ความเงียบงันภายในห้องทำงานกว้างขวางของประธานบริหารหนุ่มนั้นหนักอึ้งราวกับมีมวลอากาศนับตันกดทับลงบนบ่า ประตูบานหรูเพิ่งปิดสนิทลงพร้อมกับการหายตัวไปของบิดาผู้ทรงอิทธิพล ทว่าร่องรอยความกดดันยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่กลางห้อง
ธีรดนย์ยืนนิ่งเป็นรูปปั้น กรามขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนชัดเจน ดวงตาคมกราบกวาดมองไปเบื้องหน้า ที่ซึ่งรินรดายืนไขว่ห้างพิงขอบโต๊ะทำงานของเธอด้วยท่าทีสบายอารมณ์เกินกว่าจะเป็นสถานการณ์หลังเผชิญหน้ากับอดีตประธานบริษัทผู้เกรียงไกร
"คุณควรจะออกไปรอข้างนอกตามคำสั่งของคุณพ่อผมนะ
รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำระคนหงุดหงิดตามนิสัยประจำตัว
"ถ้าฉันทำตามคำสั่งท่านประธานใหญ่ ป่านนี้คงไม่ได้เห็นฉากที่คุณพ่อลูกเขาเคลียร์กันด้วยสายตาฟาดฟันหรอกครับ... เอ้ย,ค่ะ... อุ๊ps!" รินรดาแกล้งทำเป็นยกมือปิดปาก ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยประกายความซุกซน ตั้งใจจงใจกวนประสาทคนตรงหน้าให้เส้นเลือดในสมองกระตุกเล่น
"รินรดา!"
ธีรดนย์คำรามในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวฉับๆ เข้าประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็วราวกับเสือดาวตะครุบเหยื่อ มือหนาเอื้อมไปค้ำยันขอบโต๊ะทำงานทั้งสองข้าง ขังร่างบางเอาไว้ตรงกลางโดยอัตโนมัติ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความร้อนรุ่มขึ้นมาทันที
"ปากเก่งนักนะ ช่วงนี้กินอะไรเป็นอาหาร ถึงได้กล้าต่อปากต่อคำกับผมนัก หืม?"
"กินความจริงใจเข้าไปมั้งคะ... อ๊ะ! หมายถึงกินข้าวปกติค่ะ ประธานธีร์ต่างหากล่ะคะที่กินอะไรมา หน้าตาถึงได้บึ้งตึงเหมือนคนท้องผูกมาสามวัน" รินรดาไม่มีทีท่าสะดุ้งสะเทือนเลยสักนิด เธอยังคงเชิดหน้าสู้สายตาดุๆ นั้นได้อย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอกเมื่อระยะห่างระหว่างกันมันใกล้เกินมาตรฐานเจ้านายกับลูกน้องไปไกลลิบ
ดวงตาคมกริบของธีรดนย์กวาดมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับเถียงฉอดๆ นั้นด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ความหงุดหงิดเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับเอาไว้มานานนับเดือน ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายต่อหัวใจที่แข็งกระด้างของเขาเสียเหลือเกิน
กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จางๆ จากตัวหญิงสาวคล้ายกับยาเสพติดชั้นดีที่ทำให้สติสัมปชัญญะของท่านประธานหนุ่มเริ่มพร่าเลือน เขามองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่สวยนั้น เห็นเงาสสะท้อนของตัวเองที่ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด
"ริน..." เสียงทุ้มเอמהหลุดลอดออกมาแผ่วเบา แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนล้าและลึกซึ้งอย่างประหลาด
รินรดาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นประกายความอ่อนโยนที่ฉายชัดขึ้นมาในดวงตาคู่นั้น เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นธีรดนย์ถอดเกราะป้องกันออกจนหมดเปลือก หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วยิ่งทวีความเร็วขึ้นไปอีกเมื่อมือหนาข้างหนึ่งละจากขอบโต๊ะ เลื่อนขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาคลอเคลียแก้มเนียนอย่างเบามือ
