รอยยิ้มเจือความสนิทสนมของผู้มาใหม่ทำให้บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางพลحะหดแคบลงถนัดตา ปกรณ์ ก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ ท่าทางสบายๆ นั้นตัดกับรังสีความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างสูงของท่านประธานหนุ่มอย่างสิ้นเชิง
"ผมว่าผมไม่ได้นัดคุณประชุมเรื่องนี้นะครับ คุณปกรณ์"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทันที น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดชัดเจนจนคนฟังแทบไม่ต้องแปลความหมาย ธีรดนย์ขยับตัวยืนบังร่างบางของรินรดาไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกราบกวาดมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาพิฆาต ระ
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำลังจะถอยหลังออกไปเพื่อเว้นระยะห่างตามแผนที่วางไว้ตั้งแต่เมื่อคืน แต่ปลายนิ้วเรียวกลับถูกแรงดึงกระชากเบาๆ จากคนที่ยืนอยู่ข้างกันโดยไม่ทันตั้งตัว
"จะไปไหน" ธีรดนย์กระซิบถามด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง ดวงตาคู่คมตวัดมองเธออย่างคาดโทษ "ผมยังเคลียร์กับคุณไม่จบ"
"คุณธีร์คะ ปล่อยมือก่อนค่ะ... คนอื่นมองอยู่" รินรดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามบิดข้อมือออกจากพันธนาการ แต่มือหนากลับยิ่งกระชับแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา
ปกรณ์หัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาสรวลเสเฮฮาทอดมองคนทั้งคู่ด้วยความรู้สึกสนุกสนาน "ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะสำคัญสินะครับ ท่านประธานถึงได้ทำหน้าเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อผมแบบนั้น"
"รู้ตัวก็ดีครับ" ธีรดนย์สวนกลับทันควันอย่างไร้ความเกรงใจ ใบหน้าหล่อเหลาเชิดขึ้นเล็กน้อยด้วยความถือดี "ถ้าไม่มีธุระสำคัญอะไร เชิญครับ ห้องทำงานผมไม่ได้เปิดต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญตลอดเวลา"
รินรดาแอบถอนหายใจเบาๆ เธอดึงมือกลับอีกครั้งด้วยแรงที่มากขึ้นจนธีรดนย์ยอมปล่อย ทว่าทันทีที่เป็นอิสระ เธอก็เลือกที่จะถอยหลังไปอีกสองก้าว สร้างระยะห่างที่ชัดเจนระหว่างเธอกับเขา
ภาพนั้นทำให้ดวงตาคมกริบของธีรดนย์ไหววูบ ความหงุดหงิดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นประกายความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา รินรดาจงใจ... เธอกำลังตีตัวออกห่างจากเขาอย่างเลือดเย็น หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนที่เกือบจะหลอมละลายกำแพงระหว่างกัน
"คุณรินรดาครับ พอดีผมมีเอกสารโปรเจกต์ใหม่ที่อยากให้คุณช่วยดูหน่อย..." ปกรณ์หันมาสนใจเลขาคนสวยแทน เขาก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิดด้วยท่าทีสุภาพตามมารยาท แต่มันกลับไปกระตุ้นต่อมความหวงก้างของเสือร้ายในห้องนี้เข้าอย่างจัง
"เอกสารแค่นั้น ฝากไว้ที่โต๊ะหน้าห้องก็พอครับ ไม่รบกวนเวลาส่วนตัวของเลขาผม"
ธีรดนย์ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคนโดยไม่ให้เกียรติเจ้าของชื่อ ร่างสูงใหญ่บังรินริดาจนมิด สายตาดุดันจ้องมองปกรณ์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ปากหนาหยักเหยียดรอยยิ้มเยาะ "หรือว่าอ่านหนังสือไม่ออก ถึงต้องให้เลขาผมป้อนทีละตัวอักษร?"
"ท่านประธานครับ ดูเหมือนคุณจะอารมณ์ร้อนเกินไปหน่อยนะ" ปกรณ์หรี่ตามองเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงอยู่ แต่แววตาเริ่มมีความท้าทายระคนสงสัย "ผมแค่มาคุยงานตามหน้าที่..."
"หน้าที่ของคุณหมดตั้งแต่ก้าวขาเข้ามาเหยียบห้องนี้แล้วครับ" ธีรดนย์ตัดบทอย่างไร้เยื่อใย "เชิญ!"
