"ถ้าเจ้ายังดึงดันจะใช้เวทมนตร์ธาตุลมห่อหุ้มคมดาบแบบนั้นต่อหน้าเซเลนาอีกรอบ ข้าเกรงว่าใบหูของเจ้าคงได้หลุดติดมือท่านอาจารย์กลับมาเป็นของที่ระลึกแน่ ลีออน"
เสียงกระซิบเบาๆ พร้อมกับแรงสะกิดที่หัวไหล่ ทำให้เรย์ อาร์คไลท์ต้องรีบดึงสติกลับมาจากกองเอกสารประวัติศาสตร์เวทมนตร์ยุคโบราณ เขากวาดสายตามองไปรอบห้องสมุดใต้ดินของสถาบันอัศวิน ซึ่งในยามวิกาลเช่นนี้ บรรยากาศรอบตัวช่างเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงหยดน้ำจากผนังหินชื้นแฉะ และเสียงพลิกกระดาษแผ่นบางที่ดังสะท้อนก้องกังวาน
ลีออน กรีนฟิลด์ เพื่อนสนิทร่วมชั้นปีผู้มีเส้นผมสีเขียวอ่อนยุ่งเหยิง ถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกับทรุดตัวลงนั่งแปะบนม้านั่งไม้เนื้อแข็ง ตรงข้ามกับกองตำราเวทมนตร์ต้องห้ามที่พวกเขายืม (หรือพูดให้ถูกคือ แอบลักลอบหยิบ) มาจากเขตหวงห้ามชั้นสาม
"ก็ข้าแค่อยากลองประยุกต์ใช้ทฤษฎีการหมุนวนของกระแสลมเพื่อเพิ่มความเร็วในการโจมตีแบบเฉียบพลันนี่นาเรย์" ลีออนแก้ตัวด้วยน้ำเสียงอู้อี้ ใบหน้าคมคายฉายแวบความหงุดหงิดเล็กน้อย "อีกอย่าง ข้าไม่อยากตกเป็นรองพวกขุนนางปีสองที่เอาแต่พึ่งพาคريสตัลเวทมนตร์ราคาแพงหรอกนะ เจ้าก็รู้ว่าการสอบเลื่อนขั้นสัปดาห์หน้ามันสำคัญกับพวกเรามากแค่ไหน"
เรย์ระบายยิ้มบางๆ ออกมา มือเรียวยังคงทำหน้าที่จัดเรียงบันทึกโบราณที่ทำจากหนังสัตว์แท้เข้าที่อย่างระมัดระวัง แม้ภายนอกเขาจะดูผ่อนคลายและมักจะมีมุกตลกกลบเกลื่อนสถานการณ์ตึงเครียดเสมอ แต่ภายในใจของอัศวินฝึกหัดหนุ่มผู้นี้กำลังประเมินความเสี่ยงทุกอย่างอย่างรอบคอบ เขารู้ดีว่าการก้าวล้ำเข้ามาใน "ห้องสมุดใต้ดิน" ซึ่งถูกปิดตายมานานกว่าร้อยปีหลังเกิดเหตุการณ์ความผิดปกติทางเวทมนตร์เมื่ออดีต ไม่ใช่เรื่องที่สถาบันจะมองข้ามได้ง่ายๆ
แต่ทว่า... ความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับ "ทฤษฎีเวทมนตร์ฉบับต้องห้าม" ที่ศาสตราจารย์เซเลนา เวลเวิร์ด เคยเปรยไว้ในคาบบรรยายเมื่อสัปดาห์ก่อน มันดึงดูดใจเขายิ่งกว่าสิ่งใด
"ลีออน เจ้าจำที่ศาสตราจารย์เซเลนาเคยบอกได้ไหม..." เรย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังเจือความจริงจัง "เวทมนตร์โบราณไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำลายล้าง แต่มันคือภาษาที่ใช้เจรจากับพลังงานดั้งเดิมของโลก ถ้าเราเข้าใจโครงสร้างพื้นฐานของมัน แม้แต่ดาบไม้ธรรมดาๆ ก็สามารถผ่าเกราะเหล็กกล้าได้โดยไม่ต้องพึ่งพาคริสตัลเวทมนตร์"
"พูดน่ะมันง่าย..." ลีออนบ่นอุบ แต่ก็ยอมยื่นมือมาช่วยเรย์ถือตะเกียงเวทมนตร์ที่เริ่มหรี่แสงลง
ในจังหวะนั้นเอง สายตาของเรย์ก็บังเอิญเหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างบนผนังหินด้านหลังชั้นวางตำราเก่าคร่ำคร่า
มันไม่ใช่รอยร้าวธรรมดาจากการกัดกร่อนของความชื้น แต่เป็นร่องรอยการสลักอักขระเวทมนตร์รูปวงแหวนซ้อนทับกันสามชั้น ซึ่งถูกอำพรางไว้ด้วยคราบเขม่าสีดำหนาทึบ เรย์ขยับเข้าไปใกล้ ใช้ปลายนิ้วมือข้างที่สวมถุงหนังหนาปัดฝุ่นละอองและเขม่าคราบเก่าออกอย่างเบามือ หัวใจของเขาเต้นระรัวขึ้นทีละจังหวะ เมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสพลังงานความร้อนระอุที่แผ่ซ่านออกมาจากร่องหินนั้น ราวกับว่ามีสิ่งมีชีวิตกำลังหายใจอยู่เบื้องหลังผนังทึบตัน
"ลีออน... ถือตะเกียงให้ใกล้กว่านี้อีกนิดซิ" เรย์เอ่ยกระซิบ สัญชาตญาณนักรบเตือนให้เขาระมัดระวังตัวขั้นสูงสุด
