กลิ่นอายของกำยานจันทน์หอมราคาแพงระยับลอยวนอยู่ในห้องหนังสือลับของจวนเสนาบดีซ่ง ทว่ากลิ่นหอมอบอวลนั้นกลับมิอาจกลบเกลื่อนกลิ่นอายความโลภและหยาดเหงื่อแห่งความหวาดระแวงที่ซึมออกมาจากแผ่นหลังของคนผู้หนึ่งได้เลยแม้แต่น้อย
ซ่งจื้อหยวน เสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งในราชสำนัก กำลังเดินวนไปวนมาบนพรมขนสัตว์ปักดิ้นทองอย่างกระวนกระวาย ในมือถือตั๋วแลกเงินมูลค่ามหาศาลที่ถูกส่งมาพร้อมกับจดหมายลับฉบับหนึ่งจากแคว้นหลี ข้อความในนั้นเย้ายวนใจจนชวนให้คนตาบอด—*เพียงแค่เปิดประตูคลังเสบียงหลวงฝั่งตะวันตกในคืนนี้ และปล่อยให้กองโจรปลอมตัวเข้าขนย้ายอาวุธ ตั๋วเงินห้าแสนตำลึงนี้จะตกเป็นของท่านแต่ผู้เดียว*
"ท่านพ่อ... ท่านมั่นใจแล้วหรือเจ้าคะว่าวิธีนี้จะปลอดภัยจริงๆ" คุณหนูรองซ่งอี้หลาน เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ นางสวมชุดกระโปรงผ้าต่วนสีม่วงแก่ปักลายดอกโบตั๋นทองคำ ขับเน้นให้ผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบดูซีดเซียวลงไปอีก นางเป็นคนแนะนำให้บิดาติดต่อกับสายลับต่างแคว้นผู้นี้เองด้วยความริษยาที่มีต่อหลิวหยางเฟย แต่ยามเมื่อความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม ความกลัวก็เริ่มกัดกินหัวใจ
"เจ้าจะกลัวอันใด!" ซ่งจื้อหยวนตวาดเสียงต่ำ ดวงตาแดงก่ำด้วยความโลภและฤทธิ์สุรา "หลิวหยางเฟยมันกำลังจะเสนอฎีกาตรวจสอบคลังหลวงในอีกสามวันข้างหน้า ถ้าเราไม่ทำลายหลักฐานเสียตอนนี้ ข้าและเจ้าต่างหากที่จะต้องไปนอนกุดหัวอยู่ที่ลานประหาร! อีกอย่าง... คนที่ติดต่อข้าคือ 'เงาพยัคฆ์' มือขวาของแม่ทัพตระกูลหลี่เชียวหนਾ ข้าจ่ายเงินไปแล้ว ครึ่งคืนนี้อาวุธจะถูกขนย้าย และความผิดทั้งหมดจะโยนไปให้พวกมัน แผนการนี้ไร้รอยต่อยิ่งนัก!"
ในความมืดมิด ณ มุมหนึ่งของห้องหนังสือที่ซ้อนทับด้วยเงาฉากกั้นลายมังกรจำหลัก หลิวหยางเฟยยืนนิ่งสงบดั่งรูปสลักหยก นางสวมชุดคลุมสตรีชนชั้นสูงสีครามเข้มปักลายเมฆมงคลด้วยด้ายสีเงินยววง เส้นผมสีดำสนิทถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีตด้วยปิ่นหยกขาวสลักรูปดอกเหมย ดวฃตาดอกบัวคู่นั้นทอดมองความโง่เขลาเบื้องหน้าด้วยความเย็นชาไร้ก้นบึ้ง
*ไร้รอยต่ออย่างนั้นหรือ...*
มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา งดงามราวดอกไม้พิษที่กำลังแย้มกลีบในยามราตรี
สามวันก่อน นางจงใจปล่อยข่าวเรื่องฎีกาตรวจสอบคลังหลวงออกไปเพื่อบีบให้สุนัขจนตรอกอย่างซ่งจื้อหยวนต้องดิ้นรนหาทางออก และนางยังเป็นผู้ "จัดฉอง" เส้นทางการเงินปลอมๆ รวมถึงตั๋วแลกเงินห้าแสนตำลึงนั้นด้วยมือตนเอง โดยใช้ตราประทับปลอมของตระกูลหลี่ที่นางเก็บกวาดมาจากสนามรบในชาติก่อน ส่งตรงถึงมือซ่งจื้อหยวนผ่านสายลับสองหน้าของนางเอง
ทุกย่างก้าวของสองพ่อลูกตระกูลซ่ง ล้วนเดินอยู่บนเส้นด้ายที่นางร้อยเรียงไว้ทั้งหมดแล้ว
"นายท่านเจ้าคะ! มีเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!" บ่าวรับใช้ผู้หนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้าของซ่งจื้อหยวน "กองปราบปรามราชสำนักนำโดย... นำโดยชินอ๋องจิ้นอี้ กำลังเคลื่อนพลปิดล้อมจวนของเราแล้วพ่ะย่ะค่ะ! พวกเขากล่าวหาว่าเรา... เราสบถคบคิดกับกบฏต่างแคว้น!"
