กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้เย็นชา•ตอนที่ 27

หมากตัวสุดท้ายของฝ่ายตรงข้าม

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอายของกำยานจันทน์หอมที่ลอยวนอยู่ในห้องหนังสือหลวงถูกกลบด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่โชยมากับสายลมยามราตรี ก้านธูปในกระถางทองเหลืองมรดกตกทอดจากราชสำนักยุคก่อนมอดดับลงครึ่งหนึ่งแล้ว ทิ้งไว้เพียงควันสีเทาบางเบาที่ขดตัวราวกับงูพิษกำลังรอเวลาฉกกัด หลิวหยางเฟยไม่แม้แต่จะชายตามองกระถางธูปนั้น ดวงตาคู่หงส์ที่ลึกล้ำดั่งห้วงสมุทรทอดมองออกไปนอกหน้าต่างบานแกะสลักลายเมฆมงคล ที่ซึ่งเงาตะคุ่มของเหล่าองค์รักษ์เสื้อแพรเคลื่อนไหววับๆ แวมๆ อยู่ใต้ร่มเงาของต้นเหมันต์ "พวกเขาลงมือเร็วกว่าที่คาดไว้สามั่วยามนะคะ... ดูท่าเสนาบดีฝานคงร้อนรนเสียจนไม่อาจรอให้ถึงรุ่งสาง" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น และเจือแววเย้ยหยันอยู่จางๆ นิ้วเรียวดั่งลำเทียนกำลังบรรจงฝนหมึกจีนบนแท่นหมึกหยกเนื้อเนียน เสียง *ขูด... ขูด...* ดังประสานกับเสียงฝนตกปรอยๆ ภายนอก สร้างบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ เสื้อคลุมผ้าต่วนสีนิลปักดิ้นเงินลายเมฆาและหงส์เหิรขยับไหวตามจังหวะการเคลื่อนไหว ท่วงท่าของนางสง่างามและเปี่ยมด้วยอำนาจโดยไม่ต้องเปล่งเสียงขู่คำราม จิ้นอี้ ชินอ๋องผู้ประทับอยู่บนเก้าอี้พนักสูงสลักลายพยัคฆ์คำราม ทรงมิได้ขยับพระวรกายแม้แต่น้อย ดวงเนตรคมกริบดั่งใบมีดน้ำแข็งสะท้อนเปลวไฟจากตะเกียงสำริด พระหัตถ์ข้างหนึ่งหมุนแหวนหยกมันวาวบนนิ้วโป้งอย่างช้าๆ รัศมีกดดันแผ่ซ่านออกมารอบบริเวณ จนทำให้พ่อบ้านฉินที่ยืนคุกเข่าตัวสั่นอยู่เบื้องล่างต้องก้มหน้าชิดพื้น "มันกล้าดียังไง ถึงได้บุกจับตัวหมอหลวงซ่งถึงเรือนพักส่วนตัว" น้ำเสียงของท่านอ๋องต่ำลึกและเปี่ยมด้วยจิตสังหารที่แทบจะควบแน่นเป็นรูปธรรม "หรือมันคิดว่าอำนาจในมือของตระกูลฝาน จะสามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้จริงๆ" "พวกเขาไม่ได้คิดจะพลิกฟ้าหรอกค่ะท่านอ๋อง..." หลิวหยางเฟยหยุดมือที่กำลังฝนหมึก นางเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแคว้น รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความขบขัน "แต่พวกเขากำลังจนตรอก... หมอหลวงซ่งกุมหลักฐานบัญชีส่วยลับที่เชื่อมโยงกับเหมืองเหล็กทางใต้ หากความจริงนี้หลุดออกไปถึงพระเนตรพระกรรณของฮ่องเต้ หัวของตระกูลฝานและพวกพ้องคงมิอาจประดับบนบ่าได้จนถึงสิ้นเดือนนี้อย่างแน่นอน การจับกุมคนใกล้ชิดจึงเป็นหนทางเดียวที่หมาจนตรอกอย่างพวกมันเลือกใช้" คำว่า *'หมาจนตรอก'* ถูกเอ่ยออกมาด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ราบเรียบแต่น่ากลัวยิ่ง "เจ้าวางหมากตานี้ไว้ล่อเสือออกจากถ้ำตั้งแต่แรก... ยอมให้หมอหลวงซ่งถูกจับ เพื่อแลกกับการเปิดโปงเส้นทางขนถ่ายอาวุธเถื่อนสินะ หลิวหยางเฟย เจ้าช่างเป็นสตรีที่โหดเหี้ยมและใจดำเสียยิ่งกว่ากษัตริย์ไร้คุณธรรมบางพระองค์เสียอีก" จิ้นอี้ตรัสด้วยพระพักตร์ที่ฉายแววพึงพอใจลึกๆ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่หากผู้อื่นได้เห็นคงสิ้นสติด้วยความหวาดกลัว