เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย•ตอนที่ 25

ศึกชิงตัวเอก

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
"พ่อ... โทรมา" ธีรดนย์พ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างแรงจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ใบหน้าคมคายฉายแววความหงุดหงุดระดับ MAX จนรินรดายังต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งเพื่อตั้งหลัก "และท่านบอกว่า... กำลังยืนอยู่หน้าลิฟต์ชั้นนี้แล้ว" บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางพลันเย็นเยียบลงทันตาเห็น ทว่ายังไม่ทันที่รินรดาจะได้อ้าปากเอ่ยแซวหรือหาทางหนีทีไล่ เสียงเคาะประตูก็กระแทกเข้ามาสามครั้งรัวๆ ตามด้วยการบิดลูกบิดอย่างถือวิสาสะ ประตูบานหรูเปิดผางออกเผยให้เห็นร่างเพรียวระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมสีแดงเพลิง ใบหน้าโฉบเฉี่ยวแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงระยับ กลิ่นน้ำหอมฟุ้งกระจายจนกลิ่นกาแฟในห้องจางหายไปในพริบตา... 'คุณมินตรา' ลูกสาวนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่ท่านประธานใหญ่หมายมั่นปั้นมือจะให้มาดองกัน "คุณธีร์คะ! ทำไมติดต่อยากจันท..." มินตราส่งเสียงหวานหยดย้อยพร้อมก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาในอาณาเขตส่วนตัว แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักกึก เมื่อดวงตากลมโตคู่สวยกวาดไปเจอเลขาฯ สาวหน้าตาจิ้มลิ้มยืนอยู่ใกล้ชิดโต๊ะทำงานเกินความจำเป็น รินรดายังคงถือแท็บเล็ตในมือด้วยท่าทีนิ่งสงบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้ในใจจะแอบสบถคำโตออกมาแล้วก็ตาม รินรดารีบขยับตัวถอยห่างจากโต๊ะทำงานของเจ้านายโดยอัตโนมัติ เพื่อรักษาขอบเขตความเป็นมืออาชีพ ทว่าการกระทำนั้นกลับทำให้คิ้วเข้มของธีรดนย์ขมวดมุ่นเข้าไปอีก เขามองตามร่างบางที่ผละออกด้วยความรู้สึกหงุดหงุดกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ราวกับว่าเธอกำลังหาทาง 'ลอยแพ' เขาให้เผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจคนนี้ตามลำพัง "คุณมินตรา มาทำไมไม่นัดก่อนครับ" ธีรดนย์เอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงสนิท ไม่มีความยินดีเจืออยู่ในแววตาคู่คมแม้แต่น้อย เขาทิ้งตัวลงนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพงด้วยท่าทีหยิ่งผยองตามนิสัยเดิม "อ้าว... ก็คุณพ่อของคุณบอกให้มินตราแวะเอาเอกสารสำคัญมาให้ แถมท่านยังบอกอีกว่า..." มินตราจงใจเว้นวรรค ปรายตามองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตากึ่งดูแคลนกึ่งเหยียดหยาม รอยยิ้มเยาะปรากฏที่มุมปากอย่างไม่คิดจะปิดบัง "ว่าช่วงนี้เลขาฯ หน้าใหม่คงงานยุ่งจนไม่มีเวลาดูแลคุณธีร์ให้ดี มินตราเลยต้องมาช่วยดู 'ความเรียบร้อย' แทนไงคะ" คำพูดเหน็บแนมพร้อมรอยยิ้มเคลือบยาพิษนั้นไม่ได้ทำให้รินรดารู้สึกสะท้านแม้แต่น้อย หญิงสาวเพียงแค่กะพริบตาช้าๆ ยกยิ้มมุมปากกลับไปในแบบฉบับของเลขาฯ มือโปรที่ผ่านศึกมาโชกโชน "ขอบพระคุณในความกรุณาของคุณมินตรามากนะครับที่กรุณาเป็นห่วง" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนิ่มนวล แต่ประโยคถัดมากลับคมกริบราวนิดFแช่แข็ง "แต่เรื่องตารางงานและความเรียบร้อยของท่านประธาน เป็นหน้าที่โดยตรงในความรับผิดชอบของดิฉัน... ดูท่าทางคุณมินตราคงจะว่างมากจริงๆ ถึงได้มีเวลาเดินสายตรวจสอบงานในส่วนที่ไม่ใช่หน้าที่ของตัวเองแบบนี้" มินตราหน้าตึงขึ้นมาทันที ดวงตาคู่โฉบเฉี่ยววาวโรจน์ด้วยความโกรธ "นี่เธอ! กล้าดียังไงมาพูดจาสามหาวแบบนี้กับฉัน