เอกสารในมือของรินรดาร่วงหล่นลงพื้น เสียงกระดาษปึกใหญ่กระทบกระเบื้องดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัดในห้องทำงานท่านประธาน
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อหันไปเผชิญหน้ากับร่างของเลขานุการหน้าห้องที่ยืนหอบหายใจรัวอยู่ตรงบานประตูที่เปิดค้างไว้ สีหน้าของอีกฝ่ายซีดเผือดราวกับคนเพิ่งเห็นผีสาง ยิ่งเห็นสภาพของเธอที่ยืนแนบชิดติดอกแกร่งของธีรดนย์ โดยมีวงแขนแข็งแรงโอบกระชับเอวไว้แบบนั้น ดวงตาของคนมาใหม่ก็ยิ่งเบิกกว้างจนแทบถลونหลุดออกมาจากเบ้า
"คุณ... คุณรินรดาคะ... คือ ดิฉัน... ดิฉันไม่ได้ตั้งใจจะ..." เสียงละล่ำละลักขาดห้วง พร้อมกับสายตาที่ลนลานกวาดมองไปมาระหว่างเธอกับชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านาย
รินรดาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง เธอรีบออกแรงผลักอกแกร่งของธีรดนย์ออกทันที ทว่าชายหนุ่มกลับกระชับวงแขนแน่นขึ้นอีกนิดอย่างดื้อดึง จนเธอต้องส่งสายตาดุๆ ไปปราดหนึ่ง เขาถึงยอมคลายมือออกอย่างไม่ค่อยสเต็มใจนัก
"มีมารยาทหน่อยครับคุณมณ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดตวัดขึ้นทันที ธีรดนย์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบฉายแววคุกรุ่นด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ เขายืนจัดเสื้อสูทเข้ารูปของตัวเองให้เข้าที่ด้วยท่าทีนิ่งสงบ แต่รังสีความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา "เข้าห้องคนอื่นไม่เคาะประตู ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คุณลืมกฎพื้นฐานข้อนี้ไปแล้ว"
"ขอประทานโทษด้วยค่ะท่านประธาน!" มณรีบก้มหน้าหลบสายตาคุกคามคู่นั้นทันที "แต่... แต่เรื่องนี้มันด่วนจริงๆ ค่ะ เอกสารด่วนจากบอร์ดบริหารชุดใหญ่ส่งตรงมาถึงโต๊ะดิฉัน แจ้งว่ามีปัญหาใหญ่เรื่องการอนุมัติงบประมาณโครงการร่วมทุนที่ญี่ปุ่น และทางนั้น... ทางนั้นกำลังต่อสายตรงเข้ามาที่ห้องทำงานของท่านตอนนี้เลยค่ะ"
รินรดายืนนิ่ง ข้อมูลเรื่องโปรเจกต์ญี่ปุ่นวิ่งเข้ามาในหัวและชนเข้ากับความรู้สึกบางอย่างที่ค้างคาอยู่ เมื่อครู่... ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดพรวดเข้ามา เธอเกือบจะหลงเคลิ้มไปกับสัมผัสและคำพูดของผู้ชายคนนี้อีกแล้ว
เธอมองแผ่นหลังกว้างของธีรดนย์ที่หันไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานด้วยท่าทีเคร่งขรึม ความไว้วางใจที่เธอเคยมีให้เขาอย่างเต็มร้อย เริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ เกิดขึ้นในใจอย่างเงียบเชียบ
ใช่... เธอเป็นแค่เลขา เป็นผู้หญิงที่เขาคอยหยอกล้อ ดึงเข้ามาใกล้ แล้วก็ผลักออกตามอารมณ์ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็มีโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจ และใครต่อใครที่เข้ามาพัวพัน
"คุณรินรดา ออกไปเคลียร์ข้างนอกก่อนครับ" ธีรดนย์เอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง แต่เสียงนั้นติดจะห้วนและดึงดันเล็กน้อยตามนิสัย
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอย่อตัวลงเก็บเอกสารที่หล่นพื้นขึ้นมาจัดเรียงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบของเขาตรงๆ
"ค่ะ ท่านประธาน" น้ำเสียงของเธอราบเรียบจนเดาอารมณ์ไม่ออก รอยยิ้มประชดประชันถูกยกขึ้นที่มุมปากนิดๆ "ดิฉันไม่รบกวนเวลาสำคัญของคุณกับเรื่องทางธุรกิจหรอกค่ะ เชิญรับสายตามสบายนะคะ"
พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินจ้ำอ้าวผ่านหน้ามณออกไปทันทีโดยไม่รอฟังคำอนุญาต ธีรดนย์มองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยความรู้สึกหงุดหงิดระคนร้อนรนแปลกๆ เขารู้... เขารู้ทันทีจากน้ำเสียงและสายตาคู่เมื่อครู่ว่า รินรดากำลังเข้าใจผิด และที่สำคัญ...เธอกำลังถอยหลังกลับเข้าสู่กำแพงที่เธอสร้างขึ้นเพื่อกั้นระยะห่างระหว่างเขากับเธออีกครั้ง
ปัง!
