เสียงปิดประตูกระจกนิรภัยดัง *คลิก* เบาๆ แต่กลับก้องกังวานอยู่ในความเงียบงดงามของห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นบนสุดของตึกระฟ้า
ประโยคคำถามอันตรายจากปากผู้เป็นพ่อที่เพิ่งลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศยังไม่ทันจางหาย ธีรดนย์ก็ขยับตัวเข้าประชิดแผ่นหลังของรินรดาที่ยืนชิดกำแพงกระจก มือหนาข้างหนึ่งยันกระจกไว้เหนือหัวไหล่ของเธอเพื่อกักกันไม่ให้หญิงสาวหลบหนีสายตา ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปปลดล็อกกลอนประตูชั้นในอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบที่สุด เพื่อตัดขาดโลกภายนอกออกจากพื้นที่ส่วนตัวที่กำลังคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียดนี้
"ท่านประธาน... คุณบ้าไปแล้วหรือคะ ล็อกประตูทำไม" รินรดาหันขวับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อระยะห่างระหว่างเธอกับคนตัวโตแทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ
"ถ้าผมไม่ล็อก คุณคิดว่าพ่อผมจะเคาะประตูขออนุญาตก่อนเข้ามาหรือไง" ธีรดนย์สวนกลับด้วยน้ำเสียงต่ำพร่า ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง ดวงตาคมกริบจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ของเธอด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหงุดหงิดระคนเอ็นดู "หรือคุณอยากให้ท่านเปิดเข้ามาเห็นสภาพที่เรายืนหายใจรดต้นคอกันอยู่แบบนี้ ถึงจะพอใจ"
"มันเป็นเพราะใครกันล่ะคะที่ลากฉันมาซ่อนตัวอยู่ในนี้ตั้งแต่แรก!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเถียงสู้ ดวงตาคู่สวยตวัดค้อนใส่เขาอย่างไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรีท่านประธานแม้แต่น้อย "ถ้าคุณไม่ทำตัวลับๆ ล่อๆ พาฉันหนีการตรวจสอบสต็อกเอกสารดึกดื่นแบบนี้ ท่านประธานใหญ่คงไม่ระแคะระคายจนต้องมาตามสืบถึงที่หรอกค่ะ"
"ปากเก่งนักนะ..." ธีรดนย์แค่นหัวเราะในลำคอ โน้มใบหน้าลงไปกระซิบใกล้ใบหูขาวสะอาดจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียน "ทีเวลาอยู่ต่อหน้าบอร์ดบริหาร ทำไมไม่เห็นฝีปากจัดจ้านแบบนี้บ้าง ห่วงตัวเองหรือกลัวว่าผมจะเดือดร้อนกันแน่ หืมน้องริน"
คำถามทิ่มแทงใจดำนั้นทำเวลาร่างบางชะงักกึก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวราวมือกลองสติหลุด รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะเพราะคำตอบในใจมันช่างสวนทางกับทิฐิที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาป้องกันตัวเหลือเกิน
จริงอยู่ที่เธอเกลียดความพ่ายแพ้ เกลียดการตกเป็นเบี้ยล่าง และเกลียดสายตาเจ้าเล่ห์ของเขาที่ชอบต้อนให้เธอยอมจำนนอยู่เรื่อย แต่ลึกๆ แล้ว... ภาพความเครียดที่ร่องขมับของชายหนุ่มในช่วงหลายวันที่ผ่านมา กลับทำให้เธอรู้สึกเจ็บแปลกๆ ในอกทุกครั้งที่เห็นเขาต้องแบกรับแรงกดดันจากคนในครอบครัว
เธอไม่ได้กลัวตัวเองตกงาน เธอกลัวว่าผู้ชายปากร้ายคนนี้จะทานกระแสความอิจฉาริษยาในบริษัทไม่ไหวต่างหาก
"ฉันไม่ได้เป็นห่วงคุณ..." รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เบนสายตาหนีการจ้องมองที่ทรงพลังนั้น พยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ฉันแค่ไม่อยากโดนหางเลขไปด้วยถ้าโปรเจกต์นี้ล่ม เพราะถ้าบริษัทพัง ฉันก็ตกงาน เงินเดือนสามเดือนที่ยังไม่ได้เบิกคงสูญเปล่า แค่นั้นแหละค่ะเหตุผลของฉัน"