แต่มันกลับทำให้ความงดงามเยือกเย็นของพระองค์น่าเกรงขามยิ่งขึ้นไปอีก "ความโหดเหี้ยมของหม่อมฉัน หากเทียบกับหยาดโลหิตของราษฎรนับหมื่นที่ต้องตายเพราะความโลภของพวกมันแล้ว ก็เป็นเพียงแค่ลมพัดผ่านเท่านั้นแหละค่ะ" หยางเฟยตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน นางก้าวเท้าช้าๆ เข้าไปใกล้บุรุษผู้เป็นดั่งฟ้าค้ำจุน ผ้าแพรปักลายดอกโบตั๋นสีชาดที่ชายกระโปรงลู่ตามการก้าวเดิน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยขาวที่นางชอบใช้ลอยอบอวลตัดกับกลิ่นคาวเลือดเมื่อครู่ได้อย่างน่าประหลาด ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องหนังสือไม้สักทองก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต เสียงลมพัดกรรโชกกระชากเปลวไฟในตะเกียงให้วูบไหว ร่างขององค์รักษ์เงาผู้หนึ่งพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์ เนื้อตัวชุ่มโชกไปด้วยหยาดฝนและคราบโลหิต "ทูลท่านอ๋อง! กุนซือหลิว! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงนั้นสั่นระริกด้วยความตระหนก "คนของตระกูลฝานไม่ได้แค่จับตัวหมอหลวงซ่งเท่านั้น แต่พวกมัน... พวกมันบุกเข้าปล้นเรือนพักของตระกูลหลิว และตอนนี้กำลังพาตัว 'หลิวฮูหยิน' มารดาของคุณหนู ไปกักตัวไว้ที่คุกใต้ดินสำนักชิงหลางเพื่อใช้เป็นเครื่องต่อรองพ่ะย่ะค่ะ!" สิ้นเสียงรายงาน บรรยากาศภายในห้องหนังสือก็ดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งทันที รอยยิ้มบนพระพักตร์ของจิ้นอี้หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย ดวงเนตรคมกริบฉายแววอำมหิตดุจพยัคฆ์ร้ายที่ถูกลูบคม พระหัตถ์ที่กำพนักเก้าอี้ไว้บีบเข้าหากันจนเสียงไม้ลั่นเปรี๊ยะ พลังกดดันระดับอ๋องผู้บัญชาการทหารแสนนายแผ่กระจายออกจนพ่อบ้านฉินถึงกับล้มพับลงไปกองกับพื้นด้วยความหายใจไม่ออก ทว่า... หลิวหยางเฟยผู้ซึ่งควรจะกรีดร้องหรือตื่นตระหนกเมื่อมารดาบังเกิดเกล้าถูกใช้เป็นตัวประกัน กลับนิ่งงัน นางไม่ได้ขยับเขยื้อnเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย แท่นหมึกในมือยังคงถูกถือไว้มั่น ปิ่นปักผมไข่มุกราตรีบนมวยผมสีดำสนิทสั่นไหวเล็กน้อยตามแรงลม ดวงตาคู่หงส์ที่ลึกล้ำประกายแสงวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง... เป็นประกายแสงที่แม้แต่จิ้นอี้เองก็ยังต้องทรงชะงัก "บังอาจนัก..." จิ้นอี้ตรัสด้วยสุ้มเสียงต่ำลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "เปิ่นหวางจะสั่งการให้กองกำลังทหารม้าทมิฬบดขยี้สำนักชิงหลางให้ราบเป็นหน้ากลองภายในหนึ่งก้านธูปนี้!" "ช้าก่อนค่ะท่านอ๋อง..." เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราวดาบเพชรตัดผ่านความเงียบ หลิวหยางเฟยยกมือขึ้นห้ามช้าๆ นางวางแท่นหมึกในมือลงบนโต๊ะอย่างประณีตบรรจง ราวกับไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าการจัดวางเครื่องเขียนเหล่านี้ให้เข้าที่เข้าทาง นางเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรของชินอ๋อง