กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้เย็นชา•ตอนที่ 26

ม่านหมอกที่จางลง

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอายของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นกำยานไม้กฤษณาอบอวลอยู่ในห้องทรงอักษรลับ แสงจากตะเกียงทองเหลืองหล่อรูปหงส์ส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของหลิวหยางเฟย นางกำลังใช้พู่กันขนหมาป่าปลายแหลมตวัดตัวอักษรลงบนกระดาษสาเนื้อบางเบาราวกับปีกจั๊กจั่น ทุกรอยตวัดเส้นล้วนมั่น คง เต็มไปด้วยแรงกดและน้ำหนักที่แสดงถึงสติปัญญาอันเฉียบคมที่ถูกขัดเกลามาแล้วจากความตายครั้งหนึ่ง มือหนาอบอุ่นของจิ้นอี้ยังคงกุมมือเรียวของนางไว้แน่น แม้ว่าการเขียนอักษรจะดำเนินต่อไปโดยปราศจากการติดขัด ความอบอุ่นจากฝ่ามือของชินอ๋องผู้เยือกเย็นดุร้ายผู้นี้ เปรียบเสมือนเตาผิงในฤดูหนาวอันเหน็บหนาว เป็นเกราะคุ้ม กันเดียวที่นางยอมให้โอบล้อมกายเอาไว้ "เจ้ากำลังลากเส้นโยงใยไปถึงห้องเครื่องหลวง... แปลว่าเจ้ามิได้สงสัยเพียงแค่เสนาบดีหลี่ผู้โง่เขลานั้นแต่แรกแล้วสินะ, หยางเฟย" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ยามราตรีเอ่ยขึ้น ชินอ๋องจิ้นอี้โน้มพระVโศรกเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับกรอบหน้าเนียนนุ่มของนาง ชุดคลุมผ้าต่วนสีนิลปักลายมังกรห้าเล็บด้วยดิ้นทองเคลื่อนไหวตามจังหวะการขยับพระวรกาย ส่งกลิ่นอายอำนาจอันน่าเกรงขามที่แผ่ซ่านกดดันไปทั่วห้อง หยางเฟยชะอักพู่กันเล็กน้อย ดวงตาดอกท้อคู่สวยหันกลับไปสบกับนัยน์ตาดุจเหยี่ยวคู่นั้น มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา ทว่าไร้ซึ่งความรื่นรมย์ "หม่อมฉันไม่เคยเชื่อว่าสุนัขที่เห่าเสียงดังในท้องพระโรงจะมีปัญญาคุมบังเหียนรถม้าได้ด้วยตนเองเพคะ, ท่านอ๋อง" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวล ทว่าบาดลึก "เสนาบดีหลี่เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกชักใยด้วยผลประโยชน์และความโลภ แต่มือที่อยู่เบื้องหลังเงาสลัวต่างหาก... คือผู้ที่ถือเชิดหุ่นเชือกนี้อย่างแท้จริง" แผนผังความสัมพันธ์ตระกูลขุนนางและเบี้ยล่างในราชสำนักที่นางเขียนขึ้น ค่อยๆ เผยภาพความจริงอันน่าสะพรึงกลัว เมื่อหมึกสีดำแต้มลงบนชื่อสุดท้าย—ชื่อที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีอำนาจเอื้อมไปถึงฝ่ายในและห้องเครื่องหลวงได้พร้อมๆ กัน ตราประทับหยกรูปหงส์คู่... รอยประทับที่ปรากฏบนกระดาษสาทุกแผ่นที่ถูกส่งออกจากจวนอัครเสนาบดีเมื่อเจ็ดปีก่อน เป็นหลักฐานชิ้นเดียวกับที่เคยปลิดชีวีของบิดานาง และเป็นสิ่งเดียวกับที่ประทับอยู่บนจดหมายลับในตำหนักของพระสนมเอกผู้ทรงอิทธิพล จิ้นอี้หรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกจากพระวรกายจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที