กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงที่ทับถมกันมานานแรมปีปะทะเข้ากับปลายจมูกทันทีที่บานประตูเหล็กกล้าหนักอึ้งถูกผลักเปิดออกด้วยแรงดันจากระบบ ข้อมูลตัวเลขสีฟ้าเรืองแสงเตือนนับถอยหลังลอยเด่นอยู่กลางอากาศ—*02:59:45*—เวลาสามชั่วโมงที่ราวกับทรายสีเลือดไหลรินผ่านอุ้งมือ
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก มือเรียวรีบตวัดหน้าจอโฮโลแกรมขึ้นเพื่อสแกนโครงสร้างสถาปัตยกรรมภายในห้องใต้ดินหมายเลข 13 ซึ่งถูกซ่อนไว้ใต้ฐานรากตึกสำนักงานใหญ่ของธันวาอย่างแนบเนียน ที่นี่ไม่ใช่ห้องเก็บเอกสารธรรมดา แต่มันคือ "พื้นที่รกร้างทางความคิด" ที่คีรินเคยปฏิเสธที่จะแตะต้อง
"อย่าขยับไปไหน..." เสียงทุ้มต่ำของคีรินดังขึ้นลอดไรฟัน ร่างสูงในชุดสูทเนี้ยบแต่ยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการเร่งรีบก้าวเข้ามาประชิด เขาคว้าข้อศอกเธอไว้เพื่อดึงหลบแผ่นกระเบื้องเซรามิกที่ดีดตัวขึ้นจากพื้นตามกลไกกับดักของระบบป้องกันความปลอดภัย
รินรดาไม่สะทกสะท้าน ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายขณะมองเสี้ยวหน้าคมคายที่ตอนนี้เต็มไปด้วยเหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผม "ถ้าฉันไม่ขยับ คุณก็คงไขรหัสตารางพิกัดนี้ไม่ได้หรอกนะคะ สถาปนิกผู้ไร้ที่ติ"
คีรินขบกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นคมรั้นแสดงถึงความหงุดหงิดที่ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ แววตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องใต้ดินที่มืดสลัว ผนังรอบด้านไม่ได้ประดับด้วยแปลนอาคารที่สมบูรณ์แบบตามหลักเรขาคณิตแบบที่เขาศรัทธามาตลอดชีวิต หากแต่เต็มไปด้วยภาพร่างด้วยมือ รอยขูดขีด เส้นโค้งที่บิดเบี้ยว และรอยน้ำตาที่แห้งกรังบนกระดาษไขราคาถูก ซึ่งเป็นงานออกแบบชุดแรกๆ ของเขาเอง—งานที่ธันวากล่าวหาว่า "ไร้สาระและขายไม่ได้" จนทำให้เขาต้องสลัดทิ้งตัวตนด้านนั้นแล้วกลายเป็นเครื่องจักรทำงานตามสั่ง
"มันรก..." คีรินพึมพำ น้ำเสียงสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่ มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเอื้อมไปแตะแปลนร่างชิ้นหนึ่งที่มุมห้อง "เส้นพวกนี้... มันผิดสเกล มันไม่มีฟังก์ชันรองรับน้ำหนัก มันเป็นขยะ"
"แต่มันมีหัวใจนะคะ" รินรดาแทรกขึ้น น้ำเสียงอ่อนลงแต่หนักแน่น เธอก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างเขา แสงสีฟ้าจากระบบภารกิจสาดสะท้อนใบV-Shape ของทั้งคู่ "คุณคีรินคะ คุณใช้ชีวิตอยู่บนกรอบสี่เหลี่ยมที่คนอื่นตีเส้นให้ จนลืมไปหรือเปล่าว่า เส้นตรงที่สมบูรณ์แบบที่สุด... บางครั้งก็ไร้ซึ่งความหมาย ถ้ามันพาเราเดินไปในทิศทางที่ว่างเปล่า"
ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มหันมามองเธอ ชั่วขณะนั้น รินรดาเห็นรอยร้าวลึกในดวงตาคู่นั้น ความมั่นใจที่เคยค้ำจุนตัวตนของเขามาตลอดหลายปีพังทลายลงทีละน้อย เมื่อระบบภารกิจส่งเสียงแจ้งเตือนย้ำเตือนความจริงที่โหดร้าย—*ข้อผิดพลาดทางตรรกะ: รูปแบบการออกแบบขัดแย้งกับตัวตนของผู้สร้าง*
หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้ากะพริบถี่เป็นสีแดงฉาน พร้อมกับเสียงสังเคราะห์ของระบบที่ดังขึ้นอย่างไร้ความปรานี: *[ตรวจพบความลังเลในจิตใจของผู้ใช้: ค่าความสมบูรณ์ลดลงเหลือ 45% หากไม่ยืนยันการทำลายข้อมูลต้นแบบภายใน 10 นาที ระบบจะทำการล้างข้อมูลถาวรทั้งหมด]*
