ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของพวกเขามีไม่ถึงเซนติเมตร ลลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นเมนทอลอ่อนๆ จากตัวเขาปะทะเข้ากับพวงแก้มของเธออย่างจัง รินรดานิ่งงังไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสมองส่วนเหตุผลกำลังประมวลผลคำพูดท้าทายเมื่อครู่ของท่านประธานหนุ่มอย่างรวดเร็ว
ดวงตากลมโตฉายแววไหววับชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่หญิงสาวจะดึงสติกลับมาได้ รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นอย่างท้าทายตามสัญชาตญาณนักสู้ของเธอ
"ท่านประธานคะ... คนเราถ้าจะพูดอะไร ควรดูสถานการณ์และคู่สนทนาด้วยนะครับว่าเรากำลังยืนอยู่ที่ไหน" รินรดาเอ่ยเสียงนุ่ม แสร้งทำเป็นกระซิบกระซาบทั้งที่ในใจเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก
"ผมก็กำลังดูอยู่นี่ไงครับ" ธีรดนย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าอย่างจงใจ ดวงตาคมกริบสีเข้มคู่นั้นไม่ได้ละไปจากเรียวปากอิ่มของเธอเลยแม้แต่น้อย "และผมก็คิดว่า... สถานการณ์ตอนนี้มันเหมาะกับการทวงสัญญาที่คุ้นเคยเป็นที่สุด"
บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวของประธานหนุ่มยามค่ำคืนเงียบงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ แต่ทว่าความกดดันรอบตัวกลับพุ่งสูงขึ้นจนน่าใจหาย ธีรดนย์ไม่ใช่แค่พูดเล่น แววตาและท่าทางคุกคามแบบผู้ล่ากำลังบอกเธอชัดเจนว่า เขาเอาจริง
รินรดาขยับตัวถอยหลังเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่าง แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับบานประตูกจกห้องทำงานเข้าอย่างจัง กลายเป็นว่าตอนนี้เธอยิ่งถูกเขาตรึงไว้ในวงแขนอย่างไร้ทางหนี
"คุณธีรดนย์... นี่มันเวลางานนะคะ... เอ้ย เวลานอกเวลางานต่างหาก!" เธอเผลอหลุดเสียงสูงใส่เมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาเอื้อมขึ้นมาปัดปอยผมที่ตกลงมาเคล้าคลอแก้มให้อย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับขนนก แต่กลับสร้างกระแสไฟแล่นริ้วไปทั่วแผ่นหลัง
"แล้วใครเป็นคนบอกผมล่ะครับว่า ถ้ารักษาโปรเจกต์นี้ไว้ได้ จะยอมทำตามที่ผมขอทุกอย่าง" ธีรดนย์โน้มใบหน้าลงมาอีกนิด จนจมูกโด่งเกือบจะชนกับปลายจมูกรั้นของเธอ "หรือว่าเลขาคนเก่งของผม... เป็นแค่เสือกระดาษที่เก่งแต่ปากตอนอยู่ในที่ประชุมกันแน่"
คำสบประมาทแบบเด็กๆ ที่ใช้กระตุ้นต่อมเอาชนะ ทำให้ดวงตาคมของหญิงสาวพราวระยับขึ้นมาทันที รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ เธอเป็นใคร... รินรดา เลขานุการผู้ผ่านสมรภูมิเดือดกับเจ้านายปากหมาคนนี้มานักต่อนักแล้ว ทำไมต้องมาตกม้าตายกับลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้ด้วย
มือเรียวเล็กยกขึ้นวางทาบลงบนแผงอกกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวที่รีดเรียบกริบ เธอไม่ได้ผลักเขาออก แต่กลับใช้ปลายนิ้วลากไล้เบาๆ บนกระดุมเม็ดบนอย่างจงใจแกล้ง
"เสือกระดาษเหรอคะ?" รินรดาเอียงคอถาม รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มถูกส่งไปให้จนคนมองถึงกับชะงัก "คุณอยากพิสูจน์ดูไหมล่ะครับว่าเสือตัวนี้... จะขย้ำคุณจนไม่เหลือซากหรือเปล่า"
ธีรดนย์นัยน์ตาเข้มขึ้นวูบหนึ่ง กล้ามเนื้อใต้ฝ่ามือของเขาเกร็งตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเจอกลยุทธ์สวนกลับแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน รอยยิ้มหยันบนริมฝีปากหนาถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะคาดเดา เขารู้ดีว่ายัยเลขาตัวแสบคนนี้ไม่เคยยอมจำนนใครง่ายๆ แต่การที่เธอกล้าเล่นเกมท้าทายอำนาจมืดแบบนี้... มันชักจะเกินขอบเขตความอดทนของเขาไปไกลแล้ว