เสียงประตูปิดลงเบาๆ แต่ดังก้องในความรู้สึกของคนเป็นเจ้านาย ธีรดนย์สบัดหน้ากลับมามองหน้าจอแท็บเล็ตด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งสูงจนทะלטเพดาน
"รับสาย" เขาออกคำสั่งเสียงเข้มกับเลขานุการหน้าห้องที่ยังยืนตัวสั่นอยู่ "แล้วออกไปให้พ้นหน้าผม!"
ลับหลังร่างของมณที่รีถอยกรูดออกไปจากห้อง ธีรดนย์ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง มือหนานวดคลึงขมับตัวเองเบาๆ เพื่อไล่ความปวดตุบที่แล่นริ้วขึ้นมา ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง เรื่องงานก็น่าปวดหัวอยู่แล้ว แต่เรื่องของยัยเลขาตัวแสบกลับทำให้เขาเสียสมาธิได้มากกว่าร้อยเท่าพัน배
ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงต้องทำสายตาแบบนั้นใส่เขาด้วย? สายตาที่เหมือนกับว่า... เขาเป็นคนโกหก หลอกลวง และไม่น่าเชื่อถือ
ทั้งๆที่ตัวเขาเองไม่เคยชายตาแลผู้หญิงคนไหนเลยตั้งแต่มีเธอเข้ามาวนเวียนในชีวิต
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงที่รินรดานั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะหน้าห้องของตัวเอง เอกสารกองโตตรงหน้าแทบไม่ได้ขยับไปไหน สมองของเธอวนเวียนอยู่แต่ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ รอยสัมผัสอุ่นจากมือแกร่งที่โอบเอวเธอยังคงหลงเหลืออยู่จางๆ แต่ความรู้สึกไม่แน่ใจกลับเด่นชัดยิ่งกว่า
เธอไม่รู้ว่าตัวเองยืนอยู่ตรงจุดไหนในชีวิตของเขา ธีรดนย์ปากร้าย ซึนเดเระ และชอบทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็มีความลับ มีโลกที่เธอเข้าไม่ถึง และมีภาพลักษณ์ของนักธุรกิจหนุ่มเนื้อหอมที่รายล้อมไปด้วยผู้หญิงเพียบพร้อมมากมาย
ถ้าหากว่าวันหนึ่ง... สิ่งที่เขาทำกับเธอทั้งหมดมันก็แค่เกมแก้เบื่อล่ะ?
