสถาปนิกหนุ่ม ความตึงเครียดที่มักจะประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้นผ่อนคลายลงยามเมื่อแสงไฟสีส้มตกกระทบสันจมูกโด่งเป็นสัน คีรินไม่ได้ดูเหมือนหุ่นยนต์คำนวณตัวเลขเหมือนในที่ทำงานอีกต่อไป แต่เขากลับคล้ายรูปปั้นหินอ่อนที่กำลังถูกน้ำเซาะทีละน้อย เปิดเผยให้เห็นเนื้อแท้ที่อ่อนไหวและเปราะบางกว่าที่ใครล่วงรู้
"ผมไม่เคยจำสิ่งที่ผิดพลาด" คีรินเอ่ยเสียงเบาลงกว่าเดิม นัยน์ตาสสีเข้มคู่นั้นไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม "เพราะความผิดพลาด... คือต้นทุนที่ครอบครัวผมไม่เคยอนุญาตให้จ่าย"
ประโยคสั้นๆ นั้นกระชากหัวใจของคนฟังให้วูบหล่นลงไปในความเวิ้งว้าง รินรดากะพริบตาปริบๆ ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความสงสัยใคร่รู้ที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในอก ปมปัญหาเรื่องความคาดหวังของตระกูลสถาปนิกชื่อดังที่ธันวาเคยกระซิบให้ฟัง ลอยวนเข้ามาในหัวราวกับจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เพิ่งหาเจอ
ก่อนที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองจะลึกซึ้งเกินกว่าจะควบคุม เสียงกระดิ่งลมทองเหลืองเหนือประตูบานไม้ก็ดังกรุ๊งกริ๊งขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาในคาเฟ่ลับแห่งนี้
รินรดาสะดุ้งสุดตัวเมื่อหันไปสบตากับผู้มาเยือน
ธันวาแย้มยิ้มกริ่ม รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษและความลับบางอย่างไว้เต็มเปี่ยม ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลสนิทที่ประทับตราลับสุดยอดของบริษัทสถาปัตยกรรมระดับประเทศ
"บังเอิญจังเลยนะครับ ที่เห็นคู่หูตัวเต็งของเราแอบมาสุมหัวกันนอกเวลางานแบบนี้..." ธันวาหัวเราะในลำคอ สายตากวาดมองกระดาษร่างของคีรินสลับกับใบหน้าตื่นตระหนกของรินรดา ก่อนจะโยนซองเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดังปั้ก "แต่ดูเหมือนว่าพวกคุณคงต้องเลิกสวีทกันชั่วคราวแล้วล่ะครับ เพราะระบบส่วนกลางเพิ่งส่งภารกิจเร่งด่วนระดับ SSS ลงมา... และถ้าโปรเจกต์นี้พลาด พวกเราทุกคนจะไม่มีแม้แต่ที่ยืนในวงการนี้อีกต่อไป"
คีรินขมวดคิ้วมุ่น รีบคว้าซองเอกสารขึ้นมาเปิดดู ทันทีที่ดวงตาคู่คมกวาดผ่านบรรทัดแรก สีหน้าของสถาปนิกหนุ่มก็ถอดสีลงอย่างเห็นได้ชัด มือที่ถือกระดาษสั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้
รินรดารemรีบชะโงกหน้าเข้าไปดูด้วยความตกใจ และก่อนที่เธอจะได้ทันอ่านข้อความทั้งหมด หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสขนาดเล็กก็ดีดเด้งขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ที่มา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งสาม
*[ระบบภารกิจพิเศษ: ปลดล็อกห้องใต้ดินหมายเลข 13 - เวลาจำกัด 3 ชั่วโมง]*
*[คำเตือน: หากล้มเหลว ข้อมูลการออกแบบทั้งหมดจะถูกลบถาวร และท่านจะถูกขับออกจากระบบสถาปนิกนิรันดร์ทันที]*
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "ลูกกวาดสีรุ้ง" ในตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นระทึกกับการไขปริศนาในตอนต่อไปด้วยกันนะคะ
เซนเซอร์หัวใจให้นายสถาปนิกไร้รอยยิ้ม•ตอนที่ 5
คาเฟ่ที่ไม่มีใครรู้จัก
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้นายสถาปนิกไร้รอยยิ้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!