อัศวินฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ฉบับต้องห้าม•ตอนที่ 3

ดาบไม้กับตำราเวทที่เข้ากันไม่ได้

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
*คำเตือน: สิ่งที่รออยู่เบื้องล่าง ไม่ใช่อสูรกายธรรมดา แต่คือเศษเสี้ยววิญญาณของอดีตกษัตริย์ผู้ถูกลืมเลือน* แสงสีฟ้าเรืองรองจากหน้าต่างโปร่งใสของระบบสะท้อนเข้ากับนัยน์ตาคู่คมของเรย์ อาร์คไลท์ ความเย็นเยียบจากใต้พื้นศิลาเบื้องล่างไม่ได้มาจากกระแสลมหนาวของห้องใต้ดินโบราณ แต่มันคือไอสังหารอันบริสุทธิ์ที่กดทับลงบนหัวไหล่จนแทบทรุด "เฮ้ เรย์... นายไหวไหม สีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะ" เสียงกระซิบเจือความกังวลของลีออนดังขึ้น สหายรักในชุดคลุมนักเวทสีเทาขยับแว่นตาที่ขึ้นฝ้าจากความชื้น มือขวาของเขากุมคฑาไม้โอ๊กแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว รอบตัวพวกเขามีร่องรอยการปะทะจากคาถาธาตุลมที่ลีออนเพิ่งร่ายสกัดกั้นไอพิษเมื่อครู่ แต่กลิ่นอายที่เล็ดลอดออกมาจากรอยแยกของประตูหินตรงหน้า กลับทรงพลังเสียจนคาถาลมของลีออนสลายตัวไปเองอย่างไร้เหตุผล เรย์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เขากระชับดาบไม้ในมือซ้ายซึ่งเป็นอุปกรณ์ฝึกหัดธรรมดาที่สถาบันจัดให้ แม้ภายนอกมันจะเป็นแค่ท่อนไม้เนื้อแข็งที่ถูกเคลือบด้วยน้ำยาเวทกันกระแทก แต่น้ำหนักและการถ่วงสมดุลในมือของอัศวินฝึกหัดปีสองผู้นี้กลับแม่นยำรากับมันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย "ฉันไม่เป็นไร ลีออน..." เรย์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตากลับส่อประกายวิเคราะห์อย่างเฉียบคม "แค่กำลังคิดว่า... ไอ้ตำราเวทที่ศาสตราจารย์เซเลนาโยนให้ฉันอ่านเมื่อคืน มันบอกวิธีรับมือกับ 'อดีตกษัตริย์' ไว้ตรงหน้าไหนกันแน่" เปรี้ยง! ประโยคยอกย้อนเชิงติดตลกร้ายถูกกลบด้วยเสียงคำรามต่ำจากเบื้องล่าง ราวกับพื้นดินกำลังคำรามตอบรับชื่อของกษัตริย์ผู้ลืมเลือน แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นผงจากผนังหินร่วงกราวลงมาประหนึ่งหิมะในฤดูหนาว ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน ในห้องทำงานส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและชาสมุนไพรของศาสตราจารย์เซเลนา เวลเวิร์ด บรรยากาศไม่ได้ผ่อนคลายอย่างที่กลิ่นชาควรจะเป็น *“เธอคิดจะเอาดาบไม้ไปฟันวิญญาณของผู้ก่อตั้งราชวงศ์เนี่ยนะ, อาร์คไลท์?”* เสียงหวานแต่เย็นชาของอาจารย์สาวประจำภาควิชาเวทมนตร์โบราณดังขึ้น ขณะที่เธอกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวยาวพลิกหน้ากระดาษของตำราปกหนังสีดำสนิท ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นมองตรงมายังเรย์ที่ยืนตรงเคารพครูด้วยท่าทีสำรวมแต่ดื้อรั้นในแบบฉบับของเขา *“ผมไม่ได้จะเอาไปฟันตรงๆ ครับ อาจารย์เซเลนา”* เรย์แย้งอย่างสุภาพ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อยเพื่อลดความตึงเครียด *“แต่ตำราเวทสายสนับสนุนบอกไว้ชัดเจนว่า ‘ทุกสรรพสิ่งในโลกหล้าล้วนมีจุดเชื่อมโยง’ หากเวทมนตร์คือการดึงพลังจากธรรมชาติ และวิถีอัศวินคือการหลอมรวมจิตใจเข้ากับอาวุธ ทำไมผมจะประสานสองสิ่งนี้เข้าด้วยกันไม่ได้ล่ะครับ?”