"กลิ่นนี้... มันไม่ใช่ความผิดพลาดของการปรุงมานาแน่นอน ลีออน นายลองดมตรงรอยร้าวของแผ่นศิลาตรงนั้นดูสิ"
เรย์ย่อตัวลงต่ำ มือขวาข้างที่สวมถุงหนังสำหรับจับกุมพลังงานเวทแตะลงบนพื้นผิวสนามฝึกซ้อมเก่าแก่หลังหอพักคณะอัศวิน ฝุ่นละอองสีเทาจากการทรุดตัวของอิฐโบราณฟุ้งกระจายเล็กน้อยในยามวิกาล ทว่าสิ่งที่เตะจมูกไม่ใช่กลิ่นอับของดินชื้น แต่มันคือกลิ่นคาวสนิมจางๆ ที่ลอยคละคลุ้งมากับกระแสลมวนผิดธรรมชาติ
สนามฝึกซ้อมแห่งนี้ถูกสั่งปิดตายมาตั้งแต่สามปีก่อนเนื่องจากโครงสร้างทรุดโทรม แต่สำหรับเรย์และลีออน มันคือสถานที่ลับในการฝึกซ้อมดาบวงพระจันทร์และทบทวนทฤษฎีเวทมนตร์ต้องห้ามที่ศาสตราจารย์เซเลนาแอบถ่ายทอดให้ในยามที่ดวงจันทร์ไร้แสงดาว
ลีออนขยับแว่นตากรอบเงินที่สะท้อนแสงจันทร์สีนวล นิ้วเรียวยาวร่ายคาถาตรวจสอบธาตุลมอย่างเงียบเชียบ สายลมบางเบาหมุนวนเป็นวงกลมรอบฝ่ามือของเขา ก่อนที่สีหน้าของเด็กหนุ่มร่างสูงจะเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบอาณาบริเวณที่เงียบสงัด
"อืม... นายพูดถูก เรย์ มานาตรงจุดนี้ถูกบิดเบือนอย่างจงใจ มันไม่ใช่ร่องรอยการรั่วไหลของเวทมนตร์นักเรียนทั่วไปแน่ๆ ความเข้มข้นระดับนี้... มันเทียบเท่ากับวงเวทกักเก็บพลังงานระดับสูงที่ถูกใช้ในเขตแดนทหารเลยนะ" ลีออนหันมามองเพื่อนสนิทด้วยแววตาตื่นตัว มือซ้ายเอื้อมไปแตะด้ามจับกระบี่เวทมนตร์ที่เหน็บไว้ข้างเอวโดยอัตโนมัติ "เรากำลังพูดถึงใครสักคนที่แอบลักลอบเข้ามาในเขตสถาบันโดยไม่ผ่านค่ายกลป้องกันของอาจารย์ใหญ่"
"แถมยังเลือกใช้จุดอับสายตาที่มีมานาตกค้างจากอดีตอำพรางร่องรอยการร่ายคาถาด้วย" เรย์ลุกขึ้นยืนช้าๆ นัยน์ตาสสีนิลเป็นประกายวับวาวด้วยความท้าทาย สมองส่วนวิเคราะห์คำนวณความเป็นไปได้ต่างๆ อย่างรวดเร็ว การที่ใครสักคนจะทะลวงผ่านแนวป้องกันระดับอาจารย์เข้ามาได้ ย่อมต้องมีรหัสผ่านหรือวัตถุเวทมนตร์เฉพาะตัว
ทว่าสิ่งที่ทำให้เรย์รู้สึกสะกิดใจไม่ใช่เรื่องความปลอดภัยของโรงเรียน แต่เป็น "รูปแบบ" ของรอยแยกพลังงานที่หลงเหลืออยู่ มันช่างคุ้นเคย... คล้ายคลึงกับบันทึกหน้าสุดท้ายในตำราเวทมนตร์โบราณเล่มสีดำที่เขาเพิ่งศึกษาลับๆ ร่วมกับศาสตราจารย์เซเลนาเมื่อสัปดาห์ก่อน
ในขณะที่ทั้งสองกำลังใช้สมาธิแกะรอยกระแสมานาสีม่วงเข้มที่เลื้อยคดเคี้ยวไปตามรากไม้โบราณ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแว่วมาจากมุมตึกฝั่งตรงข้าม เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมยาวสีเทาเข้มของภาควิชาเวทมนตร์โบราณปรากฏขึ้นภายใต้เงาไม้ใหญ่
"ดึกดื่นมืดค่ำเช่นนี้ ทำไมอัศวินฝึกหัดสองท่านถึงยังมาวิ่งเล่นอยู่ในเขตหวงห้ามล่ะครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำ ค่อนข้างติดจะเย็นชาและเย่อหยิ่งเล็กน้อย เอ่ยทักขึ้นทำลายความเงียบ ศาสตราจารย์เซเลนา เวลเวิร์ด ก้าวเท้าออกมาจากความมืด ใบหน้าคมคายภายใต้แสงจันทร์ดูเคร่งขรึมและทรงอำนาจเช่นเคย ดวงตาสีอำพันคู่นั้นกวาดมองเด็กหนุ่มทั้งสองด้วยแววตาตำหนิที่ซ่อนความห่วงใยไว้มิดชิด
เรย์รีบประสานมือทำความเคารพตามธรรมเนียมปฏิบัติของอัศวินอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ที่มักจะใช้แก้สถานการณ์เฉพาะหน้าได้เสมอ "พวกเราแค่มาทบทวนกระบวนท่าดาบสนับสนุนตามตารางฝึกที่ท่านอาจารย์เคยแนะนำไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนครับ ศาสตราจารย์เซเลนา... แต่ดูเหมือนว่าสถานที่ฝึกซ้อมของเราคืนนี้จะมี 'แขกไม่ได้รับเชิญ' มาทิ้งขยะเอาไว้เสียก่อน"