ริมฝีปากบางเฉียบแย้มยิ้มออกมา... เป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มปานหยาดน้ำค้างบนกลีบดอกไม้ แต่กลับซ่อนความดุร้ายของคมมีดที่เคลือบยาพิษไว้จนหมดสิ้น "พวกมันคิดว่ามารดาคือจุดอ่อนที่เปราะบางที่สุดของหม่อมฉัน... ช่างเป็นความคิดที่โง่เขลาเสียจริง" หยางเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับกำลังพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศ นางก้าวเข้าไปใกล้จิ้นอี้อีกก้าวหนึ่ง จนชายเสื้อคลุมของทั้งสองเกือบจะสัมผัสกัน "ในเมื่อตระกูลฝานอุตส่าห์ขุดหลุมฝังศพให้ตนเองด้วยความกระตือรือร้นถึงเพียงนี้แล้ว... หม่อมฉันผู้เป็นกุนซือ ไฉนเลยจะกล้าปฏิเสธความหวังดีของพวกมันเล่าคะ" นางหันไปมององค์รักษ์เงาที่คุกเข่าอยู่ สั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่ทรงพลังยิ่งกว่าประกาศิตใดๆ "ไปบอกคนของเรา... เปิดทางให้พวกมันพาตัวท่านแม่เข้าไปในคุกใต้ดินสำนักชิงหลางได้ตามสบาย และ..." หลิวหยางเฟยเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายแห่งชัยชนะที่วางแผนไว้หมดแล้ว "จุดพลุสัญญาณสีเพลิงแจ้งเตือนหน่วยจู่โจมลับประจำเขตตะวันตก คืนนี้... เราจะปิดประตูตีแมว เผาบ้านตระกูลฝานให้มอดไหม้ไปพร้อมกับความโลภของพวกมันให้สิ้นซาก!" จิ้นอี้ทอดพระเนตรสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลอมรวมทั้งความลุ่มหลงและความยำเกรง พระองค์ทรงแย้มพระสรุปออกมาบางเบາอย่างคนรู้ทันเกม "ดูท่า... หมากตัวสุดท้ายที่เจ้าจงใจทิ้งไว้ให้พวกมันเก็บ ไม่ใช่หมอหลวงซ่ง แต่เป็นตัวของเจ้าเองต่างหาก หลิวหยางเฟย" "หม่อมฉันเพียงแค่เดินหมากนำหน้าพวกมันไปสามก้าวเท่านั้นเองเพคะ..." นางย่อกายทำความเคารพอย่างงดงามตามแบบแผนราชสำนัก ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากกลับเย้ายวนและอันตรายยิ่งกว่าภูตผีปีศาจ "เชิญท่านอ๋องเสด็จไปทอดพระเนตรการแสดงงิ้วฉากใหญ่ด้วยกันเถอะค่ะ รับรองว่าคืนนี้... เลือดของศัตรูจะไหลนองจนแผ่นดินต้องจารึก" ทว่า ในวินาทีที่หลิวหยางเฟยหมุนตัวเพื่อหยิบหน้ากากเงินประจำตำแหน่งกุนซือขึ้นมาสวม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายก็ดังกระหึ่มขึ้นจากลานด้านนอก พร้อมกับเสียงประกาศก้องกังวานที่ทำให้ลมหายใจของทุกคนในห้องต้องสะดุดกัก *"ราชโองการด่วนจากท้องพระโรง! ชินอ๋องและกุนซือหลิว... ถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดกับกบฏ ล้อมจับตัวไว้ทันที ผู้ใดขัดขืนมีโทษประหารเก้าชั่วโคตร!"* ดวงตาของหลิวหยางเฟยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเป็นครั้งแรก... แผนการทุกอย่างสมบูรณ์แบบ ไฉนจึงมีราชโองการปลอมนี้ตัดหน้าขึ้นมาก่อนที่กองกำลังของพวกนางจะเคลื่อนไหว? — ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมฝ่าพายุคมดาบและกลยุทธ์อันเชือดเฉือนเคียงข้างกุนซือหญิงของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! — เงียบแต่ฟาดเรียบ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%