* เซเลนาชะงักมือที่กำลังพลิกหน้ากระดาษ เธอมองลูกศิษย์ตัวแสบด้วยหางตา ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ *“ความมั่นใจเกินร้อยนี่แหละที่จะฆ่าเธอ... เรย์”* เธอกล่าวพร้อมกับเลื่อนตำราเล่มหนามาตรงหน้าเขา *“วิถีอัศวินเน้นการปะทะและปกป้องด้วยกายเนื้อและเจตจำนง ส่วนเวทมนตร์โบราณคือการบิดเบือนกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ดาบกับเวทมนตร์... มันคือขั้วตรงข้ามที่หักล้างกันเอง หากเธอฝืนผสานมันโดยปราศจากความเข้าใจในโครงสร้างรากเหง้า แขนข้างนั้นของเธอคงแหลกสลายก่อนจะได้แตะตัวศัตรูด้วยซ้ำ”* คำพูดเตือนสติที่แฝงความห่วงใยอันแนบเนียนของอาจารย์สาว ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของเรย์ ณ วินาทีนี้ *“หักล้างกันเองงั้นเหรอ...”* เรย์พึมพำกับตัวเองขณะจ้องมองรอยแยกของประตูหินที่เริ่มขยายกว้างขึ้น ไอสีดำทมิฬพวยพุ่งออกมาพร้อมกับแรงกดดันทางจิตวิทยามหาศาลที่ทำให้ลมหายใจสะดุด "เรย์! มันมาแล้ว!" ลีออนตะโกนลั่น พร้อมกับร่ายคาถา 'เกราะวายุคุ้มกัน' ขึ้นคลุมร่างของตนเองและเรย์ทันที กระแสลมหมุนวนด้วยความเร็วสูงเกิดเป็นเสียงหวีดหวิวแหลมคมเพื่อปัดเป่าไอสังหารที่แผ่ซ่าน ตูม! ประตูหินหนาเตอะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เศษหินนับร้อยพุ่งกระจายรากกระสุนปืนใหญ่ เรย์ไม่รอช้า ร่างกายของอัศวินฝึกหัดดีดตัวพุ่งไปข้างหน้าด้วยเทคนิค 'ก้าวอัศวินพายุคลั่ง' ที่ผสานความเร็วของธาตุลมที่ลีออนสนับสนุนเข้ากับสัญชาตญาณดิบของตนเอง เบื้องหน้าของพวกเขา คือร่างเงาสีครามสูงใหญ่กว่าสองเมตร สวมชุดเกราะเหล็กโบราณที่ขึ้นสนิมเขรอะ ใบหน้าใต้หมวกเหล็กว่างเปล่าไร้ดวงตา มีเพียงเปลวเพลิงสีม่วงเข้มลุกโชนอยู่ภายในช่องมอง รัศมีพลังที่แผ่ออกมาบ่งบอกชัดเจนว่านี่คือตัวตนระดับบอสที่เกินกว่าหลักสูตรปีสองของโรงเรียนเวทมนตร์จะรับมือได้ เงาสีครามยกดาบยักษ์ขึ้นพาดบ่า ก่อนจะเหวี่ยงฟาดลงมาด้วยความเร็วที่สวนทางกับขนาดตัว คลื่นกระแทกสีดำสนิทฉีกพื้นศิลาเบื้องล่างจนแตกละเอียดเป็นทางยาว *เร็วเกินไป! ถ้าบล็อกด้วยดาบไม้ตรงๆ มีหวังหักเป็นสองท่อนแน่!* เรย์คิดวิเคราะห์ในเสี้ยววินาที ขณะที่ร่างของเขากำลังลอยอยู่กลางอากาศ แรงโน้มถ่วงและแรงลมจากการโจมตีบีบให้เขาไม่มีทางถอย นี่คือบททดสอบระหว่าง "ดาบไม้" และ "ตำราเวทที่เข้ากันไม่ได้" ตามที่เซเลนาเคยกล่าวไว้ เรย์ไม่ลังเลอีกต่อไป เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึก หลับตาลงเสี้ยววินาทีเพื่อตัดสิ่งเร้าภายนอก แล้วปลุกกระแสมานาสายสนับสนุนที่เรียนรู้จากตำราของเซเลนาให้ไหลเวียนเข้าสู่มือซ้ายที่ถือดาบไม้ไว้ *ถ้าเวทมนตร์กับวิถีอัศวินมันหักล้างกัน... งั้นฉันก็จะไม่ฝืนผสานมันแบบดะ* เรย์ลืมตาโพนขึ้น นัยน์ตาส่องประกายแสงสีฟ้าจางๆ จากระบบที่เชื่อมโยงกับสติสัมปชัญญะของเขา *แต่ฉันจะใช้เวทมนตร์เป็น 'วงจรสะท้อน' และใช้ดาบไม้เป็น 'จุดศูนย์รวมเจตจำนง'!