เสียงกวาดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานดังขึ้นกระทบประสาทสัมผัส ทว่าความสนใจของคนทั้งห้องกลับไม่ได้อยู่ที่เสียงนั้น ปกรณ์ ผู้จัดการฝ่ายวางตัวไม่ถูก ดวงตาใต้กรอบแว่นหนาเบิกกว้างจนแทบหลุดจากเบ้า เมื่อภาพสะท้อนตรงหน้าคือท่านประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและไร้ช่องโหว่ กำลังใช้แขนแกร่งโอบเอวบางของเลขาส่วนตัวไว้ในระยะประชิด ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงเซนติเมตร คล้ายกับว่าก่อนหน้าที่ประตูจะถูกกระชากเปิดออก พวกเขาเพิ่งทำเรื่องที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกมาดังๆ
"เอ่อ... ผม... ผมขอโทษครับท่านประธาน! พอดีเอกสารด่วนจากฝ่ายการตลาด..."
ปกรณ์ละล่ำละลักละสายตาหนีแทบไม่ทัน สองมือรีบยกแฟ้มขึ้นบังหน้าครึ่งหนึ่งราวกับกลัวว่าภาพที่เห็นจะควักลูกตาเขาออกไป
รินรดาไม่ได้แสดงอาการลนลานหรือผลักไสเจ้านายหนุ่มออกทันทีอย่างที่ควรจะเป็น หญิงสาวเพียงแค่กะพริบตาช้าๆ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบางเบาอย่างเหนือกว่า ก่อนจะขยับตัวถอยหลังอย่างนุ่มนวล หลุดพ้นจากการกักขังของวงแขนแกร่งด้วยท่าทีที่เยือกเย็นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นหรอกครับคุณปกรณ์"
เสียงหวานทุบทลายบรรยากาศอึดอัดลงได้อย่างราบคาบ รินรดาปรับเสื้อสูทเข้ารูปให้เข้าที่ด้วยความรวดเร็ว ดวงตากลมโตหันไปสบตากับคนตัวโตกว่าที่ยืนหน้าตึงเปรี๊ยะอยู่ข้างๆ
ธีรดนย์ขบกรามแน่น สันจมูกโด่งเชิดขึ้นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงจนแทบจะหยดเป็นน้ำแข็ง ดวงตาคมกราบกรานมองผู้จัดการฝ่ายที่ยืนตัวลีบด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
"ถ้าสมองของคุณปกรณ์ยังพอมีพื้นที่เหลือสำหรับการทำงาน กรุณาหัดเคาะประตูก่อนจะผลקเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของผม... รอบหน้าถ้ายังมีมารยาทแบบนี้อีก ผมจะพิจารณาตำแหน่งงานใหม่ให้คุณไปนั่งคิดทบทวนที่แผนกคลังสินค้า"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันทำเอาปกรณ์กลืนน้ำลายลงคอแทบไม่ลง
"ทะ... ท่านประธานครับ ผมเข้าใจแล้วครับ ขอโทษด้วยจริงๆ ครับคุณรินรดา" ปกรณ์รีบโค้งตัวขอโทษขอโพยเป็นพัลวัน วางแฟ้มกระแทกไว้บนโต๊ะแล้วหมุนตัวเดินจัมอ้าวออกจากห้องปิดประตูตามหลังดัง *ปัง* สนิท
สิ้นเสียงปิดประตู ความเงียบก็โรยตัวลงครอบคลุมพื้นที่อีกครั้ง
ธีรดนย์หันขวับกลับมามองหน้าคนตัวเล็กที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น มันมีความระอุของความเขินอายและหงุดหงิดระคนกันจนแยกไม่ออก
"สนุกมากไหมครับที่แกล้งผม?"