ความคิดนั้นทำให้หัวใจของเธอเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ รินรดาผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นกอดอกเพื่อเรียกความเข้มแข็งให้ตัวเอง เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมเอาหัวใจไปฝากไว้กับผู้ชายปากร้ายที่ให้อะไรแน่นอนไม่ได้หรอกนะ
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งเบาๆ ก่อนที่บานประตูห้องทำงานท่านประธานจะเปิดออก ธีรดนย์ก้าวออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย เสื้อสูทตัวนอกถูกถอดพาดไว้ที่แขน เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสมส่วนและเส้นเลือดปูดโปนที่ดูทรงพลัง
เขากวาดสายตาคมกริบมองหาเลขาตัวดี จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่โต๊ะทำงานของเธอ
รินรดาแสร้งทำเป็นก้มหน้าก้มตาตรวจตัวเลขในเอกสารตรงหน้า ปล่อยให้ร่างสูงเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะของเธอโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง
"เลิกงานแล้ว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เจือแววบังคับกลายๆ "เก็บของ กลับบ้าน"
รินรดายังคงนิ่งเงียบ เธอยังไม่เงยหน้าขึ้นไปมองเขา ปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น "ท่านประธานกลับก่อนเถอะค่ะ ดิฉันยังมีงานต้องเคลียร์อีกเยอะ ไม่อยากกลับไปนั่งว่างให้ใครมาหาว่าไม่มีความรับผิดชอบ"
ประโยคเหน็บแนมนั้นทำเอาคิ้วเข้มของธีรดนย์กระตุกยิก
ชายหนุ่มก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของเธอมากขึ้น มือหนาวางลงบนขอบโต๊ะแล้วโน้มตัวลงต่ำ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเคลื่อนเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดารดรดอยู่ข้างแก้ม
"รินรดา" เสียงเรียกนั้นกดต่ำลงจนน่ากลัว "คุณเป็นอะไร พูดจาประชดประชันผมตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ"
รินรดายอมเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายและดื้อรั้นอย่างเต็มที่ ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือความอ่อนแอให้เห็นแม้แต่น้อย
"เปล่านี่คะ ดิฉันจะไปกล้าประชดท่านประธานได้ยังไงล่ะคะ เป็นแค่เลขา... หน้าที่คือทำตามคำสั่ง ไม่ใช่ไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวหรือตั้งคำถามกับความจริงใจของใครอยู่แล้ว" คำพูดประชดประชันพรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากอิ่ม รินรดากลั้นใจพูดมันออกไปเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตัวเอง
ธีรดนย์จ้องมองใบหน้าหวานที่เชิดขึ้นอย่างไม่ยอมก้มหัวให้ใคร ความโกรธระคนเอ็นดูตีรวนอยู่ในอกจนเขาแทบอยากจะคว้าตัวคนตรงหน้ามาเขย่าให้หายดื้อ
"ความจริงใจเหรอ?" ธีรดนย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงมองเธออย่างจับผิด "คุณกำลังสงสัยในตัวผมเรื่องอะไร รินรดา? หรือว่าภาพที่คุณเห็นเมื่อกี้... มันทำให้คุณคิดไปไกลกว่าที่ควรจะเป็น"
"ดิฉันไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นค่ะ!" รินรดาเถียงกลับทันควัน เสียงหวานเริ่มสั่นนิดๆ ด้วยความโมโห "จะคิดอะไรได้ล่ะคะ ในเมื่อโลกของคุณมันมีอะไรตั้งเยอะแยะที่ดิฉันไม่มีวันเข้าใจ! ความเชื่อใจน่ะ... มันไม่ได้สร้างกันได้ด้วยคำพูดเล่นๆ ของคุณหรอกนะคะท่านประธาน!"
สิ้นคำพูดนั้น ห้องทำงานทั้งแถบก็ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง
ธีรดนย์ชะงักไป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจับกระแสความน้อยใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีแข็งกร้าวของเธอได้ ชายหนุ่มขบกรามแน่น ความซึนเดเระที่เคยมีพังทลายลงในพริบตาเมื่อเห็นแววตาไหววูบที่ฉายชัดอยู่หลังม่านความดื้อรั้นนั้น
เขายืดตัวตรงขึ้นช้าๆ สายตาคมกริบจดจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากพูดอะไรเพื่ออธิบายความรู้สึกบ้าๆ ที่กำลังตีรวนอยู่ในอก เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มทรงอำนาจของบุคคลที่ไม่คาดฝันก็ดังขึ้นขัดจังหวะจากทางโถงทางเดินด้านนอกเสียก่อน
"อ้าว... ยังไม่กลับกันอีกเหรอ ลูกชายตัวดีของฉัน"
เสียงนั้นทำให้ทั้งรินรดาและธีรดนย์ต้องหันขวับไปมองพร้อมกัน และเมื่อรินรดาเห็นร่างสูงสง่าของแขกผู้มาใหม่ที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าประตู หัวใจของเธอก็ร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที
...เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น คือประธานกรรมการบริหารผู้ทรงอิทธิพล และที่สำคัญที่สุด... เขาคือ *'พ่อของธีรดนย์'* และเป็นคนที่กำลังถือเอกสารลับโครงการร่วมทุนชิ้นนั้นอยู่ในมือ!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความฟินปนดราม่าในตอนนี้ด้วยกันนะครับ เมทริกซ์ซีโร่
เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย•ตอนที่ 28
ความเชื่อใจคือปัญหา
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!