เพล้ง!
ถ้วยชาในมือของซ่งจื้อหยวนร่วงหล่นแตกกระจาย น้ำชาสีอำพันสาดกระเซ็นเปื้อนชายเสื้อคลุมปักดิ้นทอง หน้าของเขาซีดเผือดราวกระดาษไร้สีเลือด "เป็นไปได้อย่างไร! ข้าเพิ่งจะ... ข้ายังไม่ได้เริ่มลงมือเลยนะ!"
"ท่านพ่อ! พวกมันรู้ได้อย่างไร!" ซ่งอี้หลานกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก วิ่งเข้าไปเขย่าแขนบิดาจนเครื่องประดับบนศีรษะสั่นไหว "เราต้องหนี! ท่านพ่อ พาหนีเร็วเข้า!"
"หนีหรือ? พวกเจ้าคิดจะหนีไปที่ใดกัน?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำ เยือกเย็นดุจน้ำค้างแข็งกลางฤดูหนาวดังขึ้นจากหน้าประตูห้องหนังสือ ร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิทปักลายมังกรห้ากรงเล็บด้วยด้ายสีทองทมิฬก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ อากาศรอบตัวราวกับลดลงจนเกือบกลายเป็นน้ำแข็ง จิ้นอี้ ชินอ๋องผู้เหี้ยมโหดปรากฏกายขึ้นพร้อมรัศมีอำนาจที่กดทับจนทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองสองพ่อลูกตระกูลซ่งด้วยความเหยียดหยามสูงสุด
ตามมาด้วยร่างระหงของหลิวหยางเฟยที่ก้าวเดินออกมาจากเงาฉากกั้นอย่างสง่างาม นางประสานมือคารวะชินอี้ด้วยท่าทีนอบน้อม แต่รอยยิ้มที่มุมปากนั้นกลับสร้างความหนาวเหน็บให้แก่ผู้พบเห็นยิ่งกว่าลมหนาว
"ถวายบังคมเพคะท่านอ๋อง หม่อมฉันทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายเรียบร้อยแล้วเพคะ" เสียงหวานใสก้องกังวานในความเงียบงัน
ซ่งจื้อหยวนเบิกตากว้างจนแทบถลน เมื่อมองเห็นภาพของหลิวหยางเฟยยืนเคียงข้างชินอ๋องอย่างสนิทสนม สมองอันเชื่องช้าของเขาเริ่มประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ในเสี้ยววินาที "เจ้า... หลิวหยางเฟย! นังสารเลว! ทุกอย่างเป็นแผนของเจ้า!"
"เสนาบดีซ่งกล่าววาจาให้ระวังด้วยนะคะ" หยางเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ราวกับกำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ "แผนการกบฏ ขนย้ายอาวุธ และตั๋วแลกเงินห้าแสนตำลึงบนโต๊ะนั้น ล้วนเป็นหลักฐานมัดตัวท่านแน่นหนา ยิ่งกว่าเชือกป่านที่ใช้ผูกคอเสียอีก ท่านเป็นคนเลือกเส้นทางนี้เอง ไฉนจึงมาโทษผู้อื่นเล่าคะ"
"เจ้า... เจ้าหลอกข้า! เจ้าจงใจบีบให้ข้าติดต่อกับแคว้นหลี!" ซ่งจื้อหยวนกระอเลือดออกมาคำโตด้วยความคับแค้นใจ ความโลภและความหวาดกลัวผสมปนเปจนสติแทบหลุดกระเจิง เขาชี้หน้าหลิวหยางเฟยด้วยมือที่สั่นเทา "ข้าจะฆ่าแก!"
