กลิ่นอายของกำยานจันทน์หอมราคาแพงระยับลอยวนอยู่ในตำหนักรับรอง แผ่ไอความอุ่นที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ เจือปน เช่นเดียวกับสายตาของบุรุษเบื้องหน้า—‘ไป๋จือฮ่าว’ อดีตคู่หมั้นผู้เคยเอ่ยวาจาสัตย์สาบานต่อหน้าฟ้าดินว่าจะร่วมเรียงเคียงหมอนกับหลิวหยางเฟย จนกระทั่งวันที่ตระกูลหลิวถูกตราหน้าว่ากบฏ รอยยิ้มอุ่นซึ้งคู่นั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นคมดาบที่แทงทะลุหัวใจนางในชาติภพก่อนอย่างไม่ลังเล
“เจ้ากล้าดียังไงถึงมารวมกลุ่มอยู่ในงานเลี้ยงรับรองของกรมพิธีการได้ หยางเฟย… หรือเพราะบารมีของชินอ๋องผู้เยือกเย็นผู้นั้น ทำให้เจ้าหลงระเริงจนลืมฐานะหญิงไร้หัวนอนปลายเท้าไปเสียแล้ว”
น้ำเสียงนั้นยังคงทุ้มนุ่มน่าฟังในความทรงจำ ทว่ายามนี้กลับเจือด้วยความดูแคลนและระแวดระวังอย่างปิดไม่มิด ไป๋จือฮ่าวในชุดคลุมผ้าไหมปักลายเมฆสีครามเข้มคาดดิ้นเงิน ประดับหยกแพะขาวบริสุทธิ์ที่เอว รูปร่างสูงสง่าและใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่เคยทำให้หัวใจนางเคยสั่นไหว บัดนี้กลับดูสามัญและน่าสมเพชในสายตาของกุนซือหญิงผู้ผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง
หยางเฟยไม่ได้ขยับกายหนี นางเพียงแต่หมุนจอกสุราเคลือบมุกในมือช้าๆ ปล่อยให้ของเหลวสีอำพันสะท้อนแสงไฟวับแวม นางสวมอาภรณ์ปักลายหงส์เพลิงสีแดงสดตัดกับผ้าแพรต่วนสีดำสนิท ขับเน้นให้ผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบดูโดดเด่นเย้ายวนแต่ทว่าเยียบเย็น ปิ่นหยกเลือดมังกรบนมวยผมปักไว้อย่างมั่นคง ดุจดั่งเจตจำนงที่ไม่มีวันสั่นคลอน
“คุณชายไป๋จำคนผิดกระมังคะ” หยางเฟยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงใหญ่ที่ปราศจากระลอกคลื่น “สตรีที่ถูกประหารเพราะความอยุติธรรมเมื่อชาติก่อน… ได้ตายตกไปตามกาลเวลาแล้ว ส่วนสตรีที่นั่งอยู่เบื้องหน้าท่าน ณ ที่นี้ คือที่ปรึกษาคนสนิทของชินอ๋อง ผู้กุมชะตากรรมที่อาจทำให้สกุลไป๋ของท่านกลายเป็นเถ้าธุลีได้ภายในชั่วข้ามคืนต่างหากล่ะคะ”
ดวงตาคมกริบของไป๋จือฮ่าวหรี่แคบลงทันที เขาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะน้ำชา กลิ่นสุราและเหงื่อจางๆ ปะปนกับกลิ่นกำยาน “เจ้ากล้าขู่ข้าหรือ? คิดว่าเกาะชายกระโปรงของชินอ๋องผู้โหดเหี้ยมแล้วจะกำแหงเช่นนี้ได้งั้นรึ? เขาเป็นใคร… เขาก็แค่สัตว์ป่ากระหายเลือดที่ฮ่องเต้รอวันกำจัด เจ้าคิดว่าเขาจะปกป้องสตรีที่ไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างเจ้าไปได้ตลอดรอดฝั่งจริงหรือ หลิวหยางเฟย!”
