เสียงทุบประตูดังสนั่นจากภายนอกห้องทำงานส่วนตัวยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แต่ในวินาทีนี้ ธีรดนย์กลับไม่ได้สนใจเสียงเรียกของบิดาผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรธุรกิจแม้แต่น้อย สายตาคมกราบดั่งใบมีดของท่านประธานหนุ่มกำลังจดจ้องภาพตรงหน้าด้วยประกายไฟที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่างให้เป็นจุล
ภาพของรินรดาที่กำลังยืนแนบชิดอยู่กับชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง หน้าตาดีกรีไม่แพ้กัน และที่สำคัญ... วงแขนของไอ้หน้าอ่อนนั่นกำลังโอบกอดเลขาส่วนตัวของเขาไว้อย่างแนบแน่น
"ปล่อยครับคุณกรณ์ เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นเข้าจะดูไม่ดี"
เสียงหวานเอ่ยปรามด้วยความเกรงใจ พร้อมกับพยายามดันแผงอกของเพื่อนเก่าสมัยมหาวิทยาลัยให้ออกห่างอย่างสุภาพ แต่ในสายตาของธีรดนย์ที่ยืนมองผ่านกระจกเงาบานใหญ่สะท้อนมุมอับของห้องพักรับรองแขก ภาพนั้นมันช่างบาดตาและกระชากต่อมความหึงหวงที่ถูกเก็บกดไว้จนระเบิดออก
ปึง!
ประตูกระจกบานเลื่อนถูกผลักเปิดออกด้วยแรงอารมณ์จนเกิดเสียงดังสนั่น
รินรดาสดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากอ้อมกอดของกรณ์ทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นใบหน้าบึ้งตึงจนแทบจะเป็นยักษ์เป็นมารของเจ้านายหนุ่ม ขณะที่กรณ์หันมามองด้วยความงุนงงระคนสงสัย
"คุณธีรดนย์..." รินรดาครางชื่อนั้นออกมาเบาๆ เมื่อเห็นรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงใหญ่ที่ก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัว
"ทำอะไรกัน"
น้ำเสียงทุบต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นเย็นเยียบและเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ ธีรดนย์กวาดสายตามองทั้งสองคนสลับกันด้วยความรู้สึกที่อยากจะซัดหน้าไอ้ผู้ชายแปลกหน้าที่กล้าแตะต้อง 'ของหวง' ของเขาให้คว่ำคาสนาม
"อ้าว... คุณคือท่านประธานธีรดนย์สินะครับ ผมกรณ์ครับ เป็นเพื่อนสนิทของริน..."
"ผมไม่ได้ถามชื่อคุณ!" ธีรดนย์ตัดบทเสียงกร้าว ดวงตาสคมกริบจ้องเขม็งไปที่กรณ์อย่างไม่ไว้หน้า "แล้วก็ช่วยกรุณามარยาทด้วย นี่มันเวลาทำงาน และนี่คือห้องทำงานของผม ไม่ใช่สนามเด็กเล่นให้ใครหน้าไหนมาสวมกอดพนักงานของผมตามอำเภอใจ"
กรณ์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มที่เป็นมิตรเริ่มเจื่อนลง แต่ก็ยังคงรักษามารยาทไว้ได้ "อ๋อ ขอโทษด้วยครับพอดีผมไม่ได้ตั้งใจจะ..."
"รู้ตัวก็ดีครับ เชิญกลับออกไปได้แล้ว งานการที่อื่นไม่มีทำหรือไง ถึงได้มาเดินเร่ร่อนกอดรัดฟัดเหวี่ยงในบริษัทคนอื่น" ธีรดนย์พ่นคำพูดเชือดเฉือนออกมาอย่างไร้ความปรานี ความหึงจนหน้ามืดตามัวทำให้เขาควบคุมปากตัวเองไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
รินรดาขมวดคิ้วมุ่นทันที เธอทนฟังคำพูดถากถางไร้เหตุผลนี้ไม่ได้อีกต่อไป ปากเก่งๆ ของเธอเริ่มทำงานทันทีเพื่อปกป้องเพื่อนเก่า
"คุณธีรดนย์คะ พูดจาให้เกียรติเพื่อนฉันด้วยค่ะ กรณ์เขาแค่วิ่งเข้ามาหลบฝนแล้วก็แค่แสดงความยินดีที่ไม่ได้เจอกันนาน มันไม่ได้มีอะไรเกินเลยอย่างที่คุณจินตนาการไปไกลเลยสักนิด!"
"รินรดา!" ธีรดนย์หันขวับมามองเลขาตัวแสบ ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่ถูกขัดใจ "เธอมีสิทธิ์อะไรมาขึ้นเสียงใส่ฉัน แถมยังปกป้องมันออกนอกหน้าขนาดนี้ หิวแสงหรือไง ถึงได้ชอบทำตัวสนิทสนมกับผู้ชายไปทั่ว!"