"ปากเก่งแบบนี้... ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะครับรินรดา" เสียงทุ้มรอดไรฟันออกมาด้วยความหมั่นเขี้ยวแกมเอ็นดู มือหนาเลื่อนจากกลุ่มผมลงมาโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวโดยอัตโนมัติ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนร่างบางสะấuเฮือก
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นมัสต์และไม้หอมจางๆ ที่คุ้นเคยโชยเข้าจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างในใจของรินรดา มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความตื่นเต้นระทึกใจที่เธอพยายามกดมันเอาไว้ตลอดหลายเดือนที่ทำงานร่วมกัน
ความใกล้ชิดที่เกินเส้นแบ่งความสัมพันธ์ทางธุรกิจ เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นบรรยากาศแปลกๆ ที่อบอวลไปด้วยความปรารถนาอันตราย ธีรดนย์ก้มมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยสายตาที่ลึกล้ำราวกับจะกลืนกิน เธอสวยเฉี่ยว ทันคน และไม่เคยกลัวเขาเลยสักครั้ง... และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาคลั่งจนแทบจะเป็นบ้า
"ถ้าผมไม่ระวัง..." รินรดาพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น ขณะที่หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "คุณจะทำไมคะ?"
"ผมก็จะ..."
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำลายบรรยากาศสีชมพูอมแดงที่กำลังคุกรุ่นให้พังทลายลงในเสี้ยววินาที
ธีรดนย์สบถเบาๆ ในลำคออย่างหัวเสีย ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดขั้นสุดจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อใครก็ตามที่บังaอาจมารบกวนเวลาสำคัญ ส่วนรินรดาอาศัยจังหวะชุลมุนนี้ดันอกเขาออกแล้วผละตัวหลุดจากการเกาะกุม จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยความรวดเร็ว
"ท่านประธานคะ ดิฉัน... อ้าว ขอโทษค่ะ รบกวนเวลาหรือเปล่าคะเนี่ย"
เสียงหวานใสที่คุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับบานประตูห้องทำงานที่เปิดกว้างออกเผยให้เห็นร่างเพรียวบางในชุดเดรสดีไซน์หรูของ 'มัทนา' รองประธานฝ่ายการตลาด ลูกสาวนักลงทุนรายใหญ่ที่เพิ่งเดินเข้ามาโดยไม่รอให้อนุญาต รอยยิ้มหวานฉ่ำบนใบหน้าของเธอแข็งค้างไปชั่วขณะเมื่อเห็นสภาพของคนทั้งคู่ที่ยืนชิดติดกันจนเกินงาม
รินรดากลับมาตีสีหน้านิ่งเรียบราวกับเลขาธิการมืออาชีพในทันที เธอโค้งศีรษะให้แขกผู้มาใหม่เล็กน้อยด้วยกิริยาอาการอันสุภาพ
"ไม่รบกวนเลยครับคุณมัทนา เชิญตามสบายนะครับ พอดีผมกำลังจะออกไปพอดี" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะหันไปสบตากับท่านประธานหนุ่มที่ตอนนี้ใบหน้ามืดมนยิ่งกว่าก้นหม้อ "ขอตัวก่อนนะครับ ท่านประธาน"
เธอก้าวเดินผ่านมัทนาออกไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้ธีรดนย์ยืนขบกรามแน่นด้วยความกรุ่นโกรธที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีชี้นำ
ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มหันกลับมาจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเย็นเยียบ ขณะที่ในใจกลับร้อนรุ่มราวกับมีไฟสุม... เกมระหว่างเขากับเลขาตัวแสบยังไม่จบแค่นี้แน่
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาส่งกำลังใจให้ความสัมพันธ์อันตรายนี้ด้วยนะครับ
เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย•ตอนที่ 11
กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคย
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!