กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้เย็นชา•ตอนที่ 25

บทเพลงแห่งความอาดูร

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นหมึกปี้ว์โยวชั้นดีอบอวลคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นกฤษณาเผาไหม้ในเตาสำริดรูปทรงหงส์เหิน ทว่าบรรยากาศภายในห้องหนังสือลับกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ปลายนิ้วเรียวดั่งลำหญ้าคาของหลิวหยางเฟยที่กำลังสั่นระริก มิได้เกิดจากความหวาดกลัว หากแต่เป็นความทรงจำอันโสมمที่ถูกกระชากให้พุ่งทะยานขึ้นมาจากก้นบึ้งแห่งห้วงเวลา ความเจ็บปวดจากคมดาบที่เคยเสียบทะลุ4ร่า-กในชาติก่อนกลับมาเด่นชัดจนราวกับว่าแผลนั้นยังคงสดใหม่ บนโต๊ะไม้จันทน์แดงแผ่นนั้น... กระดาษสาเนื้อบางเบาราวปีกจักจั่น ปรากฏอักษรพู่กันที่ตวัดโครงสร้างอย่างแข็งกร้าวแต่แฝงด้วยความอ่อนช้อย ลายเส้นที่ลากตวัดหางพู่กันราวกับมังกรทะยานขึ้นสู่ฟ้า เส้นขีดแต่ละตัวล้วนมีเอกลักษณ์ที่นางจดจำได้แม่นยำยิ่งกว่าลายมือของตนเอง *หาใช่ลายมือของซ่งจื้อหยวนไม่...* นั่นคือลายมือของ "หลี่กงกง" ขันทีคนสนิทผู้กุมความลับดำมืดแห่งตำหนักใน... ผู้ซึ่งนางเคยส่งศพลงสู่โลงศพด้วยมือตนเองเมื่อสามปีก่อนในชาติก่อน! "เป็นไปได้อย่างไร..." เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากที่ซีดเผือดของหลิวหยางเฟย นางก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัวจนสะโพกชนเข้ากับชั้นตำราโบราณ เสียงคัมภีร์หนังแกะหล่นกระทบพื้นดังสะท้อนก้องในความเงียบงัน ความทรงจำสองภพชาติซ้อนทับกันจนแยกไม่ออก ภาพในอดีตชาติที่นางเคยถูกหลอกใช้ให้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ค่อยๆ เคลื่อนทับซ้อนกับกระดานหมากในปัจจุบัน เงาสีดำทะมึนของบุรุษผู้กุมอำนาจอยู่เบื้องหลังบัลลังก์มังกรค่อยๆ ชัดเจนขึ้น คนผู้นั้นไม่ได้ตายไปพร้อมกับเพลิงกัลป์แห่งตำหนักเย็นอย่างที่นางเคยเข้าใจ... เขายังมีชีวิตอยู่ และกำลังชักใยอยู่เบื้องหลังความวุ่นวายทั้งหมดในราชสำนักครั้งนี้! *แอ๊ด...* เสียงประตูลานด้านนอกถูกผลักเปิดออกแผ่วเบา ท่ามกลางความเงียบยามวิกาล ฝایเท้าราบเรียบแต่หนักแน่นมั่นคงก้าวเข้ามาในความสลัว ร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์คลุมยาวสีนิลปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงินยวดยิ่งขับเน้นรัศมีเยือกเย็นดุร้าย จิ้นอี้ ชินอ๋อง ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังนาง ระยะห่างเพียงคืบทำให้กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยแผ่ซ่านโอบล้อมร่างของนางไว้ทั้งหมด "หยางเฟย..