เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย•ตอนที่ 19

ติดฝนในกระท่อมเล็กๆ

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
เสียงฟ้าร้องคำรามสนั่นจนกระจกหน้าต่างบานเล็กสั่นสะเทือนตามแรงลมพายุฝนที่โหมกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด หยาดน้ำฝนสาดซัดกระทบหลังคาสังกะสีของกระท่อมไม้เก่าแก่กลางไร่ ส่งเสียงดังอื้ออึงจนกลบทุกสรรพเสียงรอบตัว แต่กลับไม่ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนผิดจังหวะของคนสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันอยู่ในพื้นที่จำกัดแห่งนี้ "ไม่ต้องนอนไหนทั้งนั้น... คืนนี้ เธอนอนห้องเดียวกับฉัน!" ประโยคคำสั่งเผด็จการที่ทิ้งท้ายไว้จากเหตุการณ์ชุลมุนเมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท รินรดาผ่อนลมหายใจยาวเพื่อเรียกสติที่เกือบจะหลุดลอยไปกลับคืนมา เธอตวัดสายตามองท่านประธานหนุ่มผู้เอาแต่ใจ ที่ตอนนี้ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะไม้เก่าๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับฉายแววความกังวลและรauเร้นบางอย่างที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดขรึม "ท่านประธานคิดดีแล้วเหรอครับ... เอ๊ย หมายถึง คุณธีร์ตั้งใจจะให้เรานอนห้องเดียวกันจริงๆ หรือครับ" รินรดาเลิกคิ้วถาม น้ำเสียงเจือความประชดประชันเล็กน้อยตามนิสัยที่ไม่เคยยอมลดราวาศอกให้ใคร แม้สถานการณ์ตอนนี้เธอจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบก็ตาม "กระท่อมหลังนี้มีเตียงเดียว แถมสภาพก็... อย่างที่เห็น เกรงว่าเกียรติยศของท่านประธานอาจจะไม่ปลอดภัยนะครับ" ธีรดนย์แค่นหัวเราะในลำคอ เขาสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคงและกดดัน จนร่างบางต้องเผลอฟอยถอยหลังไปชนกับผนังไม้โดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นอายความชื้นของฝนจางๆ ลอยปะทะจมูก ยิ่งทำให้พื้นที่รอบตัวแคบลงไปถนัดตา "กลัวฉัน... หรือกลัวใจตัวเองกันแน่ รินรดา" ธีรดนย์โน้มใบหน้าลงมาหา แววตาเจ้าเล่ห์พาดผ่านประกายความกรุ้มกริ่มที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น "ปากเก่งนักนะ เมื่อกี้ตอนตากฝนวิ่งหนีตาย ทำไมไม่เห็นเก่งเหมือนเวลาเถียงฉันเลยล่ะครับ เลขาคนเก่ง" "ฉันไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ... เอ่อ! หมายถึง ไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้นแหละครับ" รินรดาเผลอหลุดสรรพนามเดิมเพราะความตกใจ ก่อนจะรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นมุมปากของชายหนุ่มกระตุกยิ้มเยาะ "แต่คนเรามันต้องมีพื้นที่ส่วนตัวบ้างไม่ใช่หรือไงคะ—ครับ! พื้นที่ส่วนตัวน่ะรู้จักไหม ท่านประธานผู้สูงส่ง" "ในสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ กฎเกณฑ์พวกนั้นถูกยกเลิกชั่วคราวครับ" ธีรดนย์ใช้มือข้างหนึ่งยันผนังไม้กักขังเธอไว้ตรงกลาง สายตาทอดมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งหมั่นไส้ ทั้งเอ็นดู และ... อยากจะแกล้งให้เข็ด "มองสภาพข้างนอกซิ ถนนดินแดงกลายเป็นโคลนไปหมด รถติดหล่ม สัญญาณมือถือก็ไม่มี แถมไฟดับสนิท ถ้าเธออยากจะเดินตากฝนออกไปหาที่นอนอื่นตามลำพังคนเดียว เชิญตามสบายนะ... ฉันไม่ห้าม" รินรดาเบนสายออกไปมองนอกหน้าต่าง ความมืดมิดของยามค่ำคืนถูก vรประดับด้วยแสงวาบของสายฟ้าและเสียงคำรามของพายุ บรรยากาศวังเวงกลางไร่ห่างไกลผู้คนทำให้เธอต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืนๆ ต่อให้เธอจะใจกล้าแค่ไหน แต่การเดินฝ่าความมืดกลางพายุฝนฟ้าคะนองในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก "คุณธีร์จงใจใช่ไหมครับ..." หญิงสาวหันกลับมาสบตา ประกายตาฉายแววรู้ทัน "รู้ว่าฝนจะตกหนัก เลยพาฉันมาติดแหงกอยู่ที่นี่ เพื่อหาเรื่องแกล้งสินะครับ" "เพ้อเจ้ออะไรของเธอ" ธีรดนย์ปฏิเสธเสียงแข็ง ใบหน้าหล่อเหลาเบือนหนีไปทางอื่นอย่างมีพิรุธ "ฉันจะไปรู้ล่วงหน้าได้ยังไงว่าพายุจะเข้า งานตรวจโครงการขยายไร่นี่ต่างหากที่สำคัญ แล้วใครใช้ให้เธอเสนอตัวขอตามมาล่ะ หือ?" "ก็ฉันเป็นเลขา