เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย•ตอนที่ 24

ฉันไม่ได้ให้สิทธิ์คุณไปไหน

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
"ถ้าเธอ กล้าก้าวขาออกจากห้องนี้แม้แต่ก้าวเดียว... รินรดา ผมจะทำให้บริษัทในเครือทั้งหมดของตระกูลเธอไม่มีแผ่นดินจะยืน" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของธีรดนย์ไม่ได้มีเค้าลางของการล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย แววตาคมกริบดั่งใบมีดคู่นั้นกวาดมองร่างเพรียวบางที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความตกตะลึงปนความโกรธอยู่เบื้องหน้า รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วห้องทำงานส่วนตัวที่กว้างขวางจนบรรยากาศแทบจะขาดออกซิเจน ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้ บรรยากาศระหว่างเขากับเธอกำลังจะก้าวข้ามเส้นบางๆ ที่กั้นกลางระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง แต่เสียงเปิดประตูกระแทกดังปัง พร้อมกับการปรากฏตัวของ "รวิطة" น้องสาวต่างแม่ที่ธีรดนย์เกลียดแสนเกลียด ก็ทำลายทุกอย่างลงในพริบตา รินรดาฉวยจังหวะนั้นผليตัวหลุดพ้นจากอ้อมแขนแกร่งที่โอบกอดเธอไว้แน่น ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกจนปิดไม่มิด ขณะที่ท่านประธานหนุ่มผู้ไม่เคยสบอารมณ์กับสิ่งใดในโลกต้องสบถคำหยาบออกมาด้วยความหัวเสียอย่างรุนแรง "พี่ธีร์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว..." เสียงแหลมสูงของรวิภัทรดังแทรกขึ้นมาทันทีโดยไม่สนใจมารยาท ร่างในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวพรวดพราดเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักฝีเท้าลงเมื่อปะทะเข้ากับสายตาดุร้ายราวกับพญามารที่ธีรดนย์ส่งตรงมาให้ "ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาโดยไม่เคาะประตู" ธีรดนย์พ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางจมูก ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ รังสีอำมหิตแผ่กระจายรอบตัวจนรวิภัทรต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว "ร...รวิแค่ว้าวุ่นใจเรื่องข่าวลือในบริษัทค่ะพี่ธีร์ คือว่ามีคนเห็น..." รวิภัทรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาเหลือบมองรินรดาที่ยืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่ซ่อนความรัญจวนใจไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็น "มีคนเห็นเลขาคนนี้แอบอخذเอกสารลับโครงการใหญ่ไปส่งให้คู่แข่ง! รวิหวังดีเลยรีบเอาข่าวมาบอก..." "หุบปากซะ" ธีรดนย์ตวาดกร้าว เสียงนั้นก้องกังวานจนผนังห้องแทบสะเทือน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทตัดพอดีตัวก้าวเข้ามาขวางหน้ารินรดาไว้โดยสัญชาตญาณ ปกป้องแม้กระทั่งยามที่อีกฝ่ายยังทำตัวดื้อรั้น "เรื่องงานในบริษัทนี้ ไม่มีส่วนไหนเกี่ยวข้องกับเธอ และที่สำคัญที่สุด... รินรดาเป็นคนของฉัน ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มากล่าวหาเธอทั้งนั้น ไสหัวออกไปจากห้องของฉันซะ ก่อนที่ฉันจะสั่ง รปภ. โยนเธอลงไปจากตึกชั้นสามสิบนี้!" รวิภัทรหน้าถอดสี ขาสั่นพับด้วยความหวาดกลัว เธอไม่เคยเห็นพี่ชายต่างแม่คนนี้เกรี้ยวกราดถึงขีดสุดขนาดนี้มาก่อน ยิ่งเห็นสายตาที่เขาใช้มองรินรดามັນเต็มไปด้วยความหวงแหนและคลั่งไคล้ ยิ่งทำให้เธอกัดฟันกรอดด้วยความริษยา ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้ววิ่งออกจากห้องไปอย่างไม่คิดชีวิต ประตูห้องปิดสนิทลงอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัด รินรดาถอนหายใจยาวเหยียด เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับเจ้านายหนุ่มที่ตอนนี้ยืนจ้องเธอเขม็งราวกับเสือจ้องตะครุบเหยื่อ มือเรียวยกขึ้นจัดผมเผ้าให้เรียบร้อยเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก "ขอบคุณสำหรับคำปกป้องค่ะท่านประธาน แต่เรื่องที่ฉันจะลาออก..." "ผมบอกตอนไหนว่าอนุญาตให้เธอลาออก?" ธีรดนย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบแต่แฝงไปด้วยแรงอารมณ์ที่คุกรุ่น เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละก้าว บังคับให้ร่างเพรียวต้องถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน "จำไม่ได้หรือไงว่าผมพูดอะไรไปเมื่อกี้" "คุณไม่มีสิทธิ์มาบังคับฉันนะ ธีรดนย์!" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นรัวแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอกก็ตาม "เราเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้อง ความสัมพันธ์เมื่อกี้... ถือว่าเราต่างคนต่างเมาความเครียดก็แล้วกัน" "เมา?" ธีรดนย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความอันตราย มือหนายื่นออกไปคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วจนรินรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจ ร่างทั้งร่างถูกดึงเข้าไปแนบชิดจนรับรู้ถึงไออุ่นและจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่แพ้กันของอีกฝ่าย "ปากเก่งนักนะรินรดา เมางั้นเหรอ? งั้นผมคงต้องทำให้เธอหายเมาและจำให้ขึ้นใจเลยดีไหม ว่าริมฝีปากคู่นี้เป็นของใคร" "ปล่อยนะ! คนฉวยโอกาส..." เธอยังไม่ทันได้ต่อว่าอะไรไปมากกว่านั้น ปลายนิ้วแข็งแรงก็เชยคางเธอขึ้น บังคับให้รับจูบอันดุดันและเอาแต่ใจที่โถมเข้าใส่ทันที ไม่มีช่องว่างให้ปฏิเสธ ไม่มีโอกาสให้บ่ายเบี่ยง เป็นจูบที่ทั้งลงโทษและประกาศความเป็นเจ้าของในคราวเดียวกัน รินรดาทุบอกแกร่งอึกๆ แต่ยิ่งขัดขืน วงแขนที่โอบกอดเธอกลับยิ่งรัดแน่นราวกับคีมเหล็ก รสสัมผัสที่ร้อนแรงทำให้สติที่เหลืออยู่ของหญิงสาวกระเจิงไปหมด เธอพยายามจะกัดริมฝีปากเขาเพื่อสั่งสอน แต่ธีรดนย์กลับรู้ทัน เขากดน้ำหนักจูบให้ลึกล้ำยิ่งขึ้น ลมหายใจอุ่นๆ ผสมผสานกันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นคนควบคุมเกมนี้กันแน่ ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ กว่าที่เขาจะยอมผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจโยนตัวซบอยู่กับอกแกร่ง ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความโกรธและ... ความเขินอายที่ไม่อาจปฏิเสธ "จำไว้... ว่าผมไม่มีทางปล่อยให้เธอไปไหนทั้งนั้น" ธีรดนย์กระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มพร่าสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้น "ไม่ว่าเธอจะพยายามหาข้ออ้างอะไร หรือมีใครหน้าไหนเข้ามาขัดขวาง เธอก็ต้องอยู่ชดใช้ความผิดที่ทำให้หัวใจผมปั่นป่วนแบบนี้... ในฐานะผู้หญิงของผม" รินรดากัดริมฝีปาก เม้มแน่นด้วยความรู้สึกที่ตีรวนกันอยู่ในอก ทั้งหมั่นไส้ความเผด็จการของเขา และทั้งห้ามหัวใจตัวเองไม่ให้เต้นแรงไม่ได้ เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบตามสไตล์เลขาตัวแม่ แต่เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของเขากลับดังขึ้นทำลายบรรยากาศเสียก่อน ธีรดนย์ขมวดคิ้วอย่างขัดใจ เขายังไม่ยอมปล่อยมือออกจากเอวบาง ปลายสายยังคงโทรเข้ามารัวๆ จนเขาต้องก้มลงมองหน้าจอด้วยความหงุดหงิด แต่เพียงแค่กวาดสายตาผ่านชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ แววตาดุดันของท่านประธานหนุ่มก็เปลี่ยนไปในพริบตา ร่างกายที่เคยโอบกอดเธอไว้อย่างแน่นหนากลับชะงักค้าง ราวกับเลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ รินรดาสังเกตเห็นความผิดปกติ เธอขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงระแวง "ใครโทรมาทำหน้าแบบนั้น..." ธีรดนย์เงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ ชั่ววินาทีนั้น... แววตาของชายหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครกลับฉายแววตื่นตระหนกอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มือที่โอบเอวเธอค่อยๆ คลายออกอย่างไร้เรี่ยวแรง "พ่อ... โทรมา" ธีรดนย์พูดเสียงลอดไรฟันด้วยใบหน้าเคร่งเครียด "และท่านบอกว่า... กำลังยืนอยู่หน้าลิฟต์ชั้นนี้แล้ว" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%