คำว่า 'หิวแสง' และการกล่าวหาอย่างไร้เหตุผลนั้น ทำให้รินรดากำหมัดแน่นด้วยความโกรธ ความรู้สึกน้อยใจปะปนกับความโมโหพุ่งขึ้นมาจุกอก เธอไม่ใช่เด็กอมมือที่จะยอมก้มหัวให้ใครมาดูถูกเหยียดหยามง่ายๆ
"ใช่ค่ะ! ฉันมันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่าในสายตาคุณ จะไปทำอะไรก็คงขัดหูขัดตาคุณไปหมดสินะคะ งั้นก็เชิญท่านประธานผู้สูงส่งอยู่เคลียร์กับความประสาทของตัวเองไปตามสบายเถอะค่ะ!"
พูดจบ รินรดาก็หันไปส่งยิ้มขอโทษกรณ์เบาๆ "กรณ์ กลับไปก่อนนะ ไว้ฉันค่อยโทรหา"
"เดี๋ยวนะริน..." กรณ์ทำท่าจะรั้ง แต่เมื่อเห็นสายตาดุร้ายของธีรดนย์ที่จ้องมองมาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ เขาก็ยอมถอยออกไปโดยดี "งั้นฉันไปก่อนนะริน มีอะไรโทรหาฉันได้ตลอด"
บรรยากาศในห้องกลับมาเงียบกริบอีกครั้ง ทว่าเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ธีรดนย์หายใจเข้าออกแรงๆ เพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังตีรวนในอก เขามองตามหลังกรณ์ที่เดินออกจากห้องไป ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้ารินรดาที่ยืนกอดอกเชิดหน้าท้าทายใส่เขาอย่างไม่เกรงกลัว
"เก่งนักนะ กล้าเถียงฉันเหรอ" ธีรดนย์ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอด้วยความรวดเร็ว จนรินรดาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
"ถอยไปเลยนะคะคุณธีรดนย์ อย่ามาใช้อำนาจบาทใหญ่ใส่ฉันนะ ฉันไม่ใช่ลูกน้องที่คุณจะมาด่าว่าตามอำเภอใจได้!" รินรดาเชิดหน้าสู้ ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่นกับระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปก็ตาม
"ทำไม ฉันเป็นเจ้านายเธอ ฉันจะทำอะไรเธอก็ได้" ธีรดนย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ใกล้ๆ ทำให้รินรดาสะấuจนต้องเบือนหน้าหนี
"คุณมันเผด็จการ... อื้อ!"
ประโยคต่อว่าถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากหนาประกบลงมาปิดปากเธออย่างไร้การเตือนล่วงหน้า
มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยน แต่มันคือการลงทัณฑ์จากความหึงหวงที่เดือดพล่านจนควบคุมไม่อยู่ ธีรดนย์บดขยี้ริมฝีปากบางด้วยความเอาแต่ใจ มือหนาข้างหนึ่งรวบเอวบางเข้ามาแนบชิดติดตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง ส่วนมืออีกข้างประคองท้ายทอยบังคับให้เธอรับสัมผัสอันเร่าร้อนนี้อย่างจำยอม
รินรดาทุบอกแกร่งประท้วงอุตลุด สมองขาวโพลนไปหมดด้วยความตกใจ ความโกรธที่มีเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและความดุดันเอาแต่ใจของเขาทำให้เธอแทบจะหลอมละลายคาอ้อมแขน
แต่ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนกำลังเต้นรำไปพร้อมกับจังหวะลมหายใจที่กระชั้นชิด เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นพร้อมกับลูกบิดประตูที่ถูกบิดเปิดออกอย่างถือวิสาสะ
"ธีรดนย์! แกกล้าดียังไงถึงปล่อยให้พ่อรอนานขนาดนี้...!"
เสียงทุบและเสียงตวาดของประธานอาวุโสหยุดชะงักกึกทันที เมื่อสายตาของท่านผู้ทรงอิทธิพลกวาดเข้ามาเห็นภาพบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนกำลังกอดจูบอยู่กับเลขาส่วนตัวกลางห้องทำงานอย่างโจ่งแจ้ง
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด เธอใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดผลักอกธีรดนย์ให้ออกห่างอย่างแรง แล้วรีบยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองด้วยความตื่นตระหนก
ธีรดนย์ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม เขากวาดสายตามองบิดาที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ที่หน้าประตูด้วยแววตานิ่งสนิทที่ซ่อนความหงุดหงิดเอาไว้จนมิด
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปกับความซึนของท่านประธานในตอนนี้นะครับ
เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย•ตอนที่ 16
ความโกรธของคนซึน
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!