“คุณจัดการมันยังไงครับ”
เสียงของรินรดาราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความกดดัน เธอไม่ได้ถามเพื่อจับผิด แต่ถามเพราะต้องการรู้ว่า ‘ความร้ายกาจ’ ที่ธีรดนย์ใช้เพื่อปกป้องเธอนั้น มันต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง
ธีรดนย์ไม่ได้หันมามอง เขาเพียงแต่นั่งเอนหลังบนเก้าอี้หนังราคาแพงในห้องทำงานที่ปิดไฟมืดสนิท มีเพียงแสงสลัวจากจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายเงาใบหน้าคมสันให้ดูเย็นเยียบกว่าปกติ นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า ก่อนจะขยับกายลุกขึ้นเดินไปที่บาร์เหล้า รินรดาเฝ้ามองแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยสายตาอ่านไม่ออก
“มันจบแล้วรินรดา อย่าถามหาเหตุผลที่ทำให้มือผมต้องเปื้อน” เขาเทวิสกี้ลงแก้วคริสตัลก่อนจะหมุนมันช้าๆ “คุณควรจะขอบคุณผมที่ทำให้โลกของคุณสะอาดขึ้น ไม่ใช่มาทำหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่ผมแบบนี้”
“ขอบคุณ?” รินรดาแค่นหัวเราะพลางเดินเข้าไปใกล้ “คุณคิดว่าความสัมพันธ์ของเรามันคือการแลกเปลี่ยนเหรอครับ? คุณช่วยผม ผมตอบแทนด้วยความจงรักภักดี? คุณเข้าใจผิดไปไกลมากเลยนะท่านประธาน”
ธีรดนย์ชะงัก แก้วในมือเกือบจะถูกวางกระแทกโต๊ะ เขาหันกลับมาประจันหน้ากับเธอ สายตาคมกริบราวกับจะแผดเผาคนตรงหน้าให้มอดไหม้ “แล้วคุณคิดว่ามันคืออะไร? สิทธิพิเศษที่คุณได้รับ ทั้งความไว้วางใจ ทั้งตำแหน่งข้างกายผม... คุณคิดว่าคนอย่างธีรดนย์ให้ใครฟรีๆ โดยไม่หวังผลหรือไง”
“ปากดีจังนะครับ” รินรดาไม่ถอยหนี เธอเดินเข้าไปประชิดจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ปนกลิ่นเหล้าจางๆ จากตัวเขา “ปากบอกว่าหวังผล แต่ทำตัวเหมือนคนกำลังจะขาดใจถ้าไม่ได้ปกป้องผม... จริงๆ แล้วอะไรคือปมในใจคุณกันแน่ที่ทำให้ต้องสร้างกำแพงหนาเตอะขนาดนี้ไว้”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงาน บรรยากาศอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ธีรดนย์จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าที่กล้าท้าทายเขาทุกย่างก้าว ความโกรธที่เคยมีกลับถูกแทนที่ด้วยความร้าวรานที่เขาพยายามกดมันไว้ใต้จิตสำนึกมานานหลายปี
“คุณอยากรู้เหรอ?” น้ำเสียงเขาทุ้มต่ำและสั่นพร่าเล็กน้อย “คุณอยากเห็นสิ่งที่อยู่หลังกำแพงของผมจริงๆ ใช่ไหม”
เขาขยับเข้าไปใกล้จนปลายจมูกของคนทั้งสองแทบจะชนกัน มือแกร่งคว้าข้อมือของรินรดาไว้แน่น แต่ไม่ได้บีบจนเจ็บ มันคือการยึดเหนี่ยว
“ตอนที่ผมอายุสิบสอง... แม่ทิ้งผมไว้กับพ่อที่มองผมเป็นแค่เครื่องมือ” ธีรดนย์แค่นยิ้มขมขื่น “ผมถูกขังไว้ในห้องมืดๆ เวลาที่ผมทำไม่ได้ดั่งใจ ผมเรียนรู้ว่าความรักคือความอ่อนแอ และคนที่แสดงความอ่อนแอออกมา... จะไม่มีวันได้รับชัยชนะ ผมเลยต้องร้าย ผมต้องโหด ต้องทำให้ทุกคนกลัว เพื่อที่ผมจะได้ไม่ต้องรู้สึกว่าใครจะมาทิ้งผมไปได้อีก”
รินรดาชะงัก เธอเห็นดวงตาคู่นั้นที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้กลับสั่นไหวและโหยหา ราวกับเด็กน้อยที่หลงทางในพายุโหมกระหน่ำ “เพราะแบบนี้... คุณเลยไม่กล้าไว้ใจใคร เพราะคุณกลัวว่าถ้าคุณให้ใจไปแล้ว เขาจะทิ้งคุณไปแบบที่แม่คุณเคยทำหรือครับ”
“มันไม่ใช่เรื่องของแม่ผมคนเดียว!” เขาตะคอกใส่ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงเบาหวิว “มันคือเรื่องของสัญชาตญาณ... สัญชาตญาณของการเอาตัวรอดในโลกที่ไม่มีใครรักผมจริงๆ รินรดา คุณเป็นคนแรกที่มองทะลุความปากจัดของผมเข้ามาถึงตรงนี้... และนั่นแหละที่ทำให้ผมเกลียดคุณ”
“เกลียดที่ผมรู้ความลับของคุณ?”