"เฮ้ เรย์ เจ้าเจออะไรวะ? หน้าตาเจ้าดูซีดเป็นไก่ต้มเลยนะ" ลีออนรีบขยับเข้าไปใกล้พร้อมกับยกตะเกียงส่องตามปลายนิ้วของเพื่อนสนิท
เมื่อแสงไฟสีส้มสาดส่องกระทบกับอักขระโบราณเต็มตา ลวดลายวงแหวนเวทมนตร์นั้นก็พลันเรืองแสงสีครามจางๆ ขึ้นมาอย่างกะทันหัน แรงสั่นสะเทือนเบาๆ สะท้อนผ่านพื้นหินใต้ฝ่าเท้า จนฝุ่นผงบนเพดานร่วงกราวลงมาใส่บ่าของทั้งคู่
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนอันเป็นเอกลักษณ์ที่คุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาทของเรย์ พร้อมกับหน้าต่างโปร่งใสสีฟ้าครามที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศต่อหน้าต่อตาเขา—ระบบสนับสนุนการเรียนรู้อัศวินที่ติดตามตัวเขามาตลอดเริ่มต้นทำงานโดยไม่ได้รับคำสั่ง
[ตรวจพบร่องรอยเวทมนตร์โบราณระดับสูง: "ผนึกแห่งพันธสัญญาโลหิต"]
[คำเตือน: โครงสร้างพลังงานกำลังตอบสนองต่อชีพจรเวทมนตร์สายสนับสนุนของท่าน]
[ภารกิจลับเปิดใช้งานอัตโนมัติ: ไขปริศนาเบื้องหลังห้องลับใต้ดิน (ระดับความยาก: SSS)]
[เงื่อนไขการปลดล็อก: ถ่ายเทมานากระแสจิตเข้าสู่จุดศูนย์กลางอักขระภายใน 60 วินาที ก่อนที่กลไกป้องกันความปลอดภัยของสถาบันจะทำงาน]
เรย์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ สมองส่วนหน้าทำงานอย่างรวดเร็วราวกับฟันเฟืองจักรกลชั้นดี เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้กลไกนี้แจ้งเตือนไปยังหอคอยกลาง ศาสตราจารย์เซเลนาคงเป็นคนแรกที่ต้องมารับหน้าเสื่อและอาจได้รับผลกระทบไปด้วย แต่ในขณะเดียวกัน ความลับที่ซ่อนอยู่หลังผนังนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาพลังเวทมนตร์ของเขาเอง
"ลีออน ถอยไปห้าก้าว" เรย์เอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่เพื่อนสนิทไม่ค่อยได้ยินบ่อยนัก
"ด-เดี๋ยวสิเรย์ เจ้าจะทำอะไรวะ มันอันตรายนะ!" ลีออนร้องท้วงด้วยความตกใจเมื่อเห็นประกายแสงสีครามเริ่มแผ่ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบกลืนกินร่างของเรย์เข้าไป
เรย์ไม่ตอบคำถาม เขายกดาบฝึกหัดขึ้นมา ปลายดาบจรดลงตรงจุดกึ่งกลางของวงแหวนอักขระพอดิบพอดี ดวงตาคู่คมประกายแสงแห่งความมุ่งมั่นท้าทาย เขากำลังจะก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างอัศวินฝึกหัดธรรมดา กับผู้กุมความลับที่สถาบันซ่อนเร้นมานานแสนนาน
ทว่า... ก่อนที่ปลายดาบของเขาจะสัมผัสกับศิลาโบราณ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่บันไดวนเบื้องบน พร้อมกับแสงไฟจากคบเพลิงที่สว่างวาบขึ้นทำลายความมืดมิด
"ดึกดื่นป่านนี้แล้ว... พวกเธอยังมาทำอะไรกันอยู่ในเขตกักกันนักวิชาการนี่ล่ะคะ, คุณอัศวินฝึกหัดอาร์คไลท์"
น้ำเสียงราบเรียบ เย็นเยือก และคุ้นเคยเป็นอย่างดีดังขึ้นจากความมืด พร้อมกับเงาร่างของอาจารย์สาวในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวออกมาจากมุมเสา สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นใสจ้องมองมาที่พวกเขาด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและเป็นกำลังใจให้เรย์ก้าวผ่านบททดสอบอันตรายนี้ไปด้วยกันนะครับ
อัศวินฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ฉบับต้องห้าม•ตอนที่ 4
ค่ำคืนในห้องสมุดใต้ดิน
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ฉบับต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!