หน้าที่ของฉันคือต้องมาดูแลความเรียบร้อย..." "งั้นตอนนี้หน้าที่ของเธอคือทำตามคำสั่งของเจ้านาย... ห้ามเถียง ห้ามบ่น และเข้านอนได้แล้ว" พูดจบ ธีรดนย์ก็ผละตัวออกจากรัศมีวงแขน เดินเลี่ยงไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กที่วางพาดอยู่บนเก้าอี้โยกโยนใส่ศีรษะของหญิงสาวอย่างไม่เบามือเท่าไหร่นัก รินรดาอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจ รีบดึงผ้าขนหนูลงมาขมวดคิ้วมุ่นใส่แผ่นหลังกว้างที่กำลังเดินเลี่ยงไปหยิบตะเกียงน้ำมันก๊าดมาจุดเพื่อให้แสงสว่างแทนหลอดไฟที่ดับสนิท แสงสีส้มรำเรื่อจากเปลวไฟในตะเกียงสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายของชายหนุ่ม ทำให้บรรยากาศในกระท่อมไม้เก่าๆ แห่งนี้เปลี่ยนจากความน่ากลัว กลายเป็นความเงียบสงบที่ชวนให้ใจสั่นไหวอย่างประหลาด รินรดายืนเช็ดผมที่เปียกชื้นของตัวเองเงียบๆ พลางลอบมองท่าทีของเจ้านายหนุ่มที่กำลังจัดการกับเสื้อผ้าเปียกชื้นของตัวเองบ้าง ธีรดนย์ถอดเสื้อสูทและเสื้อเชิ้ตออก เผยให้เห็นแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อสมส่วนตามแบบฉบับชายหนุ่มที่ดูแลสุขภาพ รินรดารีบเบนสายตาหนีแทบไม่ทัน ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ แม้ในห้องจะค่อนข้างเย็นจากลมฝนก็ตาม "จะยืนแข็งทื่อเป็นเสาหลักเมืองอีกนานไหมครับ หรืออยากให้ฉันช่วยเช็ดตัวให้ด้วย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแซะขึ้นมาลอยๆ ทำเอาคนฟังสะดุ้ง "ไม่ต้องเลยค่ะ! เอ๊ย... ไม่ต้องเลยครับ!" รินรดาเสียงสูงใส่ รีบก้าวฉับๆ ไปหลบมุมอยู่ตรงปลายเตียงไม้ที่มีฟูกเก่าๆ ปูรองไว้ด้วยผ้าปูที่นอนสะอาดสะอ้านพอสมควร "ฉันจัดการตัวเองได้... เชิญคุณธีร์ตามสบายเถอะครับ" ธีรดนย์อมยิ้มบางๆ ที่มุมปากอย่างพอใจเมื่อเห็นท่าทางเก้ๆ กังๆ ที่หาดูได้ยากของเลขาคนเก่ง เขาทิ้งตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม หยิบโทรศัพท์มือถือที่ไร้สัญญาณขึ้นมาหมุนเล่นแก้เบื่อ ก่อนจะเหลือบมองคนที่พยายามขดตัวนอนหันหลังให้เขาอยู่บนเตียง เวลาผ่านไปเนิ่นนานท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย ความเงียบงันเริ่มโรยตัวปกคลุมพื้นที่ ภายในกระท่อมมีเพียงแสงสว่างสลัวจากตะเกียงน้ำมันก๊าด รินรดานอนลืมตาโพลงในความมืด ความเย็นจากอากาศรอบตัวทำให้เธอเผลอขดตัวเข้าหากันโดยอัตโนมัติ "หนาวเหรอ..." เสียงทุ้มเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นเบาๆ รินรดาไม่ตอบ เธอแกล้งทำเป็นหลับเพื่อหลีกเลี่ยงการสนทนา แต่ไม่นานนัก ความรู้สึกอบอุ่นแปลกปลอมก็ทาบทับลงบนไหล่บาง ธีรดนย์เดินมาเงียบๆ พร้อมกับเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวเนื้อหนาของเขาคลุมให้เธออย่างเบามือ "อย่าดื้อนักเลยน่า..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดังอยู่ใกล้ใบหู จนรินรดาต้องลืมตาขึ้นมา ก่อนที่เธอจะได้ทันหันไปโต้เถียง จู่ๆ แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันก็กะพริบไหววูบเนื่องจากลมกوتที่เล็ดลอดเข้ามาตามรอยแตกของผนังไม้ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงรถยนต์ปริศนาคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้ากระท่อม พร้อมกับเสียงเคาะประตูรัวเร็วดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบ ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! "คุณธีร์ครับ! อยู่ข้างในหรือเปล่าครับ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงตะโกนร้อนรนของลูกน้องคนสนิทดังทะลุสายฝนเข้ามา ทำให้ธีรดนย์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดทันทีที่ความเป็นส่วนตัวถูกรบกวน รินรดาลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความสงสัย เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเจ้านายที่หันไปมองประตูไม้สลับกับตัวเธอ (โปรดติดตามตอนต่อไป) ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟาดฟันหัวใจไปกับตัวละครทุกตัวนะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาว่าผมร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%