รู้ไหมว่าฉันเป็น..." "รู้ครับ... รู้ว่าเป็นแขกที่ไม่ได้นัดหมาย และกำลังรบกวนเวลาทำงานอันมีค่าของท่านประธานอยู่" รินรดาตัดบทหน้าตาเฉย น้ำเสียงยังคงนิ่งสนิทและสุภาพเรียบร้อยจนน่าหมั่นไส้ "ถ้าไม่มีธุระเรื่องงานอื่นใด ดิฉันขอตัวไปเคลียร์แฟ้มเอกสารข้างนอกก่อนนะครับ เชิญตามสบาย" พูดจบ เลขาฯ ตัวแสบก็หันหลังเตรียมก้าวเดินออกไปทันที โดยไม่รอฟังคำอนุญาตจากเจ้านายสักนิด "เดี๋ยวนรดา!" เสียงทุ้มต่ำของธีรดนย์ดังขึ้นแทรกกลางอากาศ รินรดาชะงักฝีเท้า หันกลับมามองด้วยความสงสัยระคนหมั่นไส้เล็กๆ ว่าเจ้าชายปากร้ายจะมาไม้ไหนอีก ธีรดนย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาในสามก้าว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโต คล้ายกำลังส่งสัญญาณเตือนบางอย่างที่คนนอกไม่มีวันเข้าใจ ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปฉวยข้อมือเล็กของเธอไว้แน่น ไม่ยอมให้เธอเดินหนีหายไปไหนทั้งสิ้น "ใครอนุญาตให้เธอเดินหนีออกไป?" น้ำเสียงของเขาเจือความดุ ดันและเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด "ยืนอยู่ตรงนี้... อยู่เป็นพยานว่าฉัน 'ปฏิเสธ' แขกคนนี้ยังไงบ้าง" มินตราอ้าปากค้าง หน้าถอดสีด้วยความตกใจและอับอายขายหน้า "คุณธีร์! พูดอะไรแบบนั้นคะ มินตราเป็นคู่หมั้น..." "ยังไม่ได้หมั้นครับคุณมินตรา และไม่มีวันนั้นด้วย" ธีรดนย์หันไปตอบเสียงแข็งกร้าว ความซึนเดเระและอาการหวงก้างพุ่งทะยานถึงขีดสุดเมื่อเขากระชับมือที่จับข้อมือรินรดาแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าเธอจะหลุดลอยหายไปไหน "แล้วก็กรุณาให้เกียรติเลขาฯ ของผมด้วย เธอไม่ได้ทำอะไรผิด... ผิดก็แต่คุณที่มารบกวนเวลาส่วนตัวของผมกับ 'คนสำคัญ' ต่างหาก" คำว่า *'คนสำคัญ'* ทำเอารินรดากะพริบตาปริบๆ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างแรงจนเผลอกลั้นหายใจ ใบหน้าที่เคยนิ่งสงบเริ่มมีริ้วความร้อนผ่าวขึ้นมาที่พวงแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ไอ้ผู้ชายคนนี้นี่มัน... ปากบอกว่ารำคาญ แต่ขยันหยอดคำพูดทำลายล้างหัวใจคนอื่นอยู่เรื่อย! มินตราโกรธจนตัวสั่น ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความแค้นที่ถูกหักหน้ากลางอากาศอย่างไม่ไว้หน้า "คุณธีร์ทำกับมินตราแบบนี้เหรอคะ? เพราะผู้หญิงคนนี้ใช่ไหม คุณถึงกล้า..." "ใช่ครับ" เสียงทุ้มต่ำและทรงพลังดังขึ้นจากทางประตูด้านนอก ขัดจังหวะการปะทะคารมของคนทั้งสามลงอย่างสิ้นเชิง ทว่า... ไม่ใช่เสียงของธีรดนย์ ร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลภูมิฐาน ทว่าแววตาคมกริบดุดันราวกับพญาอินทรีย์ก้าวเข้ามาในห้องทำงานด้วยท่าทีทรงอำนาจ ด้านหลังมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์ยืนคุมเชิงอยู่สองคน 'ท่านประธานใหญ่' หรือคุณพ่อของธีรดนย์นั่นเอง! "แกกล้าดียังไงมาประกาศกร้าวกลางบริษัทแบบนี้ ไอ้ธีร์!" เสียงทรงอำนาจตวาดก้องจนห้องทำงานเงียบกริบ ดวงตาดุดันของผู้เป็นพ่อกวาดมองลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่ยังคงจับมือกับเลขาฯ สาวไว้แน่น ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่รใบหน้าของรินรดาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "พ่อ..." ธีรดนย์ขบกรามแน่น ดึงร่างของรินรดาให้มาหลบอยู่ด้านหลังของตัวเองโดยสัญชาตญาณ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันและแข็งกร้าวขึ้นมาทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับผู้ให้กำเนิด "คุณพ่อเข้ามาทำไมไม่เคาะประตูครับ?" "ถ้าฉันไม่เข้ามา