ปกรณ์ไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะหันไปสบตากับรินรดาที่ยืนอยู่ด้านหลังร่างสูง "งั้นผมวางไว้ตรงนี้นะครับคุณริน... ไว้เราค่อยคุยกัน"
รินรดาพยักหน้ารับเบาๆ "ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณปกรณ์"
คำว่า 'ค่ะ' และรอยยิ้มบางๆ ที่เธอมอบให้ผู้ชายคนอื่น ทำให้เส้นความอดทนสุดท้ายในหัวของธีรดนย์ขาดผึ่ง ร่างสูงหมุนขวับกลับมาหากรินรดาในเสี้ยววินาทีที่ประตูห้องปิดลง มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กแล้วออกแรงดึงรวบเอวบางเข้ามาประชิดตัวจนแผ่นอกชนกัน
"โอ๊ย! คุณธีร์ บ้าหรือไง ปล่อยนะ!" รินรดาร้องอุทานด้วยความตกใจ มือเล็กดันอกแกร่งไว้สุดแรง แต่แรงของเธอก็ไม่ต่างอะไรกับการสะกิดเสือหลับ
"ใช่... ผมมันบ้า!" ธีรดนย์ก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่น ดวงตาคู่คมแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ "คุณกล้ามากนะรินรดา กล้าส่งยิ้มหวานให้มันต่อหน้าผม ทั้งๆ ที่เมื่อกี้คุณเพิ่งจะถอยห่างจากผมเนี่ยนะ!"
"ฉันถอยเพราะมันสมควรแล้วค่ะ เราเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้อง!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายต่อหัวใจที่เธอพยายามปกป้อง
"เจ้านายกับลูกน้องงั้นเหรอ?" ธีรดนย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความคลั่งรักที่ถูกกดทับไว้ "เมื่อคืนคุณไม่ได้พูดแบบนี้! ตอนที่คุณกอดผม คุณไม่ได้เรียกผมว่าเจ้านาย!"
"เรื่องเมื่อคืนมันเป็นความผิดพลาดค่ะ! ฉันเมา..."
"ผมไม่ได้เมา!" เสียงทุ้มตวาดกร้าวตัดบท ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตราวกับจะค้นหาความจริง "และคุณก็ไม่ได้เมาเหมือนกัน รินรดา... มองหน้าผมแล้วพูดสว่าคุณไม่ได้รู้สึกอะไรเลยสิ พูดออกมาสิ!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ หัวใจของรินรดาไหววูบอย่างรุนแรง คำพูดปฏิเสธนับร้อยอยู่ในลำคอ แต่พอสบเข้ากับแววตาที่เต็มไปด้วยความเวทนาและตัดพ้อของชายหนุ่ม เธอกลับพูดไม่ออก ความมั่นใจที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่า
ธีรดนย์เห็นความลังเลในแววตานั้น มือหนาที่บอบเอวบางค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาประคองกรอบหน้าเนียน นิ้วโป้งเกลี่ยไล้แก้มใสเบาๆ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงจนน่าใจหาย
"อย่าหนีผมอีกเลยนะรินรดา..." เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "ผมยอมรับก็ได้... ว่าผมขาดคุณไม่ได้"
รินรดานิ่งงัน สมองขาวโพลนไปหมด คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายปากจัดคนนี้มีอานุภาพรุนแรงยิ่งกว่าอาวุธใดๆ เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยอะไรบางอย่าง ทว่า...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยเสียงเปิดพรวดเข้ามาอย่างไร้มารยาทของบุคคลที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้
"พี่ธีร์คะ แย่แล้วค่ะ! คุณแม่หน้ามืดเป็นลมอยู่ที่ล็อบบี้!"
ร่างเพรียวบางของน้องสาวต่างแม่ที่ธีรดนย์เกลียดแสนเกลียดพุ่งเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก รินรดาเบิกตากว้าง รีบผลักอกแกร่งออกสุดแรงทันทีด้วยความตกใจ ขณะที่ธีรดนย์สบถออกมาคำโต ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เมทริกซ์ซีโร่" เสมอมานะครับ
เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย•ตอนที่ 23
ความมั่นใจที่สั่นคลอน
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!