เสียงปิดประตูห้องทำงานใหญ่ดังขึ้นเพียงเบาๆ ทว่ากลับหนักหน่วงเพียงพอที่จะตัดขาดความวุ่นวายภายนอกออกไปจนหมดสิ้น รินรดายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานกระจกใส เธอยังไม่ได้ขยับตัวไปไหน ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทไม่ได้แสดงอาการหวาดหวั่นต่อบรรยากาศกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานเลยแม้แต่น้อย
ดวงตากลมโตคู่สวยมองตรงไปยังชายหนุ่มที่เพิ่งประกาศกร้าวว่าจะเคลียร์บัญชี "ความสนุก" กับกรวีร์อย่างเลือดเย็น ทว่าตอนนี้เป้าหมายในห้องกลับไม่ใช่แขกที่ไม่ได้รับเชิญคนนั้น กรวีร์ถูกเชิญให้ออกไปรอด้านนอกตามคำสั่งเฉียบขาด เหลือเพียงเขากับเธอสองคนในพื้นที่ปิดตายแห่งนี้
"คุณคงสงสัยสินะครับว่าทำไมผมถึงให้คุณอยู่ต่อ"
ธีรดนย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเยาะหยันเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองสำรวจเลขาจำเป็นที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นานแต่กลับสร้างรอยขีดข่วนให้ศักดิ์ศรีของเขาเจ็บแสบได้ทุกครั้งที่สบตา ชายหนุ่มขยับตัวเล็กน้อยเพื่อลดระยะห่างทางสายตา นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะทำงานเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าสร้างแรงกระแทกในใจคนมองได้อย่างประหลาด
"ถ้าท่านประธานจะไล่ฉันออกเพราะเรื่องเมื่อคร่าวนี้ ฉันคิดว่าใบลาออกพร้อมจดหมายฟ้องร้องเรื่องการกลั่นแกล้งในที่ทำงานน่าจะอยู่บนโต๊ะฝ่ายบุคคลเร็วกว่าที่คุณเรียกฉันมาเตือนสติในห้องนี้นะคะ"
รินรดาสสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความเกรงกลัว รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเธอยิ่งทำให้คนฟังรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่จะยอมก้มหัวให้ใครพร่ำเพรื่อ ยิ่งกับผู้ชายปากร้ายเอาแต่ใจอย่างธีรดนย์แล้ว การแสดงความอ่อนแอออกไปก็เท่ากับเปิดทางให้เขาเหยียบย่ำเล่นเท่านั้น
ธีรดนย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมวาววับขึ้นมาทันที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานฝั่งที่เธอยืนอยู่ แรงกดดันมหาศาลจากตัวตนของเขาทำให้ห้องกว้างดูแคบลงไปถนัดตา
"ไล่ออกเหรอครับ? หึ... ใจกล้าดีนี่รินรดา คุณคิดว่าตัวเองมีค่าพอจะทำให้ผมยอมเสียเวลาไล่อออกด้วยวิธีน่าเบื่อพวกนั้นงั้นเหรอ"
เขาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก ร่างสูงก้มลงมองเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา "ในเมื่อคุณบอกว่าเกลียดนักที่จะต้องเห็นหน้าผม แต่ผมกลับคิดตรงกันข้าม... ผมอยากเห็นหน้าคุณทุกวัน ตลอดเวลาที่ผมอยู่ในห้องนี้"
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วเสี้ยววินาทีกับคำพูดที่กำกวมและสายตาที่ร้อนแรงราวกับเปลวเพลิงที่ซ่อนอยู่ใต้ความเย็นชา เธอนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบดึงสติตัวเองกลับมาแล้วเชิดหน้าขึ้นสู้
"หมายความว่ายังไงคะ"
"ดีลลับระหว่างเราเริ่มต้นตรงนี้ครับ" ธีรดนย์ยื่นมือไปหยิบแฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่วางอยู่มุมโต๊ะ เลื่อนมันมาหยุดตรงหน้าเธอ "ตำแหน่งเลขาหน้าห้องของคุณถูกยกเลิกแล้ว ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป หน้าที่ของคุณคือการเป็น 'เลขาเฝ้าห้องทำงานส่วนตัว' ย้ายข้าวของทั้งหมดของคุณเข้ามาอยู่ในห้องนี้... ห้องเดียวกับผม"
ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ปากอ้าค้างไปชั่วขณะ สมองประมวลผลคำพูดของท่านประธานหนุ่มจอมเผด็จการแทบไม่ทัน ย้ายเข้ามาอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว? นั่นมันหมายความว่าเธอต้องอยู่ใต้สายตาของเขาตลอด 24 ชั่วโมงที่มีการทำงานร่วมกันอย่างนั้นเหรอ!