ฉันคงไม่เห็นว่าลูกชายตัวดีกำลังเอาอนาคตของบริษัทไปทิ้งขว้างกับผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าคนนี้!" คำพูดดูถูกเหยียดหยามพุ่งตรงมาที่รินรดาราวกับมีดดาบเล่มโต บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเลขาฯ สาวคงจะก้มหน้ายอมรับชะตากรรม รินรดากลับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก้าวขาออกมาจากด้านหลังของธีรดนย์เผชิญหน้ากับประธานใหญ่ด้วยรอยยิ้มบางเบาที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ "ขอประทานโทษนะครับท่าน... แต่คำว่า 'ไร้หัวนอนปลายเท้า' ของท่าน ดูจะล้าสมัยไปหน่อยสำหรับโลกธุรกิจยุคนี้" รินรดาเอ่ยเสียงใส ทว่ากังวานชัดถ้อยชัดคำ ดวงตากลมโตสบตากับประธานใหญ่โดยไม่หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย "เพราะสิ่งที่ท่านประธานใหญ่กำลังทำอยู่ตอนนี้... มันคือการใช้อำนาจครอบงำชีวิตส่วนตัวของลูกชาย ซึ่งในทางกฎหมายและจริยธรรมสากล เขาบรรลุนิติภาวะและมีสิทธิ์เลือกอนาคตของตัวเองได้แล้วครับ... หรือท่านกลัวว่า ถ้าลูกชายเก่งเท่าท่าน บริษัทนี้จะไม่มีพื้นที่ให้ท่านบงการอีกต่อไปกันแน่ครับ?" เพล้ง! ประโยคคำถามย้อนศรที่แทงใจดำผู้มีอำนาจสูงสุดของบริษัท ทำเอาทุกคนในห้องถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่เว้นแม้กระทั่งธีรดนย์ที่ก้มมองแผ่นหลังบางของหญิงสาวด้วยความทึ่งแกมเอ็นดูสุดขีด ประธานใหญ่หน้าดำคร่ำเครียด เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ มือหนากำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัดที่ถูกเด็กสาวต่อปากต่อคำอย่างไม่เกรงกลัว "ปากกล้าดีนี่!" ประธานใหญ่เค้นเสียงลอดไรฟัน "ในเมื่อเธอกล้าท้าทายฉัน... ฉันก็จะทำให้เธอรู้ว่า คนอย่างฉันมีวิธีจัดการกับ 'คนไม่เจียมตัว' ยังไง!" ท่านยื่นมือไปหยิบแฟ้มเอกสารจากมือมินตราขึ้นมาเปิดผ่านๆ ก่อนจะโยนลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น "พรุ่งนี้เช้า... ฉันจะส่งลูกสาวเพื่อนสนิทฉันมาเป็น 'เลขาฯ ฝึกหัด' อีกคนในห้องนี้ และถ้าเธอทำตัวเกะกะขวางหูขวางตาแม้แต่นิดเดียว... ฉันจะไล่เธอออกโดยไม่จ่ายชดเชยแม้แต่บาทเดียว!" รินรดายังคงยิ้มรับความท้าทายนั้นอย่างไม่สะท้าน เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยเหตุผลเด็ดๆ อีกสักชุด แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากจะได้ขยับ หมับ! มือหนาของธีรดนย์ก็คว้าเอวบางของเธอเข้าไปชิดแนบลำตัวอย่างรวดเร็ว แรงดึงนั้นทำให้รินรดาเซถลาไปชนแผ่นอกกว้างของเขาเต็มรัก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับความร้อนจากร่างกายของเขาโชยเข้าจมูกจนเธอต้องรีบเงยหน้าขึ้นมอง ใบหน้าคมคายของธีรดนย์อยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว ดวงตาสนิทและแววตาพราวระยับที่ซ่อนความคลั่งรักไว้มิดชิดกำลังจ้องมองเธอด้วยความระอาแกมเอ็นดู "ไม่ต้องเถียงกับคนแก่หรอกครับคนดี..." กระซิบเสียงทุ้มพร่าข้างใบหูจนรินรดาขนลุกซู่ หัวใจเต้นรัวผิดจังหวะ ก่อนที่ธีรดนย์จะหันไปสบตากับผู้เป็นพ่อด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่สุดในชีวิต "ส่วนเรื่องเลขาฯ ใหม่... พ่อจะส่งใครมาก็เชิญครับ แต่จำไว้ให้ดี... คนที่จะนั่งเก้าอี้ข้างผม และเป็น 'นายหญิง' ของที่นี่ มีแค่คนเดียวเท่านั้น" พูดจบ... ธีรดนย์ก็ก้มลงกระซิบประโยคสุดท้ายข้างริมฝีปากนุ่มของรินรดา โดยไม่สนใจสายตาอึ้งกิมกี่ของประธานใหญ่และมินตราเลยสักนิด *"และเตรียมตัวรับมือกับศึกหนักพรุ่งนี้ได้เลย... เพราะฉันจะประกาศสถานะของเราให้คนทั้งบริษัทรู้ซะที!"* โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะครับ! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%