กลิ่นอายความกดดันในห้องประชุมใหญ่ลอยอบอวลเสียจนแทบจะคว้ามาคั้นเป็นน้ำได้ บรรยากาศรอบตัวเงียบสนิท ชนิดที่ว่าแม้แต่เสียงลมหายใจก็ยังฟังดูดังเกินไปในความรู้สึกของทุกคนที่ยืนอยู่ ณ ที่นั้น
รินรดายังคงยืนนิ่ง แผ่นหลังตั้งตรงไม่อ่อนยวบแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องตรงไปยังร่างสูงของคนที่ยืนคั่นกลางระหว่างเธอกับแรงปะทะจากทางครอบครัว
"ธีร์... ลูกกำลังทำอะไรอยู่รู้ตัวไหม" น้ำเสียงของผู้เป็นมารดาตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมที่ถอดแบบพิมพ์มากับบุตรชายกวาดมองรินรดาด้วยความรู้สึกดูแคลนระคนไม่พอใจ "ผู้หญิงคนนี้เป็นแค่เลขา แต่ลูกกลับเอาอนาคตและหน้าตาของวงศ์ตระกูลมาเดิมพันกับเรื่องไร้สาระพวกนี้เนี่ยนะ"
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเตรียมจะขยับปากสวนกลับตามสไตล์คนไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่ทว่า... ไหล่กว้างที่ยืนบังวิถีสายตาของเธอเอาไว้ตั้งแต่แรก กลับขยับเคลื่อนเล็กน้อย
มือหนาของธีรดนย์ยกขึ้นโบกเพียงนิดเดียว เป็นสัญญาณเงียบๆ ที่สั่งให้คนด้านหลังหยุดพูด และในวินาทีนั้นเองที่รินรดารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในแผ่นหลังของเจ้านายหนุ่ม
มันไม่ใช่ความลังเล ไม่ใช่ความหวาดหวั่นแบบที่เธอเคยเห็นยามที่เขาต้องเผชิญหน้ากับคำสั่งเด็ดขาดของบิดามารดาในอดีต
แต่มันคือความนิ่งสนิท... นิ่งราวกับภูเขาหินผาที่พร้อมจะพังทลายลงมาทับทุกอย่าง หากมีใครบังอาจล้ำเส้นเข้ามามากกว่านี้
"คุณแม่ครับ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงพลังจนคนฟังต้องสะดุ้ง ธีรดนย์ไม่ได้หันกลับมามองรินรดา เขายังคงมองตรงไปข้างหน้า เบื้องหน้าคือบิดาและมารดาผู้ให้กำเนิด
"ผมให้เกียรติพวกท่านในฐานะพ่อแม่มาตลอดสิบปีที่ผมยืนอยู่ในตำแหน่งนี้ ผมบริหารบริษัท ทำตามเงื่อนไข ยอมแม้กระทั่งแต่งงานกับคนที่พวกท่านจัดหาให้ตามสัญญาบ้าๆ นั่นโดยไม่เคยปริปากบ่น"
"ธีร์!" ผู้เป็นพ่อตบโต๊ะเสียงดังลั่น "นั่นคือผลประโยชน์ของบริษัท! แกพูดจาเหลวไหลอะไรออกมา!"
"ผมไม่ได้เหลวไหลครับพ่อ" ธีรดนย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความเยียบเย็นและร่องรอยของความเจ็บปวดที่สะสมมาเนิ่นนาน "แต่สิ่งที่ผมจะไม่ยอมทำเป็นอันขาด... คือการยืนมองคนของผมโดนเหยียบย่ำด้วยเหตุผลปัญญาอ่อนของพวกท่านอีกต่อไปแล้ว"
คำว่า 'คนของผม' กระแทกเข้ากลางใจรินรดาเต็มแรง หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างแรงจนเผลอกำมือแน่น ความอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาในอกท่ามกลางบรรยากาศที่หนาแน่นไปด้วยความตึงเครียด
นี่ไม่ใช่แค่การปกป้องเลขาตามหน้าที่... น้ำเสียงและแววตาของเขาในตอนนี้ มันคือการประกาศสงครามชัดๆ
มารดาของธีรดนย์หน้าถอดสี มือที่ถือกระเป๋าแบรนด์เนมสั่นระริกด้วยความโกรธ "นังเด็กนี่มันร่ายมนตร์อะไรใส่แก ถึงทำให้ลูกชายที่เคยเชื่อฟังฉันมาตลอดกลายเป็นคนก้าวร้าวแบบนี้! แกกล้าดียังไงมาพูดจาก้าวร้าวใส่พ่อกับแม่เพื่อผู้หญิงขายตัวคนเดียว!"