* "ลีออน! ส่งกระแสลมมาที่ใบดาบของฉัน สามวินาที!" เรย์คำรามสั่งสหายสนิทอย่างเฉียบขาด แม้จะงุนงง แต่ลีออนผู้รู้ใจก็ไม่รอช้า เขาประสานอินคาถาด้วยมือข้างเดียว ก่อเกิดกระแสลมหมุนขนาดเล็กพุ่งตรงเข้าสู่ปลายดาบไม้ของเรย์ทันที แทนที่กระแสลมจะปะทะและทำลายดาบไม้ตามทฤษฎีเวทมนตร์ทั่วไป เรย์กลับใช้ทักษะการควบคุมมานาที่ฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงภายใต้คำชี้แนะลับๆ ของเซเลนา บังคับให้กระแสลมไหลวนรอบเนื้อไม้ราวกับเกลียวสว่าน ลดแรงเสียดทานและเปลี่ยนพลังทำลายให้กลายเป็นความยืดหยุ่นอันน่าอัศจรรย์ ดาบไม้ในมือของเรย์เปล่งแสงสีขาวนวลผสมผสานกับประกายลมสีฟ้า สวนทางกับดาบยักษ์แห่งอัศวินผู้ลืมเลือนที่ฟาดลงมาประหนึ่งภูเขาถล่ม เปร๊าะ! ซ่า! เสียงพลังงานสองขั้วปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดคลื่นกระแทกวงกว้าง ร่างของลีออนถูกแรงเหวี่ยงจนกระเด็นไปกระแทกผนังห้องด้านหลัง แต่เรย์ยังคงยืนหยัดอยู่กลางพายุพลังงานนั้น สองมือประคองดาบไม้พุ่งทะลวงผ่านช่องว่างของคมดาบยักษ์ ตรงเข้าประชิดร่างของอัศวินโบราณได้ในพริบตาเดียว! เรย์เงยหน้าขึ้นสบกับเปลวเพลิงสีม่วงในเบ้าตาของอดีตกษัตริย์ รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เปื้อนฝุ่นควัน แต่ทว่า... ในวินาทีที่ปลายดาบไม้กำลังจะสัมผัสกับแก่นวิญญาณเพื่อชำระล้าง เปลวเพลิงสีม่วงนั้นกลับดับวูบลง พร้อมกับเสียงหัวเราะแหברי้วที่ดังสะท้อนก้องกังวานมาจากความว่างเปล่าเบื้องหลังร่างของบอส *“เจ้าเด็กโง่... นั่นไม่ใช่ศัตรู... แต่เป็นตัวล่อต่างหาก”* เสียงกระซิบอันเย็นเยียบที่ไม่ใช่ของระบบ และไม่ใช่ของอดีตกษัตริย์ ดังขึ้นชิดใบหูของเรย์ พร้อมกับความรู้สึกเจ็บแปลบที่แล่นพล่านจากแผ่นหลังทะลุผ่านหน้าอก เรย์ก้มลงมองที่หน้าอกของตนเอง ปลายดาบสีดำสนิทเล่มหนึ่งโผล่พ้นเสื้อผ้าออกมาพร้อมกับหยดเลือดสีแดงสดที่หยãดลงบนพื้นศิลา ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลง หน้าต่างโปร่งใสสีฟ้าจากระบบก็ดีดเด้งขึ้นมาอีกครั้งด้วยตัวอักษรสีแดงฉานที่สว่างวาบยิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา— *[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบการแทรกแซงจากตัวตนภายนอก... ปลดล็อกเงื่อนไขลับ: "ผู้ทรยศแห่งป้อมปราการเงา" กำลังก้าวเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการ]* --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเรย์และผองเพื่อนในเส้นทางสายเวทมนตร์อันเข้มข้นนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ฉบับต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%