"ถ้าผลงานชิ้นนี้คือตัวแทนของความสร้างสรรค์ที่พวกคุณภาคภูมิใจนัก... ฉันคงต้องทบทวนใหม่แล้วล่ะค่ะ ว่าเรากำลังสร้างตึกเพื่ออยู่อาศัย หรือกำลังสร้างแกลเลอรีขยะรีไซเคิลกันแน่"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบคมราใบมีดโกนของคีริน ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบงันในห้องประชุมใหญ่ ชั้น 42 ของบริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมระดับประเทศ โต๊ะประชุมตัวยาวทำจากหินอ่อนสีดำสนิทสะท้อนเงาของร่างสูงโปรดิวเซอร์งานออกแบบผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและไร้ความปรานี นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนแฟ้มผลงานดิจิทัลด้วยจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับกำลังจับเวลาถอยหลังความอดทนของทุกคนในห้อง
รินรดากำหมัดแน่นใต้โต๊ะ เล็บมือจิกเข้ากับฝ่ามือเบาๆ เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน ปลายปากกาไอแพดในมือเกือบจะหักคามืออยู่แล้วหากเธอไม่สูดลมหายใจเข้าลึกพอกลิ่นกาแฟอาราบิก้าเข้มข้นผสมกับความตึงเครียดในอากาศรอบตัว ทำให้บรรยากาศยามบ่ายนี้อึดอัดเสียยิ่งกว่าอยู่ในเตาอบ
นี่คือการประชุมร่วมครั้งแรกระหว่างเธอกับเขา—รินรดา นักออกแบบกราฟิกอิสระผู้หลงใหลในความจัดจ้านของสีสันและเส้นสายที่อิสระเสรี กับคีริน สถาปนิกหนุ่มอัจฉริยะผู้ยึดมั่นในเรขาคณิต ฟังก์ชัน และความสมบูรณ์แบบอย่างไร้รอยต่อ
ธันวา หัวหน้าโครงการผู้กุมอำนาจสูงสุดในโปรเจกต์ "Skyline Sanctuary" ขยับตัวอึดอัดเล็กน้อย เขาประสานมือบนโต๊ะแล้วส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้กับบรรยากาศที่คุกรุ่นระหว่างคนทั้งคู่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเพื่อไกล่เกลี่ย
"คุณคีรินครับ... เอ๊ย ใจเย็นๆ ก่อนครับ ทางคุณรินรดาก็แค่พยายามใส่จิตวิญญาณและความมีชีวิตชีวาลงไปในโซนส่วนกลาง เพื่อไม่ให้ตึกมันดูแข็งกระด้างจนเกินไป..."
"สถาปัตยกรรมไม่ได้มีไว้เพื่อสนองอารมณ์ชั่ววูบของใครค่ะ ธันวา" คีรินหันไปมองหัวหน้าโครงการด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งรอยยิ้มหรือแม้แต่ความลังเลใดๆ "ตึกหลังนี้มีงบประมาณจำกัด มีโครงสร้างทางวิศวกรรมที่คำนวณมาแล้วทุกมิลลิเมตร การเอาสีสันฉูดฉาดและกราฟิกแนวสตรีทอาร์ตมาแปะลงบนระเบียงกระจกใส มันไม่ได้เรียกว่าการสร้างสรรค์ แต่มันคือการทำลายตรรกะของงานออกแบบทั้งหมดต่างหาก"
ดวงตากลมโตของรินรดาวาวโรจน์ขึ้นมาทันที เธอทนฟังคำดูถูกเหยียดหยามผลงานที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจมาหลายคืนไม่ได้อีกต่อไป หญิงสาวผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกระแทกเบาๆ ทำให้เก้าอี้เลื่อนถอยหลังไปครึ่งก้าว สายตาของทุกคนในห้องหันมาจับจ้องที่เธอเป็นจุดเดียว
"คุณคีรินคะ..." รินรดาเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด แม้ว่าข้างในจะสั่นระริกด้วยความโกรธ "คุณบอกว่างานของฉันคือขยะรีไซเคิล เพราะมันไม่มีตรรกะทางคณิตศาสตร์รองรับอย่างนั้นเหรอคะ? แต่คุณลืมไปหรือเปล่าว่า มนุษย์ที่ต้องเข้าไปอาศัยอยู่ในตึกที่คุณออกแบบจนมัน 'สมบูรณ์แบบ' ทางฟังก์ชันน่ะ... เขาไม่ได้มีชีวิตอยู่ด้วยตัวเลขและคอนกรีตเปลือยๆ นะคะ"
เธอหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาแล้วสะบัดข้อมือส่งภาพร่างสามมิติขึ้นสู่จอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่กลางห้อง ภาพของผนังกระจกโล้นๆ ที่คีรินออกแบบไว้ ถูกทับด้วยลวดลายกราฟิกเชิงนามธรรมที่รินรดาเพิ่งวาดสดๆ ร้อนๆ เส้นสายพลิ้วไหวและเฉดสีที่ตัดกันอย่างลงตัวสะท้อนแสงไฟในห้องจนดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเห็น