"หยุดพูดนะครับ!"
เสียงตวาดกร้าวของธีรดนย์ดังลั่นห้อง ประโยคสุดท้ายของมารดาเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดผึ่ง ดวงตาคมกราบกรานดุดันดั่งสัตว์ป่าหวงถิ่น แววตาซึนเดเระที่เคยใช้กลบเกลื่อนความรู้สึกถูกแผดเผาจนมอดไหม้ เหลือเพียงความจริงจังและเด็ดเดี่ยวที่น่ากลัว
รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย เธอไม่เคยเห็นธีรดนย์ในโหมดนี้เลย... โหมดที่พร้อมจะแลกทุกอย่างแม้กระทั่งตัดขาดกับครอบครัว เพื่อปกป้องเกียรติของเธอ
"เธอไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น" ธีรดนย์กดเสียงต่ำ ลมหายใจสะท้อนขึ้นลงตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน "และถ้าใครในที่นี้ยังกล้าดูถูกเธอด้วยคำพูดต่ำๆ แบบนี้อีก... ต่อให้เป็นพ่อกับแม่ ผมก็ไม่เอาไว้เหมือนกัน"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่ามันเป็นความเงียบที่น่าอึดอัดและเต็มไปด้วยรอยร้าวที่ยากจะประสาน
บิดาของธีรดนย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าเรียบตึงด้วยความโกรธจัด ดวงตาดุดจ้องมองบุตรชายด้วยความผิดหวัง "แกเลือกมันใช่ไหม... เลือกผู้หญิงคนนี้ มากกว่าอนาคตของตระกูลเรา"
"ผมไม่ได้เลือกใคร" ธีรดนย์ตอบกลับทันควัน น้ำเสียงหนักแน่นและมั่นคง "ผมแค่เลือกที่จะยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง และเลือกผู้หญิงที่จะอยู่ข้างผมไปจนวันตาย... ซึ่งก็คือเธอ"
สิ้นคำพูดนั้น รินรด้ารู้สึกราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความซึ้งใจ ความอึดอัด และความรู้สึกหลากหลายตีรวนขึ้นมาจนจุกอยู่ที่ลำคอ คนปากร้ายที่ชอบด่าเธอทุกวันคนนั้น... กล้าพูดคำนี้ต่อหน้าพ่อแม่ผู้ทรงอิทธิพลของตัวเองเนี่ยนะ
ผู้เป็นพ่อแค่นPจมูกอย่างดูแคลน "ดี... ดีมาก ธีรดนย์ ในเมื่อแกเลือกทางนี้แล้ว ก็จำคำพูดของตัวเองไว้ให้ดี อย่ามาคลานกลับมาขอร้องฉันทีหลังก็แล้วกัน!"
พูดจบ ร่างของสองสามีภรรยาตระกูลใหญ่ก็สะบัดหน้าพรืดเดินออกไปจากห้องประชุมทันท่ามกลางความอึมครึม ทิ้งให้ความเงียบงันโอบล้อมคนทั้งสองไว้ลำพัง
ประตูกระจกบานใหญ่ปิดสนิทลง รินรดายืนนิ่งอยู่ที่เดิม ความตึงเครียดเมื่อครู่เริ่มจางหาย เหลือเพียงความเคว้งคว้างและเสียงหัวใจของตัวเองที่ดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท
เธอค่อยๆ ผ่อนลมหายใจยาว หันไปมองแผ่นหลังของคนที่ยังคงยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม ไหล่กว้างนั้นดูราวกับแบกรับภาระอันหนักอึ้งไว้ทั้งหมด
"คุณธีร์..." รินรดาเอמהเสียงแผ่วเบา ต่างจากมาดเลขาตัวแม่ที่เคยเชือดเฉือนกับคนอื่นทุกครั้ง
ธีรดนย์ไม่ตอบ เขายังคงยืนหันหลังให้ เธอก้าวเข้าไปใกล้ ช้าๆ จนกระทั่งระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว มือเรียวเอื้อมไปแตะที่แขนเสื้อสูทของเขาเบาๆ เชิงปลอบประโลม
แต่ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส... ร่างสูงก็หมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว
ดวงตาคมกริบกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก มันมีความหงุดหงิดระคนโล่งอก และมีประกายไฟบางอย่างที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเดิมสะท้อนอยู่ในนั้น
"ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาใกล้ผมขนาดนี้ฮึ"
เสียงดุๆ แบบฉบับคนปากแข็งเอ่ยขึ้นมาตามระเบียบ แต่ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยจนคนฟังจับสังเกตได้
รินรดาหลุดยิ้มบางๆ ออกมาท่ามกลางบรรยากาศที่ยังไม่ทันหายกรุ่น เธอช้อนตาขึ้นมองคนตัวสูงกว่าอย่างไม่เกรงกลัวเหมือนเช่นเคย "อ้าว... ไหนตะกี้เพิ่งประกาศกร้าวต่อหน้าพ่อแม่ว่าเป็น 'คนของผม' ไม่ใช่เหรอคะท่านประธาน ตอนนี้มาทำเป็นดุอีกแล้วนะ"
ธีรดนย์กัดกรามแน่น ดวงตาคมวับจ้องมองริมฝีปากที่กำลังยิ้มเยาะของเธอ ร่างสูงขยับก้าวเข้าไปประชิดตัวอย่างรวดเร็ว จนรินรดาต้องผถอยหลังไปชนกับผนังห้องประชุมอย่างไร้ทางหนี
พื้นที่รอบตัวถูกปิดกั้นด้วยอ้อมแขนแกร่งที่ทาบทับลงบนผนังทั้งสองข้าง ธีรดนย์โน้มใบหน้าลงมาหา จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือพวงแก้ม
แววตาซึนเดเระในตำนานหายไปเกลี้ยง เหลือเพียงความคลั่งรักที่ระเบิดออกมาอย่างไม่มีอะไรกั้น
"อย่ามาทำเป็นเก่งนะรินรดา..." เสียงกระซิบต่ำพร่าดังอยู่ข้างใบหู น้ำเสียงจริงจังและดุดดันจนเธอต้องกลืนน้ำลายลงคอ "เธอรู้ไหมว่าฉันต้องแลกอะไรบ้าง เพื่อจะพูดประโยคพวกนั้นออกไป"
"แล้ว... คุณธีร์เสียดายเหรอคะ?" รินรดาเอียงคอถาม ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย ซ่อนความไหวหวั่นไว้ภายใต้รอยยิ้ม
ธีรดนย์ไม่ตอบคำถาม เขาจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่เถียงเขาคำไม่ตกฟากด้วยความหมั่นไส้ระคนคลั่งไคล้ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนสูดเอาความหอมเข้าปอดลึกๆ เหมือนคนอดอยากปากแห้งมานาน
"เสียดายเหรอ... หึ" ธีรดนย์แค่นหัวเราะชิดริมฝีปากเธอ "ถ้าจะเสียดาย ก็เสียดายที่ฉันน่าจะทำแบบนี้ให้เร็วกว่านี้... ตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอทำตัวปากดีใส่ฉันแล้ว"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้อ้าปากเถียงกลับ ริมฝีปากร้อนจัดก็ทาบทับกลีบปากนุ่มของเธอลงมาอย่างรวดเร็วและหนักแน่น ความนุ่มนวลถูกแทนที่ด้วยความเรียกร้องและดุดัน สะท้อนอารมณ์ทั้งหมดที่อัดอั้นมาตลอดทั้งวัน
สัมผัสที่จริงจังและวาบหวามทำเอาสติของรินรดาหลุดลอยไปชั่วขณะ มือเรียวที่เคยตั้งท่าจะผลักไส กลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นระส่ำและเคมีระหว่างทั้งคู่กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุดนั้นเอง
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูกระจกด้านหลังดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
"คุณธีร์คะ! เอกสารสรุปยอดงบประมาณไตรมาสนี้... เอ๊ะ!"
ทั้งสองผละออกจากกันอย่างตกใจ รินรดารีบหันขวับไปมองผู้มาใหม่ ขณะที่ธีรดนย์หน้าตึงเปรี๊ยะด้วยความหงุดหงิดสุดขีดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ
และเมื่อรินรดาเห็นหน้าบุคคลที่ยืนถือแฟ้มเอกสารอยู่ตรงประตู ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันเสมอมานะครับ!
เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย•ตอนที่ 31
สัมผัสที่จริงจัง
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!