เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย•ตอนที่ 14

ผลกระทบหลังเหตุการณ์

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
"คุณมาทำบ้าอะไรที่นี่... ปกรณ์" เสียงหวานที่ลอดผ่านไรฟันของรินรดาไม่ได้มีความยินดีเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันคือความระแวงแกแกมรำคาญที่แสดงออกทางหางตาอย่างชัดเจน ผู้ชายที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูกลางเลานจ์ส่วนตัวของผับหรูไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นปกรณ์—อดีตคู่หมั้นที่เพิ่งถอนหมั้นกันไปแบบไม่สวยงามนักเมื่อสามเดือนก่อน และที่สำคัญที่สุด... เขาคือคนที่เธอไม่อยากให้ธีรดนย์ ท่านประธานจอมเผด็จการผู้มีรังสีความหึงหวงรุนแรงเท่ากับระเบิดนิวเคลียร์ ได้มาพบเจอในสถานการณ์แบบนี้เด็ดขาด สถานการณ์ที่ริมฝีปากของเธอยังคงร้อนผ่าวจากสัมผัสเมื่อสิบนาทีที่แล้ว "ทักทายกันแบบนี้ใจร้ายไปหน่อยมั้งครับ ริน" ปกรณ์ยิ้มกริ่ม ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างบางในชุดเดรสเข้ารูปตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มของใครอีกคนที่นั่งอยู่ไม่ไกลในมุมมืด "อ้าว... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญรึเปล่าเนี่ย" รินรดากัดฟันกรอด สมองหมุนจี๋ด้วยความเร็วสูงเพื่อหาทางตัดบทและไล่อีกฝ่ายไปให้พ้นทาง แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากพูดอะไร ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็ก้าวออกมาจากเงาสลัว น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดีจนทำให้แผ่นหลังของเธอเย็นวาบก็ดังขึ้นเสียก่อน "รู้ตัวก็ดี... งั้นก็ไสหัวไปซะ" ธีรดนย์ก้าวออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมเชือดเฉือนทุกสิ่งที่ขวางหน้า รังสีความกดดันรอบตัวท่านประธานหนุ่มพุ่งทะยานจนอุณหภูมิในห้องดูเหมือนจะลดฮวบลงหลายองศา เขายกมือขึ้นจัดปกเสื้อสูทของตัวเองอย่างใจเย็น แต่ดวงตาคู่นั้นไม่ได้ละไปจากใบหน้าของปกรณ์เลยแม้แต่วินาทีเดียว ปกรณ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองผู้ชายหน้าตาดีที่ยืนเคียงข้างอดีตคู่หมั้นด้วยแววตาวิเคราะห์ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนึกสนุก "อ๋อ... นี่สินะเหตุผลที่ช่วงนี้เลขาสาวคนเก่งถึงได้ปฏิเสธผมทุกครั้งที่ชวนดินเนอร์ ท่านประธานธีรดนย์นี่เอง... เล่นกินในที่ลับไขในที่แจ้งแบบนี้ ไม่กลัวข่าวรั่วออกไปเหรอครับว่าท่านประธานกำลังกลืนกินเลขานุการตัวเองอยู่" *เพล้ง!* เสียงแก้วในมือของรินรดาราวกับจะแตกคามือ หัวใจของเธอหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อได้ยินประโยคส่อเสียดนั้น เธ้ารู้ดีว่าปกรณ์เป็นคนปากเสียและชอบเอาชนะแค่ไหน แต่การมาพูดจาหาเรื่องธีรดนย์ตรงๆ แบบนี้มันเท่ากับการจุดไฟเผาตัวเองชัดๆ ทว่า... ธีรดนย์กลับไม่ ท่านประธานหนุ่มไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยวจนหน้าดำครึเครียดอย่างที่ควรจะเป็น ตรงกันข้าม มุมปากของเขาหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอันตรายอย่างถึงที่สุด "ปากดีแบบนี้... สมแล้วล่ะที่โดนทิ้ง" ธีรดนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียաբเรื่อย ทว่าบาดลึกถึงกระดูกดำ "คนชนะเขาไม่มา đứngเห่าหอนทวงของเก่าที่คนอื่นเขี่ยทิ้งหรอกนะคุณปกรณ์ หรือว่าสมองคุณมันมีความจุจำกัดจนแยกแยะไม่ออกว่าตอนนี้... รินรดาเขาเป็น 'คนของใคร'" คำว่า *'คนของใคร'* กระแทกเข้าเต็มกลางอกของรินรดาจนเธอต้องหันขวับไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเจ้านายหนุ่มทันที หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวผิดจังหวะจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความซึนเดเระปากร้ายที่เธอคุ้นเคยถูกแทนที่ด้วยความแสดงความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้ง จนเธอตั้งรับแทบไม่ทัน ปกรณ์หุบยิ้มฉับ สีหน้าบึ้งตึงขึ้นมาทันทีเมื่อโดนตบหน้ากลางอากาศด้วยวาจาเชือดเฉือน "ปากเก่งดีนี่ครับท่านประธาน ระวังเถอะ... ของที่ได้มาง่ายๆ บางทีมันก็อาจจะเบื่อง่ายและหลุดมือไปง่ายๆ เหมือนกัน" "เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง..." ธีรดนย์ก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดา