"ถ้าแกยังก้าวเท้าซ้ายนำในจังหวะหมุนตัวแบบนั้นอีกรอบ ลีออน... ดาบไม้ในมือฉันคงไม่ได้แค่หักครึ่ง แต่มันจะฝังลงไปบนไหล่ขวาของนายจนต้องไปนอนซدةห้องพยาบาลของมาดามโรสอีกสัปดาห์เต็มๆ แน่นอนครับ"
เสียงหอบหายใจของเรย์ อาร์คไลท์ดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงกระทบกันของเนื้อไม้และแรงลมที่ถูกแหวกออกด้วยความเร็วสูง ร่างของอัศวินฝึกหัดปีสองก้าวถอยหลังไปสามก้าวเพื่อตั้งหลัก ใบหน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อแต่แววตาคมกริบยังคงจดจ้องคู่สนทนาที่กำลังยืนค้ำเข่าหอบโยนอยู่ตรงหน้า ลานฝึกซ้อมภาคปฏิบัติยามบ่ายของสถาบันเวทมนตร์หลวงเวลเวิร์ดในเวลานี้เงียบสงบกว่าปกติ เนื่องจากเหล่านักเรียนส่วนใหญ่ต่างพากันจับกลุ่มซุบซิบอยู่ตามมุมตึกและใต้ร่มไม้ใหญ่ มากกว่าจะมาเสียเหงื่อกลางลานประลอง
ลีออน กรีนฟิลด์ สหายสนิทผู้ใช้เวทมนตร์ธาตุลม ปาดเหงื่อออกจากหน้าผากด้วยหลังมือ ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ ออกมาพร้อมกับยิ้มเจื่อน
"ให้ตายสิ เรย์... นายนี่มันปีศาจชัดๆ ทั้งที่พวกเราเรียนหลักสูตรการต่อสู้ผสมผสานเวทมนตร์มาพร้อมกันแท้ๆ ทำไมสายตาและการอ่านจังหวะของนายถึงได้พัฒนาไปไกลจนฉันตามไม่ทันแบบนี้วะเนี่ย?" ลีออนบ่นอุบพรางโยนดาบไม้ในมือลงบนม้านั่งข้างสนาม "แล้วก็นะ... เลิกทำหน้าจริงจังเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินแบบนั้นสักทีเถอะน่า นายไม่ได้ยินข่าวลือที่กำลังแพร่สะพัดอยู่ในหอพักเมื่อคืนนี้หรือไง?"
เรย์ชะงักมือที่กำลังใช้ผ้าขนหนูซับเหงื่อที่ลำคอ ดวงตาคู่สีเข้มหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความสนใจ เขารู้ดีว่าเพื่อนสนิทคนนี้ไม่ใช่คนที่จะตื่นตระหนกกับเรื่องไร้สาระ หากลีออนเปิดประเด็นนี้ขึ้นมา แสดงว่าบรรยากาศรอบตัวในสถาบันเริ่มมีความผิดปกติที่แม้แต่นักเรียนทั่วไปก็สัมผัสได้แล้ว
"ข่าวลือเรื่องหอคอยทิศเหนือสินะครับ?" เรย์เอ่ยทวนคำ เสียงของเขาเรียบสนิทแต่นัยน์ตากลับสะท้อนประกายความคิดวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว "ตั้งแต่ช่วงเช้า ฉันสังเกตเห็นพวกปีสามแผนกเวทมนตร์โบราณเดินจับกลุ่มคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แถมวงเวียนป้องกันรอบหอคอยร้างนั่นก็ถูกยกระดับความเข้มข้นขึ้นถึงสามระดับในเวลาชั่วข้ามคืน... มีใครบางคนกำลังพยายามปิดบังอะไรบางอย่างจากพวกเรา"
"ไม่ใช่แค่เรื่องวงเวียนป้องกันหรอกนะเรย์" เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง เมื่อหันไปมองก็พบกับร่างสูงโปรดักส์ของรุ่นพี่ปีสามผู้ดูแลหอสมุดกลางกำลังเดินเข้ามาใกล้ สีหน้าของเขาดูซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด "มีคนกลุ่มหนึ่งแอบอ้างสิทธิ์เข้าไปในเขตหวงห้ามเมื่อคืนก่อน และสิ่งที่พวกเขานำกลับออกมา... ไม่ใช่แค่ร่องรอยของพลังเวทที่รั่วไหล แต่มันคือ 'ความทรงจำที่หายไป' ของนักเรียนคนหนึ่งที่เคยหายตัวไปเมื่อสามปีก่อนต่างหาก"
บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงไปหลายองศา ลีออนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่เรย์หันไปสบตากับรุ่นพี่คนดังกล่าวด้วยความนิ่งสงบ ไหวพริบของอัศวินหนุ่มเริ่มทำงานทันที เขาวิเคราะห์ข้อมูลในหัวอย่างเป็นระบบ หอคอยทิศเหนือคือสถานที่ซึ่งถูกปิดตายมาตั้งแต่ยุคสงครามเวทมนตร์ครั้งใหญ่ โครงสร้างสถาปัตยกรรมถูกออกแบบด้วยเวทมนตร์ผนึกโบราณที่ต้องใช้พลังงานมหาศาลในการคงสภาพ หากเกิดรอยร้าวขึ้นที่นั่น ย่อมไม่ใช่ความผิดพลาดทางเทคนิคธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤต
"ศาสตราจารย์เซเลนา... รู้เรื่องนี้หรือยังครับ?" เรย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
รุ่นพี่ปีสามส่ายหน้าช้าๆ "อาจารย์เซเลนาถูกเรียกตัวเข้าประชุมด่วนกับสภาบริหารตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว ไม่มีใครรู้ว่าข้างในห้องประชุมพูดคุยอะไรกันบ้าง แต่มีข่าวลือหนาหูว่า ทางสภาฯ กำลังเตรียมประกาศมาตรการ 'ปิดสถาบันชั่วคราว' เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย... เรย์ ฉันเตือนนายด้วยความหวังดีนะ ช่วงนี้อย่าได้คิดริอ่านไปยุ่มย่ามแถวหอคอยทิศเหนือเด็ดขาด พลังเวทที่รั่วไหลออกมาช่วงกลางคืนมันบิดเบี้ยวจนน่ากลัว ใครก็ตามที่เข้าไปใกล้ในรัศมีร้อยเมตร มักจะกลับออกมาพร้อมกับอาการสติหลอนและเพ้อถึงเสียงกระซิบจากความมืด"
หลังจากรุ่นพี่เดินจากไป ลีออนก็หันมามองหน้าเรย์ด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด "เอาไงดีวะเรย์? ฟังดูท่าทางจะไม่ค่อยดีแล้ว หรือพวกเราควรจะอยู่เฉยๆ แล้วทำตามกฎของสถาบันไปก่อนดีกว่า?"