สัมผัสอุ่นจัดนั้นทำให้ร่างบางนิ่งค้าง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ ไดอะล็อกคมคายที่เตรียมไว้ใช้สวนกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย
"ผม..." ธีรดนย์กลืนก้อนความรู้สึกอึดอัดลงคอ หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำราวกับกลองเพลิง ความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอกมันเรียกร้องอยากจะระบายออกมาให้หมดสิ้น คำพูดนับพันคำกองอยู่ที่ริมฝีปาก เขากำลังจะพูดมันออกไป... กำลังจะบอกความจริงที่โง่เง่าที่สุดในชีวิตว่าเขาแคร์เธอมากแค่ไหน และกลัวแค่ไหนกับการที่จะต้องเสียเธอไปให้กับใคร
ริมฝีปากหยักอ้าออกเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจดจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เผยอค้างอย่างรอคอยคำตอบ
บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท
ทว่า... ในวินาทีที่เส้นกั้นระหว่างเจ้านายกับลูกน้องกำลังจะพังทลายลง
"นี่! ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะคะ หรือว่าคุณอยากจะบอกว่า..." รินรดาที่ตั้งสติได้ก่อนเอ่ยแซวขึ้นมาด้วยความประหม่าเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในใจ
ฉับพลัน! ดวงตาของธีรดนย์ก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยราวกับเพิ่งได้สติว่าตัวเองเกือบทำเรื่องโง่เขลาลงไป สายตาที่อ่อนโยนเมื่อครู่ถูกดึงกลับมาแทนที่ด้วยความเย็นชาฉับพลันราวกับพลิกฝ่ามือ
"ผมจะบอกว่า... คุณนี่มันน่ารำคาญสิ้นดี!"
ธีรดนย์ชักมือกลับทันทีราวกับโดนไฟลวก เขายืดตัวตรงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลากลับมาบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิมเพื่อปกปิดความตื่นตระหนกและหัวใจที่กำลังเต้นเร่าๆ ของตัวเอง
รินรดากะพริบตาปริบๆ กับการเปลี่ยนอารมณ์แบบร้อยแปดองศาของคนตรงหน้า ก่อนที่มุมปากบางจะกระตุกยิ้มหยันออกมาทันที
"อ๋อเหรอคะ? นึกว่าประธานธีร์จะบอกรักฉันเสียอีก เกือบจะเตรียมตัวซาบซึ้งแล้วเชียว" เธอย้อนกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามฟอร์มเดิมเพื่อกลบเกลื่อนความไหววูบในอกที่เพิ่งเกิดขึ้น
"เพ้อเจ้อ! ผมเนี่ยนะจะบอกรักคุณ ฝันไปเถอะรินรดา คนอย่างคุณต่อให้เหลือผู้หญิงคนสุดท้ายบนโลก ผมก็ไม่มีวัน..."
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบทสนทนาอันร้อนระอุเสียก่อน
ธีรดนย์หน้าตึงขึ้นไปอีกด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ ขณะที่รินรดาหันไปมองทางประตูด้วยความสงสัย
ยังไม่ทันที่เจ้าของห้องจะเออนุญาตให้ใครเข้ามา ประตูบานหรูก็ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างเพรียวระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก็ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจิดจ้า
"แดארลิ่งคะ! เพชรอยู่นี่แล้วค่ะ... เอ๊ะ ขัดจังหวะอะไรกันอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย?"
ดวงตากลมโตของรินรดากวาดมองผู้มาใหม่ ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตากับธีรดนย์ที่ยืนหน้าเครียดขมวดมุ่น และในวินาทีนั้นเอง... รอยยิ้มหวานหยดที่แฝงความหมายบางอย่างก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเลขาส่วนตัว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและฟินไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย•ตอนที่ 17
ประโยคบอกรักที่พูดไม่ได้
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!