เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย•ตอนที่ 35

กอดที่ต้องการที่พักพิง

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
“ถ้าคุณยังคิดจะไล่ผมด้วยสายตาเย็นชาแบบนั้นอีกครั้ง... ผมจะจูบคุณตรงนี้แหละ รินรดา” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรหนวดจาง ๆ ของชายหนุ่มไม่ได้เป็นเพียงแค่คำขู่ แต่มันคือประกาศิตจากความอดبرนที่เดินทางมาถึงขีดสุด ธีรดนย์ขยับกายเข้าประชิดจนแผ่นหลังบางของเลขานุการสาวแนบติดกับบานกระจกใสของห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรู ยามค่ำคืนนี้มหานครเบื้องล่างระยิบระยับด้วยแสงไฟนับล้านดวง แต่ไม่มีแสงไหนเจิดจ้าหรือดึงดูดสายตาเท่ากับหยดน้ำใส ๆ ที่เอ่อคลออยู่หน่วยตาคู่สวยของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าอีกแล้ว รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก ปากเก่งที่มักจะมีคำพูดคม ๆ ไว้สวนกลับเจ้านายหนุ่มเสมอในยามปกติ บัดนี้กลับเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง มือเรียวเล็กที่เคยกำแฟ้มเอกสารแน่นคลายออก ชายเสื้อสูทราคาแพงของเขาถูกเธอกำไว้จนยับยู่ยี่โดยไม่รู้ตัว “ท่านประธานบ้าอำนาจ... คุณพูดอะไรออกมา รู้ตัวบ้างไหมคะ—เอ๊ย รู้ตัวบ้างไหมครับ” รินรดาเผลอหลุดคำเรียกติดปากออกไปจนต้องรีบแก้คำลงท้าย ทว่าเสียงของเธอกลับสั่นเครือจนน่าใจหาย “หึ เพิ่งรู้หรือไงว่าผมบ้า” ธีรดนย์แค่นหัวเราะในลำคอ แต่แววตาดุดันคู่นั้นกลับฉายความกังวลลึกซึ้งอย่างปิดไม่มิด มือหนายื่นออกไปอย่างลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะตัดสินใจรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ แรงกระชากเบา ๆ ทำให้ร่างนุ่มนิ่มปลิวมาปะทะแผงอกกว้าง ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนรินรดาต้องหลับตาลงแน่น “ปล่อย...” เสียงกระซิบเล็ดลอดออกมาจากเรียวปากสั่นระริก “ไม่ปล่อย” ธีรดนย์ตอบทันควัน น้ำเสียงของเขาอ่อนลงโดยอัตโนมัติเมื่อปลายนิ้วโป้งของเขาแตะเข้าที่โหนกแก้มเนียนเพื่อปาดหยดน้ำตาที่ไหลรãงลงมา “คุณแบกรับความกดดันบ้าบอพวกนั้นมาทั้งวันแล้ว รินรดา... เลิกทำตัวเป็นเกราะเหล็กที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อสักที พิงผมไว้บ้างก็ได้... ผมอนุญาต” ประโยคเรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นเปรียบเสมือนเขื่อนกั้นน้ำตาที่พังทลายลงในเสี้ยววินาที ความอัดอั้นตันใจ ความเครียดจากข่าวฉาวโฉ่ที่สำนักพิมพ์จ้องจะเล่นงาน และความหวาดกลัวลึก ๆ ว่าตัวเธออาจเป็นต้นเหตุให้ชื่อเสียงของบริษัทต้องมัวหมอง สิ่งเหล่านี้ถูกเก็บกดไว้ใต้รอยยิ้มมืออาชีพมาตลอดหลายสัปดาห์ แต่ในวินาทีนี้... เมื่อมีอ้อมกอดกว้าง ๆ ของผู้ชายปากร้ายแต่ใจดีคนนี้มารองรับ รินรดาก็ไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งอีกต่อไปแล้ว ไหล่บางสั่นสะเทือนขณะที่เสียงสะอื้นไห้เริ่มหลุดลอดออกมา ร่างเพรียวทิ้งน้ำหนักลงซบกับอกเสื้อของชายหนุ่มอย่างหมดแรง ธีรดนย์นิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความทำตัวไม่ถูก เขาไม่เคยชินกับการเห็นเลขานุการคนเก่งร้องไห้ฟูมฟายเช่นนี้มาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... เมื่อคน ๆ นั้นคือผู้หญิงที่เขารักหมดหัวใจ ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นตระหนก ก่อนที่มือหนาจะยกขึ้นโอบรอบแผ่นหลังบางอย่างทะนุถนอม ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ขึ้นลงช้า ๆ เพื่อปลอบประโลม พร้อมกับริมฝีปากที่กดจูบลงบนเส้นผมสลวยของเธออย่างลืมตัว “ร้องออกมาให้พอ... รินรดา” ธีรดนย์กระซิบแนบขมับของเธอ เสียงของเขานุ่มนวลจนน่าประหลาด “ร้องให้หมดความอึดอัดที่มี แล้วจำไว้ว่าต่อให้ใครต่อใครจะรุมทึ้งคุณแค่ไหน... ผมนี่แหละที่จะกางปีกปกป้องคุณเอง ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น” “คุณมัน... นิสัยไม่ดีเลย ธีรดนย์” รินรดาพูดอู้อี้อยู่กับอกเสื้อของเขา น้ำตาซึมเปื้อนเนื้อผ้าสูทราคาแพงจนชื้นเป็นวงกว้าง “ทำไมต้องทำดีด้วยตอนที่ฉันกำลังจะร้องไห้ด้วยเล่า... ปกติเห็นชอบด่าตลอด” “ปากจัดใส่เพราะหมั่นไส้ต่างหาก ใครใช้ให้คุณเก่งเกินหน้าเกินตาผมทุกเรื่องล่ะ” ธีรดนย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อยเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ แต่แขนแกร่งกลับกระชับกอดให้แน่นขึ้นราวกับกลัวว่าร่างในอ้อมแขนจะสลายหายไป “แต่ถ้าวันนี้ผมไม่ดุคุณ... คุณคงแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวจนทรุดไปแล้วสินะ” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานกว้างชั่วครู่ มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอและเสียงสะอื้นที่ค่อย ๆ เบาลงของหญิงสาว รินรดาหลับตาซึมซับความอบอุ่นจากอ้อมกอดนี้ ความเหนื่อยล้าที่กัดกินจิตใจมานานนับเดือนคล้ายถูกปัดเป่าออกไปจนเกือบหมดสิ้น กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจาง ๆ ของธีรดนย์ทำหน้าที่เป็นยาสมานแผลชั้นดี เธอไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายที่ปากร้ายและชอบออกคำสั่งคนนี้ จะมีมุมที่อ่อนโยนและพึ่งพาได้มากขนาดนี้ “ดีขึ้นหรือยัง หืม?” ธีรดนย์ก้มหน้าลงกระซิบถาม เมื่อรู้สึกว่าแรงสะั่นที่แผ่นหลังของเธอเริ่มสงบลงแล้ว รินรดาพยักหน้าน้อย ๆ กับอกเขา แต่ยังไม่ยอมผละออก “ขออีกสองนาทีค่ะ... เอ๊ย อีกสองนาทีครับ” ธีรดนย์ยิ้มมุมปาก ความเอ็นดูพรั่งพรูขึ้นมาจนล้นอก มือหนายังคงทำหน้าที่ลูบหลังให้อย่างสม่ำเสมอ “ตามสบายเลยครับ จะกอดนานเท่าไหร่ก็ได้ ผมไม่คิดค่าบริการเพิ่มหรอก” บรรยากาศกำลังจะดำเนินไปใน ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของคนทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้ที่ติ เสียงสัญญาณเตือนภัยอันตรายก็ดังขึ้นจากโลกภายนอก *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ดังขึ้นห้ามนอกเหนือเวลานัดหมาย ตามมาด้วยเสียงไขกูญแจที่ดังคลิกอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะเป็นพนักงานทั่วไป ธีรดนย์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดระคนตกใจ ดวงตาคมกริบตวัดมองไปยังบานประตูที่กำลังถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ รินรดารีบผละออกจากอกกว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีเมื่อตั้งสติได้ว่าพวกเขากำลังยืนกอดกันกลมอยู่ในสภาพไหน ร่างของบุคคลที่สามก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้องทำงาน พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่เคลือบไว้ด้วยความประหลาดใจ “อุ๊ย... ขอโทษทีครับท่านประธาน ผมไม่คิดว่ายามวิกาลแบบนี้... ท่านประธานกับคุณเลขาจะกำลัง ‘ประชุมด่วน’ กันอยู่ข้างในห้องส่วนตัวซะอีก” ดวงตาของธีรดนย์หรี่แคบลงทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่บุกรุกเข้ามาอย่างไม่ได้รับเชิญ ขณะที่รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อตระหนักว่าพายุลูกใหม่กำลังจะซัดโถมเข้ามาเร็วกว่าที่คิด ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและซัพพอร์ตกันมาจนถึงตอนนี้ สัญญาเลยว่าตอนหน้าความมันส์ระดับพรีเมียมกำลังรออยู่ครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%