เสียงปฏิกิริยาของคีย์บอร์ดไร้สายราคาแพงดังรัวติดต่อกันเป็นจังหวะ ราวกับมันกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือระบายความหงุดหงิด
นาฬิกาบนผนังห้องทำงานท่านประธานบอกเวลาเที่ยงคืนตรง แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องสว่างเพียงมุมเดียว ขับให้บรรยากาศรอบตัวยิ่งดูเงียบงันและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าความเงียบนั้นไม่ได้น่ากลัวเท่ากับสายตาคมกริบของคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ซึ่งจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์สลับกับแฟ้มเอกสารบนตักของคนตรงหน้ามานานนับสิบนาทีแล้ว
“คุณจะตรวจตรายางหรือจะตรวจตัวผมกันแน่ครับ ท่านประธานธีรดนย์”
เสียงหวานใสแต่แฝงความกวนประสาทดังขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนท่านั่งบนโซฟาหนังตัวยาว เอกสารงบประมาณไตรมาสล่าสุดถูกเธอพลิกดูรอบที่สามแล้ว ทั้งที่มันควรจะเสร็จตั้งแต่ห้ามนทีที่แล้ว หากไม่ใช่เพราะเจ้าของห้องหาเรื่องตีรันฟันแทงด้วยสารพัดข้ออ้างเพื่อรั้งเธอไว้ดึกดื่นแบบนี้
ธีรดนย์แค่นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมดุหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ “อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยรินรดา หน้าตาอย่างคุณ ต่อให้เอาเงินมากองตรงหน้าผมก็ไม่คิดจะชายตาแลหรอก แค่ตรวจงานเบื้องต้นแค่นี้ทำเป็นบ่น ถ้าไม่มีปัญญาทำก็บอกมาตรง ๆ ผมจะได้หาเลขาใหม่ที่ฉลาดกว่าคุณ”
“ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ระวังจะหาเมียไม่ได้นะครับท่าน” รินรดาตอบกลับทันควันโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากกระดาษในมือ มุมปากอิ่มยกยิ้มบางเบาอย่างเหนือกว่า “อีกอย่าง ถ้าดิฉันไม่มีปัญญา ท่านคงไม่ต้องมานั่งหน้าหงิกตรวจงานซ้ำซ้อนรอบที่สี่แบบนี้หรอกมั้งคะ”
“รินรดา!”
ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานทันที แรงกระแทกทำให้เก้าอี้หมุนถอยหลังไปครูดกับพื้นห้องเสียงดัง ธีรดนย์ก้าวฉับ ๆ ตรงมาหยุดยืนค้ำหัวคนที่นั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟา ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความขัดเคืองระคนความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเกรี้ยวกราด “นี่คุณเริ่มปีนเกลียวผมใหญ่แล้วนะ รู้ตัวไหม”
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว ระยะห่างระหว่างกันตอนนี้ใกล้เสียจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ จากตัวเขา มันเป็นกลิ่นที่เธอคุ้นเคยแต่มันมักจะทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะทุกที เธอกะพริบตาช้า ๆ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดแม้ในใจจะเริ่มกู่ร้องเตือนภัย
“ดิฉันก็แค่วิจารณ์ตามเนื้องานครับ ท่านประธานอย่าร้อนตัวสิครับ หรือว่าที่พูดมามันไปจี้ใจดำตรงไหนเข้าล่ะ” เธอยังคงใช้สรรพนามกวนประสาทต่อรอง
ธีรดนย์ก้มตัวลงใช้มือสองข้างยันท้าวพนักพิงโซฟา ล้อมกรอบร่างบางเอาไว้จนแทบไม่เหลือพื้นที่หายใจ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มเนียนจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
“ปากเก่งนักนะ…” ธีรดนย์กระซิบเสียงต่ำพร่า ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเยียบเย็นแต่แววตากลับร้อนรุ่ม “ฝันไว้ก่อนเถอะ... เรื่องของเรายังไม่จบแค่นี้แน่ รินรดา คุณคิดเหรอว่าทำตัวอวดเก่งใส่ผมแล้วผมจะปล่อยคุณไปง่าย ๆ”