"คุณบ้าไปแล้วเหรอคะท่านประธาน! นี่มันไม่ใช่การจ้างงาน แต่นี่มันคุมขังชัดๆ!"
"จะเรียกว่าอะไรก็ตามใจคุณครับ" ธีรดนย์ยักไหล่ ใบหน้าคมคายฉาบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่คนอ่านเห็นแล้วอยากจะคว้าหมอนมาฟาดสักที สัญชาตญาณความซึนเดเระและอาการหวงก้างขั้นสุดกำลังทำงานเต็มพิกัด เมื่อนึกถึงสายตาของไอ้กรวีร์ที่มองเธอก่อนหน้านี้ เขาก็แทบอยากจะควักลูกตาสกปรกนั้นออกเสียให้รู้แล้วรู้รอด รินรดาเป็นของเขา—หมายถึงเป็นพนักงานในความดูแลของเขา ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องทั้งนั้น!
"ฉันไม่ทำเด็ดขาดค่ะ ฉันมีสิทธิมนุษยชน มีความเป็นส่วนตัว..."
"สิทธิอะไรของคุณน่ะเหรอ?" ธีรดนย์ก้าวประชิดตัวเข้ามาอีกก้าว จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงานโดยอัตโนมัติ ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้มเนียนจนหญิงสาวต้องกลั้นหายใจ "จำสัญญาจ้างงานข้อแปดไม่ได้เหรอครับ... ว่าผู้บริหารมีสิทธิ์ปรับเปลี่ยนหน้าที่ของพนักงานได้ตามความเหมาะสมเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด"
"แต่นี่มันไม... อุ๊บ!"
รินรดาอ้าปากจะเถียงต่อ แต่สายตาคมกริบที่มองตรงมาด้วยความดุดันแต่กลับแฝงประกายความคลั่งไคล้อย่างปิดไม่มิดทำให้คำพูดทั้งหมดติดอยู่แค่ลำคอ หัวใจของเธอเต้นรัวระรัวยิ่งกว่ากลองศึก กลิ่นอายความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันอันตรายเกินไป มากเสียจนเธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งความพ่ายแพ้
"เลือกเอาครับ... จะเซ็นสัญญาฉบับนี้แล้วมานั่งเฝ้าผมอยู่ตรงนี้ดีๆ หรือจะให้ผมใช้ 'วิธีอื่น' ที่ทำให้คุณไม่มีแรงแม้แต่จะเดินออกจากห้องนี้ไปไหนเลย"
เสียงกระซิบต่ำพร่าริมหูทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง รินรดากัดริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจ เธอจ้องหน้าคนเอาแต่ใจอย่างไม่ยอมแพ้ มือบางเอื้อมไปหยิบปากกาบนโต๊ะด้วยความสั่นเทรົາเล็กน้อย ทว่ายังไม่ทันที่ปลายปากกาจะจรดลงบนกระดาษ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศอันตึงเครียดและสั่นไหวในหัวใจเสียก่อน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
"ท่านประธานครับ... มีเอกสารด่วนจากทางบอร์ดบริหาร และ..." เสียงเลขานุการหน้าห้องอีกคนดังลอดเข้ามาด้วยความร้อนรน "มีแขกไม่ได้รับเชิญอีกคนกำลังตรงมาที่นี่ครับ!"
ธีรดนย์สบถเบาๆ ในลำคออย่างขัดใจ ใบหน้าคมคายตึงขึ้นในทันที ดวงตาดุดันละสายตาจากรินรดาชั่วขณะเพื่อหันไปมองประตูที่กำลังถูกบิดเปิดออกโดยบุคคลที่สามซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่าจะกล้าบุกเข้ามาในเวลานี้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 3 นี้ ฝากติดตามเคมีฟาดฟันและใจสั่นในตอนต่อไปด้วยนะครับ
เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย•ตอนที่ 3
สัญญาที่มากกว่าการจ้างงาน
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!