"ปากแข็ง..." ธีรดนย์พึมพำลอดไรฟัน มือหนายื่นออกไปไล้กรอบหน้าเนียนนุ่มอย่างลืมตัว สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้รินรดาสะดุ้งเฮือกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วร่าง "ปากบอกว่าไม่สนใจ แต่หัวใจคุณตอนนี้เต้นดังจนผมได้ยินมันทะลุกระดูกซี่โครงออกมาแล้วนะรินรดา"
"ท่านประธาน! กรุณาให้เกียรติพื้นที่ส่วนตัวของฉันด้วยค่ะ" เธอปัดมือเขาออกทันที สองมือดันแผงอกกว้างให้ถอยห่าง แต่คนตัวโตกลับยืนปักหลักมั่นคงราวมหาสินธุ ไม่ยอมขยับเขยื้อนแม้แต่นเซนติเมตรเดียว "เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ทำไมคุณถึงชอบล้ำเส้นเข้ามาในชีวิตฉันนัก"
"ไม่ได้เป็นอะไรกันงั้นเหรอ?" ธีรดนย์ทวนคำ ดวงตาคมกริบวับวาวด้วยประกายความดื้อรั้นที่ซ่อนความเจ็บปวดไว้ลึกๆ "นอนร่วมห้องกัน ทำงานตัวเป็นเกลียวด้วยกัน แย่งกาแฟแก้วเดียวกันกิน... ถ้าแบบนี้ยังเรียกว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน บนโลกนี้ก็คงไม่มีคำว่า 'คนรัก' สำหรับผมอีกแล้วล่ะมั้ง"
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การปรุงแต่ง ทำเอาห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน รินรดานิ่งค้างไปสนิท สมองประมวลผลไม่ทันกับความตรงไปตรงมาที่เปลี่ยนโหมดจากซึนเดเระมาเป็นคลั่งรักแบบไม่ทันตั้งตัวของเจ้านายหนุ่ม
ดวงตาคมกริบของธีรดนย์ในยามนี้ไม่มีคราบความเจ้าเล่ห์หรือความกวนประสาทเหลืออยู่เลย มีเพียงความจริงจังและเว้าวอนที่ส่งผ่านแววตาคู่คมจนคนถูกมองรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งพวงแก้ม
นี่เธอกำลังใจสั่นให้กับผู้ชายปากเสียคนนี้จริงๆ น่ะหรือ?
กำแพงน้ำแข็งที่เธอก่อขึ้นมาเพื่อปิดกั้นหัวใจตลอดหลายปีในฐานะเลขาฯ มืออาชีพ บัดนี้กำลังถูกความร้อนรุ่มจากสายตาของเขาเผาไหม้จนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม รินรดารู้สึกได้ถึงความวุ่นวายใจที่ตีรวนขึ้นมาจนหายใจไม่ทั่วท้อง เธอรู้ดีว่าตัวเองเริ่มเผลอใจให้เขาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ทิฐิและช่องว่างระหว่างสถานะก็ยังคงเป็นกำแพงอิฐบล็อกใหญ่ที่ขวางกั้นความจริงข้อนี้ไว้
"คุณ... พูดอะไรออกมา รู้ตัวบ้างไหมคะ" เสียงของเธอสั่นพร่าโดยไม่ตั้งใจ
"ผมรู้ดีที่สุดในชีวิต..." ธีรดนย์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกโด่งแทบจะชนกับแก้มใส "และผมก็รู้ด้วยว่าคุณเองก็กำลังคิดเหมือนกับผม ไม่อย่างนั้น... มือของคุณคงไม่เย็นเฉียบเวลาที่ผมเข้าใกล้แบบนี้หรอก ริน"
นิ้วเรียวของเขาเลื่อนขึ้นมาแตะปลายนิ้วเย็นเฉียบของเธอที่พยายามกำเข้าหากันแน่นเพื่อซ่อนความประหม่า ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดความมั่น
รินรดากลั้นหายใจ สมองขาวโพลนไปหมด เธออ้าปากจะเถียงเพื่อรักษาฟอร์มคนปากแข็งไว้เป็นครั้งสุดท้าย แต่ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่เอ่ยลอดช่องว่างเข้ามา ทำเอาหัวใจของคนทั้งคู่ร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"ธีรดนย์... แกอยู่ในนั้นใช่ไหม เปิดประตูให้พ่อเดี๋ยวนี้!"
เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย•ตอนที่ 15
กำแพงที่เริ่มพังทลาย
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!