ซ่งจื้อหยวนคว้ากระบี่ที่แขวนอยู่ข้างผนังพุ่งเข้าหาหยางเฟยด้วยความบ้าคลั่ง
ทว่ายังไม่ทันที่คมกระบี่จะเข้าใกล้กายนางแม้แต่เพียงครึ่งชุ่น ร่างของเขาก็ถูกพลังลมอันรุนแรงซัดจนกระเด็นลอยไปกระแทกกับชั้นหนังสือเสียงดังสนั่นหวั่นไหว หนังสือตำรานับร้อยเล่มร่วงหล่นลงมาทับถมร่างของเขาจนแทบจมหายไป
จิ้นอี้เก็บฝ่ามือกลับอย่างไม่แยแส แววตาคู่นั้นมองซ่งจื้อหยวนราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่งที่น่ารังเกียจ "บังอาจล่วงเกินพระชายาในอนาคตของเปิ่นหวัง โทษนี้คงต้องให้เจ้าไปสำนึกต่อหน้ายมบาลแทนแล้วกระมัง"
ซ่งจื้อหยวนกระอเลือดออกมาอีกระลอก ร่างกายแหลกเหลวจากการกระแทกและแรงกดดันจากลมปราณของชินอ๋อง เขานอนหายใจรวยรินอยู่ใต้กองหนังสือ สายตาพร่ามัวมองเห็นเพียงรองเท้าปักลายเมฆของหลิวหยางเฟยที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า
หยางเฟยย่อกายลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเรียวงามหยิบตั๋วแลกเงินห้าแสนตำลึงขึ้นมาพิจารณาเล่นอย่างใจเย็น รอยยิ้มบนใบหน้าของนางงดงามหยาดเยิ้ม ทว่าแววตากลับว่างเปล่าและเย็นชาไร้ความปรานี
"ท่านเสนาบดีซ่งคะ" นางเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของปีศาจยามวิกาล "ความรู้สึกของการตกหลุมพรางที่ตนเองขุดขึ้นมาฝังตัวเอง... สนุกดีไหมคะ?"
ซ่งจื้อหยวนอ้าปากพะงาบๆ คล้ายอยากจะเอ่ยคำสาปแช่ง แต่วิญญาณกลับหลุดลอยออกไปจากร่างเสียก่อน ดวงตาเบิกค้างด้วยความแค้นเคืองและหวาดกลัวจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต
ซ่งอี้หลานเห็นบิดาสิ้นใจตายต่อหน้าต่อตา นางก็กรีดร้องออกมาสุดเสียงด้วยความสติแตก ล้มพับลงไปกองกับพื้น ปัสสาวะราดรดชายผ้าจนเกิดกลิ่นคาวคลุ้งไปทั่วห้อง ทว่าชินอ๋องจิ้นอี้กลับมิได้ชายตามองนางแม้แต่น้อย เขากลับหันมามองสตรีในดวงใจ นัยน์ตาคู่นคมที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งบัดนี้กลับทอประกายความอ่อนโยนลึกล้ำยามทอดมองนาง
"เจ้าจัดการพวกมันได้อย่างงดงามยิ่งนัก ชายาของข้า" จิ้นอี้เอ่ยพางยื่นมือหนาออกไปกอบกุมมือเรียวนุ่มของหยางเฟยไว้ นิ้วเรียวสอดประสานกันแน่นท่ามกลางกลิ่นควันกำยานและกลิ่นเลือดคาวคลุ้ง
หยางเฟยเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้เคียงข้าง นางระบายยิ้มบางเบาที่จริงใจที่สุดออกมาให้เขาเห็นเพียงผู้เดียว ก่อนที่หางตาจะเหลือบไปเห็นกองเอกสารลับฉบับหนึ่งที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ชั้นหนังสือที่พังทลาย—เอกสารที่ซ่งจื้อหยวนใช้ซ่อนรายชื่อขุนนางกังฉินอีกครึ่งหนึ่งในราชสำนักที่ยังไม่ถูกเปิดโปง
ทว่า... เมื่อหยางเฟยเอื้อมมือไปหยิบเอกสารฉบับนั้นขึ้นมาพลิกดู ลมหายใจของนางก็ต้องสะดุดกึก รอยยิ้มบนริมฝีปากแข็งค้างไปในทันที
ลายมือที่เขียนอยู่บนกระดาษแผ่นนั้น... หาใช่ลายมือของซ่งจื้อหยวนไม่ แต่กลับเป็นลายมืออันเป็นเอกลักษณ์ของ "คนผู้หนึ่ง" ที่นางคิดว่าตายไปตั้งแต่ชาติก่อนแล้ว!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบความสะใจในบทนี้นะคะ! ❤️
-- เงียบแต่ฟาดเรียบ --
กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้เย็นชา•ตอนที่ 24
แผนลวงคนโฉด
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!