พระองค์ทรงจำรอยประทับนั้นได้แม่นยำ มันคือตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ของ... *ไทเฮา* "เสด็จย้าวด้านนอก... กล้ามือยาวถึงเพียงนี้เชียวหรือ" น้ำเสียงของจิ้นอี้เต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและรอยเย้ยหยัน "เบื้องหน้าทรงถือศีลกินเจ สวดมนต์ภาวนาในตำหนักเงียบสงบ แต่เบื้องหลังกลับชักใยขุนนางเพื่อสูบกินโลหิตของแผ่นดิน และส่งยาพิษเข้าปลิดชีพคนของเปิ่นหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า" "อำนาจและความเย่อหยิ่งไม่เคยปรานีผู้ใดเพคะ, ท่านอ๋อง" หยางเฟยเอ่ยพลางวางพู่กันลงอย่างแผ่วเบา นางพลิกกระดาษแผ่นนั้นให้เห็นรอยต่อของกลลวงทั้งหมด "หากไทเฮาคือผู้บงการตัวจริง เช่นนั้นการตายของมารดาหม่อมฉันเมื่อชาติก่อน และการลอบปลงพระชนม์ท่านอ๋องในคืนเทศกาลโคมไฟ... ก็ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน พวกเขากลัวว่าอำนาจในมือท่านจะสั่นคลอนบัลลังก์ที่พวกเขาสร้างขึ้นจากซากศพ" จิ้นอี้ไม่ได้ตรัสสิ่งใดตอบทันที พระองค์ทอดพระเนตรดวงพักตร์งดงามที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและริ้วรอยแห่งความแค้นที่ถูกเก็บงำไว้นานปี พระหัตถ์หนายื่นไปลูบไล้แก้มเนียนนุ่มแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนนี้มีเพียงนางเท่านั้นที่ได้รับจากบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเลือดเย็นที่สุดในแคว้น "เปิ่นหวังเคยให้สัญญาไว้แล้วอย่างไรเล่า..." สุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยแนบชิดใบหูของนาง พาให้ขนลุกซู่ "ไม่ว่าเบื้องหลังหน้ากากอันบริสุทธิ์นั้นจะเป็นผู้ใด ต่อให้เป็นมารดาแผ่นดิน... เปิ่นหวังก็จะกระชากหน้ากากของนางลงมาเหยียบย่ำใต้ฝ่าเท้า ให้พวกมันรู้ว่าการกล้าแตะต้องคนที่เปิ่นหวังรัก มีจุดจบเช่นไร" หัวใจของหยางเฟยกระตุกวูบ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางความหนาวเหน็บของความแค้น นางซบใบหน้าลงกับฝ่ามืออุ่นนั้นโดยไม่หลบเลี่ยง ปล่อยให้ความมั่นคงของบุรุษผู้นี้เป็นที่พักพิง ทว่าในขณะเดียวกัน แววตาทั้งคู่ก็กลับมาคมกริบดั่งใบมีดอาบยาพิษ เกมกระดานตานี้... กำลังจะขยับเข้าสู่จุดแตกหักแล้ว ทว่า ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องทรงอักษรเต็มไปด้วยความเงียบงันอันหนักหน่วง เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูรัวเร็วจากด้านนอกก็ดังขึ้นทำลายความเงียบนั้น ขัดจังหวะช่วงเวลาอันลึกซึ้งทันที *ก๊อก ก๊อก ก๊อก!