เสียงทุ้มเอ่ยลอดไรฟัน ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกครั้งอย่างไม่ยอมแพ้ มือหนาวางค้ำกับขอบโต๊ะ กักตัวเธอให้อยู่ในอาณัติอีกรอบ
"ฉันไปแกล้งคุณตอนไหนคะ... อ๊ะ! เอ้ย... ตอนไหนกันล่ะคะ เอ๊ย! ตอนไหนกันครับท่านประธาน" รินรดาเกือบหลุดสำนวนคุ้นเคยออกไปเพราะความเคยชิน แต่ก็พลิกลิ้นเปลี่ยนคำลงท้ายแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาคาดคั้นของอีกฝ่าย
ธีรดนย์หรี่ตามองอย่างจับผิด มุมปากหยักยกยิ้มเยาะ "เมื่อกี้คุณเกือบหลุดปากพูดคำว่า 'คะ' ออกมาแล้วนะรินรดา ชอบทำตัวเป็นผู้ชายเท่ๆ แต่เวลาลนลานก็น่ารักดีนี่"
"ใครลนลานกันครับ ผมแค่ตกใจที่คุณทำอะไรไม่ดูตาม้าตาเรือต่างหาก ถ้าคุณปกรณ์เอาเรื่องนี้ไปพูดต่อในบริษัท ภาพลักษณ์ท่านประธานผู้แสนเย็นชาและไร้หัวใจของคุณคงป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดีแน่ๆ"
"ปล่อยให้เขาลือไปสิครับ ดีเสียอีก คนจะได้รู้ทั่วกันว่าเลขาส่วนตัวคนนี้... เป็น 'ของหวง' ของใคร"
คำพูดหน้าตายแต่สายตาจริงจังเกินร้อยทำเอนโดรฟินในตัวรินรดากระโดดโลดเต้นอย่างห้ามไม่อยู่ หญิงสาวแกล้งเชิดหน้าขึ้น สบตากับดวงตาคมกริบแบบไม่หลบเลี่ยง แม้หัวใจข้างในจะเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
"ปากเก่งขึ้นเยอะนะช่วงนี้ กล้าต่อปากต่อคำกับเจ้านายแบบนี้ สงสัยโบนัสปลายปีคงไม่อยากได้แล้วมั้งครับ"
"ถ้าโบนัสต้องแลกกับการโดนคุณเอาเปรียบทางความรู้สึกแบบนี้ทุกวัน ผมขอลาออกไปเปิดร้านกาแฟยังจะดีกว่าเลยครับท่านประธาน" รินรดาย้อนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย
ธีรดนย์แค่นหัวเราะในลำคอ มือหนายื่นออกไปปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้ลมหายใจของรินรดาสะดุดกึก ความกวนประสาทหายวับไปกับตา เหลือเพียงบรรยากาศชวนใจเต้นที่เข้ามาแทนที่
"กล้าเหรอครับ... คุณก็รู้ว่าต่อให้คุณหนีไปสุดขอบโลก ผมก็ตามคุณกลับมานั่งโต๊ะทำงานตรงนี้อยู่ดี" น้ำเสียงทุ้มต่ำเปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่ากลัว ดวงตาคมเข้มทอประกายความคลั่งรักออกมาอย่างปิดไม่มิด
รินรดาใจกระตุกวูบ เธอเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนความรู้สึกไหววูบในแววตา ปากยังคงแข็งแต่ใจอ่อนยวบยาบไปถึงตาตุ่มแล้ว
"คุณนี่มัน... เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่หนึ่งเลยนะครับ"
"รู้ตัวก็ดีครับ" ธีรดนย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บริเวณพวงแก้ม "เพราะฉะนั้น เลิกทำตัวดื้อแล้วมาเคลียร์เรื่องของเราให้รู้เรื่องซะที คุณติดค้างคำตอบผมไว้นะรินรดา"
เรื่องของเรา... ประโยคสั้นๆ ที่ทำให้ห้องทำงานกว้างขวางกลายเป็นพื้นที่แคบลงถนัดตา
รินรดากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ เธอรู้ดีว่าเขายังรอคำตอบเรื่องสถานะที่คลุมเครือมานานเกินไปแล้ว และเธอก็ไม่ใช่คนที่จะหลบเลี่ยงปัญหาไปได้ตลอดเช่นกัน
"ถ้าผมบอกว่า..." รินรดาเงยหน้าขึ้น สบตากับเขาตรงๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ผมยังสนุกกับการเห็นท่านประธานหึงจนหน้ามืดอยู่ล่ะครับ คุณจะว่ายังไง?"
ธีรดนย์ชะงักไปนิด ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความหมั่นเขี้ยว มือหนาเปลี่ยนจากเกลี่ยปอยผมมาเป็นรวบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง
"อยากลองดีนักใช่ไหมครับ..." น้ำเสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย "งั้นคืนนี้เราคงต้องเคลียร์กันยาว... ยาวจนกว่าคุณจะยอมเรียกผมว่า 'พี่' แทนคำว่าท่านประธาน"
รินรดายิ้มค้าง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่าเธอกำลังเล่นกับไฟดวงใหญ่ที่พร้อมจะแผดเผาเธอให้ละลายคามือ
ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยปากโต้เถียงอะไรกลับไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ตามด้วยเสียงเปิดเข้ามาของบุคคลที่ทำให้บรรยากาศสีชมพูเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตา
"ท่านประธานคะ! แย่แล้วค่ะ เอกสารสัญญาลับของโปรเจกต์ใหญ่ถูกส่งสลับไปที่บริษัทคู่แข่งแล้วค่ะ!"
รินรดาผลักอกแกร่งออกทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อหันไปเห็นเลขานุการหน้าห้องของธีรดนย์ยืนหอบแฮกอยู่หน้าประตู พร้อมกับสีหน้าซีดเผือดที่บ่งบอกถึงหายนะครั้งใหญ่
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้ รี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านเตรียมรับมือกับความระอุในตอนต่อไปได้เลยครับ!
เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย•ตอนที่ 27
เปิดอกคุยกัน
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!