"คุณต้องเลือกระหว่างลบมันทิ้งเพื่อรักษาความสมบูรณ์แบบในโลกจอมปลอมของธันวา..." รินรดากระซิบเบาๆ ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนหลังมือที่กำ1แน่นของเขา "...หรือจะยอมรับความเบี้ยว ความผิดพลาด และความเป็นมนุษย์ที่แท้จริงของคุณ"
คีรินมองมือนั้นสลับกับภาพร่างเส้นโค้งบิดเบี้ยวที่เขาเคยเกลียดชัง ลมหายใจของเขาติดขัด หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพลในอก ความคิดนับร้อยตีกันวุ่นวายในหัว สมองฝังหัวด้วยคำสอนเรื่องความไร้ที่ติ แต่สัญชาตญาณลึกๆ กลับโหยหาอิสรภาพที่สูญหายไป
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมเสียงปรบมือดังขึ้นจากทางบันไดทางเข้าห้องใต้ดิน ร่างสูงโปรดของธันวาก้าวออกมาจากเงาสลัว พร้อมรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ดวงตาคมปลาบกวาดมองคนทั้งสองด้วยแววตาสสมเพชแกมเย้ยหยัน
"เล่นสนุกอะไรกันอยู่หรือครับ เด็กๆ... น่าประทับใจจริงๆ ที่ลากสังขารมาถึงนี่ได้ แต่เสียใจด้วยนะคีริน นายไม่มีวันชนะระบบที่ฉันสร้างขึ้นหรอก" ธันวาหัวeร่อในลำคอ พร้อมกับกดรีโมทคอนโทรลในมือซ้าย ส่งผลให้ประตูกลันแกล้งทางออกปิดล็อกสนิท เสียงเครื่องจักรกดทับเริ่มทำงานจากเพดานด้านบน
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อผนังห้องเริ่มขยับเข้าหากัน บีบพื้นที่ให้แคบลงเรื่อยๆ ขณะที่คีรินยังคงยืนนิ่งงันราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น
"คีริน!" รินรดาตะโกนเรียกสติ พร้อมกับพยายามผลักดันแผ่นผนังที่เลื่อนเข้ามา แต่แรงของเธอน้อยเกินไป
คีรินก้มมองรีโมทในมือธันวา สลับกับภาพร่างชิ้นสุดท้ายที่กำลังจะถูกบดขยี้ ร่างกายของเขาสั่นเทา แต่ในวินาทีที่เงาสืดมิดของความพ่ายแพ้กำลังจะกลืนกินเขาทั้งเป็น นิ้วเรียวยาวที่เคยจับแต่ปากกาเขียนแบบอย่างแม่นยำ กลับเอื้อมไปคว้าก้อนหินบนพื้นแล้วซัดใส่แผงควบคุมระบบด้วยแรงทั้งหมดที่มี!
*[คำเตือน: เกิดความเสียหายรุนแรงต่อโครงสร้างระบบเซิร์ฟเวอร์หลัก!]*
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ประกายไฟสีส้มสว่างวาบไปทั่วห้องใต้ดิน พร้อมกับรอยร้าวขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ฉีกกระชากมิติของห้องให้เปิดออกเผยให้เห็นท้องฟ้ายามราตรีที่เต็มไปด้วยดวงดาวเหนือตึกสูง—ไม่ใช่โลกจำลองของระบบอีกต่อไป แต่เป็นความจริงที่ดิบเถื่อนและกว้างใหญ่ไพศาล
ธันวาแผดเสียงร้องด้วยความตกใจเมื่อแรงกระแทกซัดร่างเขากระเด็นติดผนัง คีรินคว้าเอวบางของรินรดากอดแนบอกแน่นเพื่อปกป้องจากเศษปูนที่ร่วงหล่น ท่ามกลางฝุ่นควันและเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังสนั่นหู
ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ท่ามกลางความโกลาหลเบื้องหน้า คีรินก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขน แววตาที่เคยไร้ซึ่งความรู้สึก บัดนี้กลับมีประกายระยิบระยับของบางสิ่งที่เพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมา
ก่อนที่สติของทั้งคู่จะหลุดลอยไปกับแรงระเบิดครั้งสุดท้าย หน้าจอโฮโลแกรมปริศนาสีทองอร่ามก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าพวกเขา พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ทำให้ลมหายใจสะดุด:
*[ระบบถูกรีเซต: ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความเป็นจริง... ผู้สร้างคนใหม่]*
*(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ)*
เซนเซอร์หัวใจให้นายสถาปนิกไร้รอยยิ้ม•ตอนที่ 6
เส้นตารางที่เบี้ยวไป
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้นายสถาปนิกไร้รอยยิ้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!