* "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงร้อนรนของขันทีสนิทดังทะลุบานประตูไม้แกะสลักเข้ามา "องครักษ์ม้าเร่งเพิ่งกลับมาจากเขตชายแดน... พระสนมเอกผู้เป็นพระขนิษฐาของไทเฮา ทรงส่งกองกำลังลับเคลื่อนพลเข้าประชิดประตูเมืองหลวงทางทิศเหนือแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" จิ้นอี้ชะงักพระองค์เล็กน้อย ดวงเนตรคมกริบวาวโรจน์ขึ้นด้วยประกายเพลิงแห่งความโทสะ พระองค์ทรงตวัดพระเนตรมองแผ่นกระดาษบนโต๊ะที่มีชื่อของไทเฮาเด่นหรา ก่อนจะแย้มพระสรวลเหี้ยมเกรียมออกมา ไทเฮารู้ตัวเร็วกว่าที่คาดไว้... และพวกมันเลือกที่จะเปิดฉากบุกก่อนที่แผนการของพวกเขาจะสมบูรณ์แบบ หยางเฟยผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชายเสื้อคลุมผ้าไหมปักลายดอกเหมยสะบัดพลิ้วไหวตามการเคลื่อนไหว นางหยิบกระบี่ประจำกายที่วางพิงอยู่ข้างโต๊ะขึ้นมาถือไว้มั่น ความเยือกเย็นและสง่างามแผ่ซ่านออกมาจากร่างระหงราวกับเทพเซียนสงคราม "ดูท่า... พวกมันคงทนรอให้เราลากคอมารดาแผ่นดินลงนรกไม่ไหวแล้วกระมังเพคะ, ท่านอ๋อง" นางเอ่ยเสียงเย็นเยียบ รอยยิ้มงดงามปรากฏขึ้นที่มุมปาก ทว่ากลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าภูตผี จิ้นอี้แย้มพระสรวลต่ำในลำพระCศ พระองค์ทรงลุกขึ้นยืนเคียงข้างนาง ทรงดึงกระบี่ออกจากฝัก เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ง* กังวานบาดแก้วหู ประกาศถึงศึกนองเลือดที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ ราตรีกาลนี้ "เช่นนั้น... เปิ่นหวังจะเปิดประตูเมืองต้อนรับพวกมันด้วยอาบโลหิตของพวกมันเอง" จิ้นอี้เอ่ยจบ พระองค์ก็ทรงคว้าข้อมือเรียวของหยางเฟยไว้แน่น เตรียมก้าวเดินออกไปเผชิญหน้ากับกองทัพกบฏที่มาเยือนถึงหน้าประตูวัง ทว่า ในวินาทีที่ทั้งสองกำลังจะก้าวพ้นธรณีประตูห้องทรงอักษรนั้นเอง... เสียงกงوินระฆังเตือนภัยจากหอนาฬิกาลวงใจกลางเมืองหลวงก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว *ก้อง... ก้อง... ก้อง...* และพร้อมกันนั้น... พลุสัญญาณเพลิงสีเลือดสามนัดก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรี เหนือตำหนักหลักของไทเฮา! หยางเฟยสะท้านเฮือกเมื่อมองลอดหน้าต่างออกไปเห็นประกายเพลิงสีเลือดนั้น นางหันขวับกลับมามองจิ้นอี้ด้วยดวงตาเบิกกว้าง "ไม่ใช่กองกำลังจากชายแดน..." นางอุทานเสียงเครียด "นั่นคือสัญญาณสั่งการ... ไทเฮาไม่ได้คิดจะบุกจากภายนอก แต่พวกมันกำลังจะลงมือ *ปลงพระชนม์ฮ่องเต้* และโยนความผิดให้ท่านอ๋องจาก *ภายในวังหลวง* ตอนนี้เลยต่างหาก!" จิ้นอี้ชะงักฝีเท้าทันที ดวงเนตรคมกริบหรี่แคบลงอย่างอันตราย เมื่อตระหนักได้ว่าตนเองกำลังติดอยู่ใน "กับดักซ้อนกับดัก" ที่แยบยลที่สุด! ...................................................................... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุการเมืองและคมดาบเคียงข้างกุนซือหญิงของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! — เงียบแต่ฟาดเรียบ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%