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงก้อนน้ำแข็งกระทบกันในถ้วยกระเบื้องเคลือบดังขึ้นแผ่วเบา แฝงความกังวลลึกล้ำที่เขามักซ่อนเร้นไว้ภายใต้หน้ากากความไร้หัวใจเสมอ "เจ้าหมกตัวอยู่ในห้องนี้นานเกินไปแล้ว ดึกดื่นป่านนี้ เหตุใดจึงยังไม่ยอมพักผ่อน สายตาของเจ้า... กำลังหวาดกลัวสิ่งใดกัน?" หลิวหยางเฟยไม่ตอบคำถาม นางค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาดอกท้อคู่สวยที่เคยสงบนิ่งดั่งบึงน้ำโบราณบัดนี้ไหวระริก รibฝีปากสั่นระเทือนเล็กน้อยยามเอ่ยคำ "ท่านอ๋อง... หม่อมฉันเพิ่งตระหนักได้ว่า... หมากกระดานนี้ หาใช่เกมระหว่างเรากับตระกูลซ่งไม่" นางเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของเขา น้ำเสียงสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "แต่พวกเรา... เป็นเพียงหมากในมือของคนผู้หนึ่งที่เฝ้ามองดูพวกเราแก้แค้นมาโดยตลอดต่างหาก" จิ้นอี้ขมวดคิ้วมุ่น นิ้วเรียวยาวเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวของนางไว้ด้วยแรงบีบที่มั่นคงและอบอุ่น สัมผัสจากเขาราวกับสมอเรือที่ช่วยยึดโยงสติอันกระเจิดกระเจิงของนางให้กลับคืนมา เขากวาดสายตาคมกริบมองไปยังกระดาษบนโต๊ะ ทันทีที่เห็นตัวอักษรเหล่านั้น ประกายตาดุร้ายวาวโรจน์ขึ้นชั่วพริบตาก่อนจะกลับคืนสู่ความเยือกเย็นดั่งหินผา "เจ้าหมายถึง..." จิ้นอี้เอ่ยเสียงลอดไรฟัน บรรยากาศรอบตัวพลันกดดันจนแทบหายใจไม่ออก "เพคะ" หลิวหยางเฟยสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตระหนก "หลี่กงกง... คนผู้นั้นยังไม่ตาย และเขากำลังเล่นสนุกอยู่บนหยาดเลือดของพวกเรา" ทว่า ก่อนที่ทั้งสองจะได้เอ่ยสิ่งใดต่อ แสงคบเพลิงสว่างวาบขึ้นนอกหน้าต่างกระดาษ เสียงฝีเท้าของทหารองครักษ์นับร้อยนายกำลังเร่งรัดฝีเท้าเข้ามาล้อมตำหนักส่วนตัวของชินอ๋องไว้รอบด้านอย่างรวดเร็วผิดปกติ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงประกาศก้องกังวานจากขันทีหน้าพระพักตร์ที่นำราชโองการด่วนที่สุดมาถึง "พระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! ชินอ๋องและกุนซือหลิวหยางเฟย... มีความผิดฐานสมคบคิดกับกบฏ ซ่องสุมกำลังพลในยามวิกาล! ให้ทหารหลวงจับกุมตัวเข้าคุกหลวงทันที ผู้ใดขัดขืนมีโทษประหารทั้งโคตร!" จิ้นอี้แค่นหัวเราะออกมาคำหนึ่งอย่างเยียบเย็น แววตาคมกริบฉายแววฆ่าฟันรุนแรง เขาตวัดแขนเสื้อกวาดร่างของหลิวหยางเฟยเข้าสู่อ้อมอกอย่างปกป้องทันที ขณะที่มืออีกข้างกระชับด้ามกระบี่ประจำกายที่สลักลวดลายมังกรโบราณไว้แน่น "ดูท่า... 'คนผู้นั้น' จะรีบร้อนอยากให้พวกเราตายเสียจริงนะเพคะ" หลิวหยางเฟยซุกใบหน้าลงกับอิงพักตร์ของชินอ๋อง รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แม้สถานการณ์จะคับขันถึงขีดสุด แต่แววตากลับลุกโชนด้วยประกายแห่งการเอาชนะ ประตูห้องหนังสือถูกถีบพังทลายลงด้วยแรงมหาศาล กลุ่มทหารหลวงในชุดเกราะเหล็กวาววับพร้อมอาวุธครบมือกรูกันเข้ามา ทว่าท่ามกลางความโกลาหลนั้น จิ้นอี้กลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขากระซิบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่มั่นคงดั่งขุนเขา "จับมือเปิ่นหวังไว้... ไม่ว่าเบื้องหลังหน้ากากนั้นจะเป็นใคร วันนี้เปิ่นหวังจะลากคอมันมาลงนรกไปพร้อมกับเรา" เงียบแต่ฟาดเรียบขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในเส้นทางแห่งการแก้แค้นอันงดงามนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%