มือหนาเอื้อมมาโอบเอวบางไว้หลวมๆ แต่หนักแน่นราวกับประกาศสิทธิ์โดยชอบธรรม สายตาคมกริบมองข้ามไหล่บางไปสบตากับปกรณ์ตรงๆ "เพราะของชิ้นนี้... ผมทั้งหวง ทั้งแพง และที่สำคัญ... ผมไม่มีวันปล่อยให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องอีกเป็นครั้งที่สอง" บรรยากาศในเลานจ์เงียบกริบลงทันที ปกรณ์จ้องมองภาพนั้นด้วยแววตาขุ่นเคือง ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วยอมถอยหลังเดินเลี่ยงออกไปจากห้องตามคำไล่ทางอ้อม เมื่อแผ่นหลังของแขกไม่速เชิญลับหายไปจากสายตา ความตึงเครียดในห้องก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่ชวนอึดอัดยิ่งกว่าเดิม รินรดารีบขยับตัวถอยห่างจากอ้อมแขนแกร่งทันทีเมื่อความเป็นส่วนตัวกลับคืนมา เธอยกมือขึ้นทาบอกเพื่อปรับจังหวะลมหายใจที่เต้นรัวไม่เป็นส่ำ "ขอบคุณค่ะ... เอ๊ย ขอบคุณครับสำหรับเมื่อครู่" เธอเกือบหลุดคำพูดตามความเคยชิน แต่ก็ต้องรีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาคมกริบที่มองกลับมา ธีรดนย์หรี่ตามองเธอนิ่งๆ มือที่เพิ่งโอบเอวเธอลดลงมาล้วงกระเป๋ากางเกง ท่าทางมาดมั่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดขัดใจตามสไตล์ซึนเดเระตัวพ่อที่เริ่มทำงานอีกครั้ง "ทีเมื่อกี้ทำเป็นเก่ง ปากดีใส่ฉันนัก... พอเจอไอ้หน้าตัวเมียนั่นเข้าไป ทำไมถึงใบ้กินล่ะรินรดา" เสียงทุ้มเอ่ยตำหนิแกมบ่น แต่น้ำเสียงกลับเจือความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึกๆ อย่างแนบเนียน "ฉันไม่ได้ใบ้กินสักหน่อย แค่กำลังคิดว่าจะจัดการยังไงไม่ให้มันเป็นเรื่องใหญ่โตในบริษัทต่างหากล่ะคะ... เอ๊ย ครับ!" รินรดาเผลอหลุดเสียงสูงใส่ด้วยความโมโหที่เขายังมาทำท่าทีเหนือกว่า ทั้งๆ ที่หัวใจเธอยังเต้นไม่เป็นจังหวะจากเหตุการณ์เมื่อกี้อยู่เลย "ยัง... ยังจะมาเถียงอีก" ธีรดนย์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้ง คราวนี้ไม่มีช่องว่างให้หนี ร่างสูงทาบทับลงมาจนรินรดาต้องเอนหลังพิงผนังห้อง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวระอุขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ "แล้วเมื่อกี้ที่มันบอกว่า... ฉันกินในที่ลับไขในที่แจ้ง หมายความว่าไง หื้ม?" ดวงตาคมกริบก้มลงมองเรียวปากกึ่งได้รูปที่บวมเจ่อเล็กน้อยจากการจูบก่อนหน้า สายตานั้นร้อนแรงเสียยิ่งกว่าเปลวไฟ จนรินรดาต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคู่นั้น "ก็... ก็ท่านประธานพูดจาไม่เข้าหูเองนี่คะ... เอ๊ย ครับ! ฉันหมายถึง... คุณดึงฉันไปจูบเองนะ!" รินรดาเถียงกลับเสียงแข็ง แม้ใบหน้าจะแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู "แล้วฉันบังคับเธอรึไง?" ธีรดนย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ "ตอนจูบ... ฉันเห็นเธอก็จูบตอบฉันอย่างเต็มใจดีนี่ หายใจแทบไม่ทันด้วยซ้ำ... จะให้ฉันทบทวนความจำตอนนี้เลยไหมล่ะ ว่าเธอกับฉัน ใครกันแน่ที่ติดใจรสชาตินั้นมากกว่ากัน" "คุณธีรดนย์!" รินรดาหันขวับกลับมาต่อว่าด้วยความอาย มือบางยกขึ้นดันอกแกร่งไว้ไม่ให้เขารุกล้ำเข้ามามากกว่านี้ ใบหน้าร้อนผ่าวรากับโดนน้ำร้อนลวก "คุณนี่มัน... มั่นหน้าที่สุด!" "จะมั่นหน้าหรือมั่นใจ... เธอก็รู้อยู่แก่ใจว่าฉันพูดจริง" ธีรดนย์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดีที่ได้แกล้งคนตัวเล็กจนมุม แต่วินาทีต่อมา รอยยิ้มบนใบหน้าคมคายก็ค่อยๆ เลือนหายไปเมื่อสายตาของเขาเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนกำลังเดินตรงมาที่หน้าประตูเลานจ์อีกครั้ง ไม่ใช่ปกรณ์... แต่เป็นร่างของชายสูงวัยในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบที่พวกเขาทั้งคู่รู้จักดีจนแทบหยุดหายใจ ท่านประธานอาวุโส... พ่อของธีรดนย์เอง! ธีรดนย์ชะงักค้าง ร่างสูงผละออกจากรินรดาช้าๆ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาทันที ขณะที่รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อประตูเลานจ์ถูกผลักเปิดออกกว้าง พร้อมกับน้ำเสียงทรงอำนาจที่เอ่ยทักขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน "ดึกดื่นค่ำคืนนี้... ลูกชายตัวดีของพ่อกำลังทำอะไรลับหลังบริษัทอยู่รึเปล่า ถึงได้มาแอบซ่อนตัวอยู่กับเลขาส่วนตัวในที่แบบนี้" ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%