เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย•ตอนที่ 6

ยัยตัวแสบปะทะท่านประธาน

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
แฟ้มเอกสารในมือของรินรดาแทบจะร่วงหล่นลงพื้น หากเธอไม่ได้ใช้ปลายนิ้วจิกขอบกระดาษหนาเอาไว้แน่นเพื่อดึงสติตัวเองกลับมา เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งเป็นครั้งที่สอง—สั้น ห้วน และเต็มไปด้วยความไร้ความอดทน—ก่อนที่บานประตูไม้สักทองจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาตจากคนด้านใน "ท่านประธานครับ ผลประกอบการไตรมาสนี้..." เสียงของหัวหน้าแผนกการเงินขาดห้วงไปทันที เมื่อก้าวเข้ามาแล้วพบว่าบรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวไม่ได้อยู่ในโหมดปรกติของการประชุมธุรกิจ ธีรดนย์ยืนค้ำโต๊ะทำงานด้วยท่าทีที่พยายามปรับเปลี่ยนให้กลับมาสง่านิ่งอย่างรวดเร็ว แม้ว่าใบหน้าคมคายนั้นจะยังคงมีร่องรอยของความหงุดหงิดฉายชัดอยู่ที่หว่างคิ้ว ส่วนรินรดาก็ขยับถอยหลังออกห่างจากรัศมีอันตรายของท่านประธานไปสามก้าวถ้วน พร้อมกับจัดเสื้อสูทเข้ารูปของตัวเองให้เข้าที่ด้วยท่าทางที่นิ่งสนิทราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ "มีอะไรก็ว่ามา อย่าลีลา" ธีรดนย์พ่นลมหายใจออกทางจมูก น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะกระชากห้วนเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วนในใจ ดวงตาคมกริบตวัดกลับมามองเลขาตัวแสบที่ยืนตีหน้าตายอยู่ข้างโต๊ะด้วยความหมั่นไส้ระคนโล่งอกที่ยังไม่มีใครเห็นภาพเมื่อกี้ สิบนาทีต่อมา ห้องประชุมใหญ่ชั้นบนจึงกลายเป็นสนามประลองยุทธ์ขนาดย่อม เอกสารรายงานแผนกลยุทธ์การตลาดฉบับใหม่ถูกวางกระแทกลงบนกระจกโต๊ะประชุมเสียงดังสนั่น ฝ่ามือหนาของธีรดนย์กดทับมุมกระดาษไว้ ขณะที่ดวงตาดุราวกับพญาอินทรีจ้องมองคนตรงข้ามเขม็ง "คุณรินรดา นี่คือสิ่งที่คุณเรียกว่า 'กลยุทธ์ที่ดีที่สุด' สำหรับโปรเจกต์นี้อย่างนั้นเหรอครับ หรือว่าสมองของคุณช่วงนี้กำลังยุ่งอยู่กับการคิดหาทางหนีทีไล่จากห้องทำงานผม จนไม่มีสมาธิมาตรวจทานตัวเลขพวกนี้" คำพูดกัดจิกที่เคลือบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางบอร์ดบริหารที่นั่งเงียบกริบ ทุกคนต่างกลั้นหายใจไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว เพราะรู้ดีว่าช่วงนี้ท่านประธานกำลังอารมณ์แปรปรวนยิ่งกว่าพายุฤดูร้อน และเป้าหมายของการระบายอารมณ์ก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากเลขาคนเก่งที่นั่งไขว่ห้างส่งยิ้มหวานหยดให้อย่างไม่สะทกสะท้าน รินรดาช้อนสายตาขึ้นสบกับดวงตาคมกริบของคนเป็นเจ้านายอย่างไร้ความเกรงกลัว มุมปากอิ่มแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงก่ำยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย เธอยื่นมือเรียวไปหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงบนโต๊ะมาหมุนเล่นในมืออย่างใจเย็น "ดิฉันคิดว่าตัวเลขพวกนี้มีความสมบูรณ์แบบในตัวเองแล้วนะครับท่านประธาน ยกเว้นเสียแต่ว่า... สายตาของคนที่กำลังตรวจสอบจะมีอคติส่วนตัวมาบดบัง จนมองไม่เห็นความคุ้มค่าที่ซ่อนอยู่หลังบรรทัดสุดท้าย" เสียงฮือฮาเบาๆ ดังขึ้นรอบโต๊ะประชุม บอร์ดบริหารหลายคนถึงกับลอบกลืนน้ำลาย หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีคนนี้ช่างกล้าหาญเหลือเกินที่จะต่อปากต่อคำกับเสือร้ายอย่างธีรดนย์ต่อหน้าธารกำนัลแบบนี้ กรามคมของธีรดนย์ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความโกรธผสมผสานกับความรู้สึกหมั่นเขี้ยววิ่งพล่านไปทั่วร่าง ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังในความแสบเลยสักครั้ง ยิ่งเธอทำท่าทางเย่อหยิ่งไม่ยอมก้มหัวให้ เขาก็ยิ่งอยากจะสยบความพยศนั้นให้ราบคาบคาอกเสียจริง "อคติเหรอครับ?" ธีรดนย์หัวנסในลำคอ ร่างสูงใหญ่โน้มตัวไปข้างหน้าจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดแคบลง บีบให้รินรดาต้องเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ตามสัญชาตญาณป้องกันตัว "ผมเป็นนักธุรกิจที่มองโลกตามความเป็นจริง ไม่ใช่มโนไปเองเหมือนที่คุณกำลังทำอยู่ ตัวเลขขาดทุนสามสิบล้านนี่คือความจริงอันโหดร้ายที่คุณพยายามจะเอาคำว่า 'อนาคตสดใส' มากลบเกลื่อน งั้นเหรอครับคุณเลขา" "ถ้าท่านประธานใช้สมองซีกซ้ายคิดสักนิด ไม่ใช่เอาแต่อารมณ์มาครอบงำ ท่านก็จะเห็นว่าเงินสามสิบล้านนั้นคือการลงทุนเพื่อซื้อฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มีกำลังซื้อสูงที่สุดในรอบห้าปี ซึ่งคู่แข่งของเรากำลังแย่งกันวิ่งเข้าหา" รินรดาไม่ยอมแพ้ เธอยืดตัวกลับมาเผชิญหน้า ระยะห่างระหว่างใบบายของทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความร้อนผ่าวจากตัวเขาปะทะเข้ากับปลายจมูกของเธอ "หรือว่าท่านประธานอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก ถึงต้องให้ดิฉันแปลหน้าสรุปให้ฟังทีละตัวอักษรคะ... เอ๊ย ทีละตัวอักษรครับ!" เกือบหลุดปากใช้สรรพนามส่วนตัวออกไปเสียแล้ว รินรดาแอบกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ด้วยความเจ็บใจที่เกือบเสียฟอร์มต่อหน้าคนหมู่มาก ธีรดนย์ชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบหรี่ลงมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาฉอดๆ นั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งอยากจะดุให้เข็ดหลาบ ทั้งอยากจะดึงตัวเข้ามาประชิดแล้วปิดปากช่างเจรจานั่นด้วยวิธีของเขาเอง บรรยากาศรอบตัวราวกับมีกระแสไฟฟ้าสถิตแล่นพล่านจนคนรอบข้างรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก "ปากดีแบบนี้..." ธีรดนย์กระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหยักหนา "คืนนี้อยู่เคลียร์งานต่อที่ห้องทำงานผมด้วยนะ... เรายังมีบัญชีที่ยังสะสางกันไม่จบจากเมื่อกี้" รินรดาสدุ้งสุดตัว หัวใจกระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม แต่สีหน้ายังคงแข็งขืนไว้สุดฤทธิ์ เธอเชิดหน้าขึ้นแล้วสวนกลับทันควันด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้คนรอบข้างได้ยินชัดเจน "ดิฉันเป็นเลขานุการส่วนตัวค่ะท่านประธาน ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยที่จะต้องอยู่รับใช้จนถึงดึกดื่นมืดค่ำ นอกเสียจากว่าท่านประธานจะมี 'งานสำคัญ' อย่างอื่นนอกเหนือจากเอกสาร... ซึ่งดิฉันขอบายค่ะ!" จังหวะนั้นเอง ประชาสัมพันธ์หน้าห้องประชุมก็ผลักประตูเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือดจนเห็นได้ชัดเจน "ท่านประธานคะ... คุณหญิงกานดา แม่ของท่านประธาน... กำลังเดินตรงมาที่ชั้นนี้แล้วค่ะ!" รินรดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ส่วนธีรดนย์สบถออกมาเสียงดังลั่นห้องด้วยความหัวเสียขั้นสุด ดวงตาคมตวัดกลับมามองหน้าเลขาตัวแสบที่ตอนนี้กำลังส่งยิ้มหวานหยดเยาะเย้ยกลับมาให้เขาอย่างได้ใจ ก่อนที่ร่างสูงจะรีบผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประตูลิฟท์ด้านนอกส่งเสียงเตือนต้อนรับแขกผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญในเวลาที่เลวร้ายที่สุด ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันมาตลอดนะครับ เมทริกซ์ซีโร่
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%