"นี่คือสิ่งที่ฉันพยายามจะสื่อค่ะ" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะฝั่งตรงข้าม ช1ายตามองสถาปนิกหนุ่มด้วยความไม่ยอมแพ้ "แสงเงาที่ตกกระทบลงบนกระจกในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน จะทำให้ลวดลายพวกนี้เปลี่ยนเฉดสีไปตามอารมณ์ของคนมอง มันคือการเชื่อมโยงระหว่างสถาปัตยกรรมที่ไร้ชีวิต กับ 'หัวใจ' ของคนที่หายใจอยู่ข้างใน... ถ้าคุณมองไม่เห็นสิ่งนี้ ฉันก็เกรงว่าคนที่มีปัญหาไม่ใช่ผลงานของฉันหรอกค่ะ แต่เป็นจินตนาการของคุณต่างหากที่มันตายด้านไปแล้ว"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง ชนิดที่ว่าแม้แต่เสียงลมหายใจก็ยังได้ยินชัดเจน
ธันวาอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจ ไม่เคยมีใครกล้าพูดจาตอกหน้าคีริน สถาปนิกผู้กุมความสำเร็จของบริษัทแบบนี้มาก่อนในรอบห้าปี
คีรินยังคงนั่งนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาโลหะสีเงินไม่ได้กะพริบเลยแม้แต่น้อย เขามองหน้าหญิงสาวที่ยืนหายใจหอบด้วยความโกรธอยู่ตรงข้าม ร่างสูงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ช้าๆ มุมปากข้างหนึ่งกระตุกขึ้นเล็กน้อย—ไม่ใช่รอยยิ้ม แต่เป็นการแสยะยิ้มเยียบเย็นที่ทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที
นิ้วเรียวยาวของเขาประสานเข้าหากันบนตัก ก่อนที่เขาจะโน้มตัวไปข้างหน้าน้อยๆ เพื่อสบตากับเธออย่างตรงไปตรงมา
"ปากกล้าดีนี่ครับ... นักออกแบบฟรีสไตล์" คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากดดันจนคนฟังรู้สึกหายใจไม่ออก "ในเมื่อคุณมั่นใจว่างานไร้แก่นสารของคุณมันมี 'หัวใจ' นักล่ะก็..."
เขายื่นมือไปหยิบแฟ้มเอกสารสีดำสนิทเล่มหนึ่งขึ้นมา เปิดพลิกดูหน้าสุดท้ายก่อนจะเลื่อนมันไปตรงหน้าเธอ
"พรุ่งนี้เช้า... ก่อนการประชุมบอร์ดบริหารระดับสูง คุณมีเวลาแค่สิบสองชั่วโมงในการพิสูจน์ว่ากราฟิกเพ้อเจ้อของคุณมันใช้งานได้จริงบนโครงสร้างจริง ไม่ใช่แค่ภาพวาดสวยๆ ในไอแพด"
คีรินหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่เริ่มฉายแววตื่นตระหนกทีละน้อย ก่อนจะเอ่ยประโยคพิฆาตที่ทำให้ลมหายใจของรินรดาเกือบสะดุด
"ไม่อย่างนั้น... เชิญเก็บข้าวของแล้วไสหัวออกจากโปรเจกต์นี้ซะ เพราะผมไม่จ้างคนมาทำเล่นขายของหรอกนะครับ"
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความดิจิทัลดังขึ้นเบาๆ ในโสตประสาทของรินรดา พร้อมกับหน้าต่างระบบภารกิจปริศนาที่เด้งขึ้นมาตรงหน้าเธอโดยที่คนอื่นมองไม่เห็น—
**[ระบบภารกิจพิเศษ: "กำแพงน้ำแข็งของสถาปนิก"]**
**ระดับความยาก:** SSS
**เงื่อนไข:** เอาชนะข้อครหาและทำให้คีรินยอมรับผลงานภายใน 12 ชั่วโมง
**บทลงโทษหากล้มเหลว:** ถูกขับออกจากโครงการถาวรและสูญเสียสิทธิ์ในการออกแบบโครงสร้างสาธารณะตลอดชีพ
**สถานะ:** เริ่มต้นนับถอยหลัง... 11 ชั่วโมง 59 นาที...
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ขณะที่ร่างสูงของคีรินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าเสื้อสูทพาดบ่าแล้วหันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างไม่1ไยดี ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ และความกดดันมหาศาลที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ รอยยิ้มท้าปรากฏขึ้นที่มุมปาก—ในเมื่อเขาอยากเปิดสงคราม เธอก็พร้อมจะงัดทุกสีสันในโลกนี้มาละเลงใส่โลกสีเทาของเขาให้พังไปข้างหนึ่งเลยเหมือนกันค่ะ!
---
*ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในโลกแห่งจินตนาการกับลูกกวาดสีรุ้งนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!*
เซนเซอร์หัวใจให้นายสถาปนิกไร้รอยยิ้ม•ตอนที่ 1
เส้นขนานในห้องประชุม
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้นายสถาปนิกไร้รอยยิ้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!