เรย์ไม่ได้ตอบทันที เขาก้มมองมือขวาของตัวเองที่ยังมีร่องรอยพลังเวทสีครามจางๆ ห่อหุ้มอยู่จากการฝึกซ้อม ทฤษฎีเวทมนตร์ฉบับต้องห้ามที่เขาแอบศึกษาและทดลองร่วมกับศาสตราจารย์เซเลนาในห้องใต้ดินลับบอกเขาอย่างชัดเจนว่า ความผิดปกติของหอคอยทิศเหนือมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับ 'ผนึกกักเก็บพลังงานมาร' ที่เขากำลังหาทางแก้ไขอยู่
รอยยิ้มบางๆ ที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจปรากฏขึ้นบนมุมปากของเรย์ แม้สถานการณ์จะตึงเครียดเพียงใด แต่สำหรับเขาแล้ว อุปสรรคเหล่านี้คือบททดสอบที่คุ้มค่าแก่การท้าทาย
"อยู่เฉยๆ น่ะมันไม่ใช่สไตล์ของพวกเราหรอกครับ ลีออน" เรย์ตบไหล่เพื่อนสนิทเบาๆ "อีกอย่าง... ฉันมีเรื่องที่ต้องไปตรวจสอบให้แน่ใจที่ห้องทำงานของศาสตราจารย์เซเลนาพอดี บางที... กุญแจสำคัญในการไขปริศนาข่าวลือนี้ อาจจะไม่ได้อยู่ที่หอคอยทิศเหนือ แต่อยู่บนโต๊ะทำงานของอาจารย์ผู้ควบคุมหอคอยต่างหากล่ะครับ"
ในขณะที่เรย์กำลังจะก้าวเดินออกไปเพื่อมุ่งหน้าไปยังอาคารภาควิชาเวทมนตร์โบราณ ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบตัวก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน ลมพายุหมุนขนาดเล็กก่อตัวขึ้นกลางลานฝึกซ้อมอย่างไร้สาเหตุ กลีบดอกไม้จากต้นไม้รอบข้างปลิวว่อนไปในอากาศพร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังขึ้นในโสตประสาทของเรย์คนเดียวเท่านั้น
[ระบบตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังเวทระดับ SSS: ตรวจพบการปลดปล่อยผนึกชั้นที่สาม ณ หอคอยทิศเหนือล่วงหน้า 48 ชั่วโมง]
[คำเตือนจากระบบ: เป้าหมายพิเศษ 'เงาแห่งอดีต' กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พิกัดปัจจุบันของท่าน ระยะทาง 300 เมตร... 200 เมตร... 100 เมตร...]
[เงื่อนไขภารกิจลับเปิดใช้งานทันที: หลบหนี หรือ เผชิญหน้า? โปรดตัดสินใจภายใน 10 วินาที]
เรย์หยุดชะงักฝีเท้าลงทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเงาดำทมิฬร่างหนึ่งก้าวออกมาจากม่านหมอกเวทมนตร์ที่ก่อตัวขึ้นตรงหน้าประตูทางเข้าลานฝึกซ้อม ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ดลึกจนมองไม่เห็น แต่กลิ่นอายเวทมนตร์โบราณที่แผ่ซ่านออกมาทำให้เรย์รู้ทันทีว่า ผู้มาเยือนคนนี้ไม่ใช่ทั้งนักเรียนและอาจารย์ของสถาบันเวทมนตร์หลวงแห่งนี้... แต่อาจเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ข่าวลือเรื่องผนึกหอคอยกลายเป็นจริง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเรย์ในทุกๆ บทตอนนะครับ - วาเลนเทียอัศวินมืด
อัศวินฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ฉบับต้องห้าม•ตอนที่ 12
ข่าวลือเรื่องผนึกหอคอยทิศเหนือ
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ฉบับต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!