“แล้วท่านจะทำไมล่ะคะ… จะไล่ออก หรือจะหักเงินเดือน?” รินรดาเชิดหน้าขึ้นท้าทาย แม้หัวใจจะเต้นรัวรากับกลองชุดจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน แต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความใกล้ชิดนี้กำลังทำให้ระบบความคิดของเธอรวนเรไปหมด
ธีรดนย์มองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความซึนเดเระ เขามองเธอนิ่งนานราวกับต้องการจะกลืนกินคนตรงหน้าเข้าไปทั้งตัว มือหนาข้างหนึ่งละจากพนักโซฟา เอื้อมขึ้นมาหมายจะเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาบดบังใบหน้าเนียน
ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วอุ่นกำลังจะสัมผัสโดนผิวแก้มของเธอ
*ก๊อก ๆ ๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำลายบรรยากาศสีชมพูอมแดงที่กำลังคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียดทางอารมณ์ลงในพริบตา
ธีรดนย์ชะงักกึก ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดจัดจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อ เขาสบถออกมาเบา ๆ อย่างหัวเสีย ขณะที่รินรดารีบใช้จังหวะนั้นดันอกแกร่งให้ออกห่างแล้วจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยอย่างรวดเร็ว
“เข้ามา!” ธีรดนย์ตะโกนเสียงเขዳกร้าวด้วยความโมโหที่ถูกขัดจังหวะ
ประตูกระจกบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกช้า ๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดเดรสรัดรูปสีแดงเพลิง ใบหน้าสวยเฉี่ยวระบายด้วยรอยยิ้มเย้ายวนใจ พร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือที่ถูกชูขึ้นเล็กน้อย
“ขอโทษที่มารบกวนดึกดื่นนะคะคุณดนย์ พอดีฉันเอาเอกสารด่วนจากบอร์ดบริหารมาให้เซ็นค่ะ... เอ๊ะ ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย?”
ดวงตากลมโตของแขกผู้มาใหม่กวาดตามองคนทั้งคู่สลับกันไปมาด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย ขณะที่รินรดากวาดสายตามองผู้หญิงคนนั้นแวบเดียวก็จำได้ทันทีว่าเป็นใคร—*คุณศចี* ลูกสาวท่านประธานกรรมการบริษัทคู่ค้าคนสำคัญ ที่เคยประกาศตัวชัดเจนว่าสนใจในตัวท่านประธานหนุ่มคนนี้
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าเรียบเฉยสนิทราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ “ถ้าอย่างนั้นดิฉันขอตัวไปเคลียร์งานที่โต๊ะข้างนอกก่อนดีกว่าค่ะ เชิญตามสบายนะคะท่านประธาน”
เธอโค้งศีรษะเล็กน้อยอย่างนอบน้อมตามมารยาท แล้วเดินสวนทางกับหญิงสาวชุดแดงออกไปโดยไม่แม้แต่จะชายตากลมมองคนหัวเสียที่ยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ด้านหลัง
ธีรดนย์มองตามแผ่นหลังบางที่เดินลับหายออกไปนอกประตู ขากรรไกรขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ความหงุดหงิดพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดไม่ใช่เพราะงานตรงหน้า แต่เป็นเพราะไอ้จังหวะเวลาบ้า ๆ ที่ดันมีมารมาขัดคอในตอนที่เขากำลังจะทำตามใจตัวเองเสียที
แต่ทว่า... ในจังหวะที่ประตูห้องกำลังจะปิดสนิท สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นรอยยิ้มมุมปากที่เจือความเย้าแหย่เล็ก ๆ ส่งกลับมาให้เขาก่อนที่รินรดาจะหายลับไป
รอยยิ้มนั้น... ทำเอาคนปากแข็งอย่างเขาถึงกับกำมือแน่นด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้กันนะครับ
เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย•ตอนที่ 8
ความใกล้ชิดที่อันตราย
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!