“เกลียดที่รู้ว่าตัวเองกำลังเสพติดสายตาของคุณ... สายตาที่มองผมเหมือนผมเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่ท่านประธานผู้สูงส่ง”
ธีรดนย์ดึงตัวเธอเข้ามาแนบชิด แรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานานถูกปลดปล่อยผ่านสัมผัสที่ร้อนแรงและสับสน เขากดจูบลงบนเรียวปากของรินรดา ไม่ใช่จูบแห่งการครอบครอง แต่เป็นจูบแห่งการเว้าวอนและเรียกร้อง รินรดาไม่ได้ขัดขืน เธอรู้ดีว่านี่คือจังหวะที่หัวใจของคนแข็งกระด้างคนนี้กำลังเผยความเปราะบางออกมามากที่สุด
แต่ในขณะที่อารมณ์กำลังพุ่งถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะอย่างรุนแรงตามมาด้วยเสียงที่คุ้นเคย
“ธีร์! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าเธอกับยัยเลขาหน้าไม่อายนั่นอยู่ในนั้น!”
ธีรดนย์ผละออกจากรินรดาทันที ดวงตาที่เคยสั่นไหวกลับมาแข็งกร้าวในเสี้ยววินาที รินรดามองไปที่ประตูด้วยแววตาที่เย็นเยียบไม่แพ้กัน เพราะคนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือคนที่ธีรดนย์พยายามหนีมาตลอดชีวิต... แม่ของเขา
“ผมขอโทษ...” ธีรดนย์พึมพำขณะหยิบสูทมาสวม “คุณออกไปทางประตูหลัง... อย่าให้ใครเห็นว่าคุณอยู่กับผมตอนนี้”
“ไม่ครับ” รินรดาตอบกลับพลางจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ “ผมไม่ได้ทำอะไรผิด และผมก็ไม่มีความจำเป็นต้องหนีจากเรื่องของคุณในเมื่อคุณเลือกที่จะเล่าให้ผมฟังแล้ว”
รินรดาเดินตรงไปที่ประตูแล้วกระชากมันเปิดออก เผยให้เห็นหญิงวัยกลางคนในชุดหรูหราที่ยืนจ้องเธอด้วยสายตาจิกกัด ก่อนจะเหลือบไปเห็นธีรดนย์ที่ยืนอยู่ด้านหลังด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“อ้าว... อยู่กันครบเลยเหรอคะ” หญิงสูงวัยแค่นยิ้มที่มุมปาก “ธีร์... แม่มีเรื่องต้องคุยกับเธอเรื่อง ‘แผนการ’ ใหม่ที่บริษัทเราต้องจัดการ และดูเหมือนว่าเลขาส่วนตัวของเธอจะดูมีส่วนร่วมในเรื่องนี้มากเกินไปหน่อยนะ”
รินรดาหันไปสบตาธีรดนย์ที่ยืนนิ่งค้าง เธอรู้ดีว่าวินาทีนี้คือบทพิสูจน์ว่า ธีรดนย์จะก้าวข้ามปมในใจเพื่อปกป้องเธอ หรือจะกลับไปเป็นหุ่นเชิดของครอบครัวที่เขาเกลียดชังอีกครั้ง
ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะครับ เมทริกซ์ซีโร่ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจครับ
เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย•ตอนที่ 30
ความเปราะบางของคนแข็งกระด้าง
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!