เซเลนาปรายตามองรอยร้าวบนพื้นศิลาที่เรย์ชี้ให้ดู ชั่วพริบตาเดียวที่ประกายความตื่นตระหนกวาบผ่านดวงตาสีอำพันของเธอ ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว เธอสาวเท้าเข้ามาใกล้จุดเกิดเหตุ ใช้ปลายไม้เท้าเวทมนตร์เขี่ยเศษผงสีดำที่หลงเหลืออยู่ขึ้นมาพิจารณา
"เศษซากของ 'ผนผนึกโลหิตทมิฬ'..." เซเลนากล่าวพึมพำกับตัวเองด้วยเสียงที่เบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่วิสัยทัศน์อันเฉียบคมของเรย์และประสาทสัมผัสธาตุลมของลีออนก็ยังคงจับใจความได้ครบถ้วน "เด็กๆ กลับไปที่หอพักซะ เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกเธอควรเข้ามายุ่งเกี่ยว"
"แต่ท่านครับ ร่องรอยนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังหอสมุดหลวงเขตใน..." ลีออนแย้งขึ้นด้วยความร้อนใจ ความรักความยุติธรรมในฐานะหัวกะทิชั้นปีสองทำให้เขายอมนิ่งเฉยไม่ได้ "ถ้าปล่อยไว้ คัมภีร์เวทโบราณอาจจะ..."
"ลีออน" เรย์ส่งเสียงปรามเพื่อนสนิทเบาๆ พร้อมกับส่งสายตาเตือนสติให้สังเกตปฏิกิริยาของอาจารย์สาว เรย์รู้ดีว่าเซเลนาไม่ใช่คนที่จะสั่งห้ามเด็กนักเรียนด้วยความกลัวอย่างไร้เหตุผล ท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันและเหงื่อกาฬที่ผุดขึ้นบางๆ บริเวณขมับของศาสตราจารย์สาวผู้เยือกเย็น ย่อมหมายความว่าสถานการณ์นี้เกินกว่าที่กฎระเบียบของโรงเรียนจะรับมือไหว
เซเลนาหันกลับมามองเรย์ ดวงตาสจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาของเด็กหนุ่มราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงลมหายใจของลีออนและเสียงแมลงยามค่ำคืนราวกับถูกดูดกลืนหายไปในความเงียบงัน
"เรย์... เธอเห็นอะไรบ้าง" เซเลนากระซิบถาม น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจังและลดความแข็งกร้าวลงจนเหลือเพียงความเปราะบางที่หาดูได้ยาก
"ผมเห็นร่องรอยของเวทมนตร์ที่ถูกดัดแปลงเพื่อข้ามผ่านเขตอาคมครับอาจารย์ และผมคิดว่า... คนที่ทำแบบนี้ไม่ได้ต้องการแค่ขโมยตำรา แต่กำลังเตรียมการบางอย่างเพื่อ 'ปลุก' บางสิ่งบางอย่างที่ถูกหลับใหลไว้ใต้รากฐานของโรงเรียนแห่งนี้" เรย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ไม่หลบสายตา
ในวินาทีนั้นเอง หน้าต่างโปร่งใสสีฟ้าอ่อนที่คุ้นเคยก็เด้งขึ้นตรงหน้าเรย์ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นในโสตประสาทอย่างกะทันหัน
[ติ๊ง! ตรวจพบเงื่อนไขภารกิจลับระดับ SSS: "เงาแห่งอดีตกาลที่ถูกลืมเลือน"]
[สถานะ: ผู้บุกรุกกำลังทำลายผนึกชั้นที่ 3 ของหอสมุดต้องห้าม]
[เงื่อนไขการดำเนินต่อ: ร่วมมือกับศาสตราจารย์เซเลนาแกะรอยและยับยั้งพิธีกรรมก่อนเที่ยงคืนนี้]
[คำเตือน: หากล้มเหลว ค่าความสัมพันธ์กับตัวละครหลักและระดับความปลอดภัยของสถาบันจะลดลงสู่ระดับวิกฤต]
เรย์สูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากหยักแย้มรอยยิ้มบางๆ ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ในเมื่อกระดานหมากรุกถูกเปิดเผยแล้ว เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินหน้าต่อ
"พวกเราพร้อมแล้วครับอาจารย์... โปรดนำทางพวกเราด้วย"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเรย์ในทุกๆ บทตอนนะครับ - วาเลนเทียอัศวินมืด
อัศวินฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ฉบับต้องห้าม•ตอนที่ 16
ร่องรอยของผู้บุกรุก
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ฉบับต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!