คำว่า ‘ไร้หัวนอนปลายเท้า’ กระตุกมุมปากของนางให้ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มแต่กลับทำให้สันหลังของไป๋จือฮ่าวเย็นวาบราวกับถูกน้ำแข็งลูบไล้
“สัตว์ป่ากระหายเลือดอย่างท่านอ๋อง… อย่างน้อยก็ยังมีความสัตย์ซื่อต่อแผ่นดินและหัวใจของตนเอง มากกว่าสุนัขรับใช้ที่ยอมขายแม้กระทั่งวิญญาณและความรัก เพื่อแลกกับเศษยศถาบรรดาศักดิ์จากฮ่องเต้ผู้หูเบา มิใช่หรือคะ คุณชายไป๋” หยางเฟยเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตานิ่งสนิทดุจก้นบึ้งเหวอวิจี “หรือว่าท่านกำลังกลัว? กลัวว่าความลับเรื่องบัญชีลับการคลังทัพตระกูลไป๋ที่แอบติดต่อกับแคว้นเป่ยจะถูกเปิดเผยในท้องพระโรงวันพรุ่งนี้”
สีหน้าของไป๋จือฮ่าวเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที เลือดในกายเย็นเฉียบจนปลายนิ้วชาหนึบ เขารู้ดีว่าเรื่องบัญชีลับนั้นถูกเก็บไว้ในห้องนิรภัยที่มั่นคงที่สุด เหตุใด… เหตุใดสตรีผู้นี้ถึงล่วงรู้ แม้กระทั่งรายละเอียดปลีกย่อยที่เขาไม่เคยเอ่ยปากบอกใคร
“เจ้า… เจ้าพูดเรื่องเหลวไหลอะไร!” เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน มือหนากำเข้าหากันจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวตีรวนขึ้นมาในอก
“เหลวไหลหรือไม่… ลองก้มลงมองที่ชายเสื้อของท่านดูสิคะ” หยางเฟยปรายตามองต่ำ
ไป๋จือฮ่าวก้มลงมองตามโดยสัญชาตญาณ และต้องผงะถอยหลังไปสามก้าวเมื่อพบว่า ที่ชายเสื้อผ้าไหมปักลายเมฆของเขามีคราบผงชาสมุนไพรสีดำจางๆ ติดอยู่—มันคือชา ‘เหมันต์นิรันดร์’ ชาหายากที่มีเพียงคนสนิทของชินอ๋องเท่านั้นที่ครอบครอง และมันคือชนิดเดียวกับที่ใช้หยดลงบนเอกสารลับทางราชการที่เขารักษาไว้!
“เจ้าแอบเข้าไปในห้องหนังสือของข้า?!” เขาอุทานออกมาเสียงดังลั่นจนแขกเหรื่อรอบข้างเริ่มหันมามองด้วยความสงสัย
“หูตาของท่านอ๋องกว้างไกลปานใด ท่านก็น่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจนะคะ” หยางเฟยลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงในอาภรณ์หงส์เพลิงสูงสง่าจนไป๋จือฮ่าวต้องเงยหน้ามอง นางโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างใบหูของอดีตคนรักด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาดุจเสียงกระซิบของปีศาจยามวิกาล “ความแค้นที่พวกท่านมอบให้ตระกูลหลิว ข้าใช้เลือดและน้ำตาเป็นดอกเบี้ยทบต้น… และจำไว้เถอะค่ะไป๋จือฮ่าว ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของนรกบนดินที่ข้าเตรียมไว้ต้อนรับพวกท่านเท่านั้น”
นางผละตัวออกอย่างสง่างาม ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนแข็งค้างอยู่กับที่ ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยความหวาดกลัวที่กัดกินลึกลงไปถึงขั้วหัวใจ เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำอาฆาตเพื่อกู้หน้า ทว่าเสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงพร้อมกับไอเย็นเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วรัศมีสิบก้าวก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน
ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรเงินดุร้ายปรากฏขึ้นที่ประตูตำหนัก จิ้นอี้ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งพันปี ดวงเนตรคมกริบกวาดมองไป๋จือฮ่าวด้วยสายตาที่เปรียบเสมือนมองมดปลวก ก่อนที่พระองค์จะหยุดยืนเคียงข้างกายหยางเฟยอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ พระหัตถ์หนายื่นมาโอบเอวบางไว้หลวมๆ ทว่ามั่นคง
“กล้าดียังไงมารังควานคนของเปิ่นหวาง” สสุรเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบตรัสก้องไปทั่วตำหนัก จนทุกคนต้องคุกเข่าลงหมอบกราบด้วยความหวาดกลัว
ไป๋จือฮ่าวหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เขากำลังจะคุกเข่าลงโขกศีรษะขอประทานอภัย ทว่าจิ้นอี้กลับไม่ได้สนใจไยดีแม้แต่น้อย พระองค์ก้มพระพักตร์ลงกระซิบข้างพระ कर्ण (หู) ของกุนซือคนโปรดด้วยน้ำเสียงที่อ่อน
โยนลงอย่างเห็นได้ชัด ทว่าในวินาทีถัดมา มหาดเล็กคนสนิทของชินอ๋องก็ก้าวเข้ามาคุกเข่าพร้อมกับยื่นสาส์นลับฉบับหนึ่งถวาย
จิ้นอี้รับมาคลี่ออกอ่านเพียงแวบเดียว มุมพระโอษฐ์หยักลึกก็ยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ก่อนจะส่งสาส์นนั้นให้หยางเฟยทอดพระเนตร… เอ๊ย ทอดสายตามอง
ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นข้อความในสาส์นลับฉบับนั้น—มันคือพระราชโองการลับสละราชสมบัติที่ถูกปลอมแปลงลายมือขึ้นโดยฮองเฮาและเสนาบดีฝ่ายซ้าย ซึ่งถูกดักจับได้ที่ชายแดนใต้เมื่อหนึ่งกัณฑ์เวลาก่อนหน้านี้!
ทว่า… สิ่งที่ทำให้หยางเฟยวาดรอยยิ้มเยือกเย็นออกมา ไม่ใช่เพราะเนื้อหาในสาส์น
แต่เป็นเพราะตราประทับสีชาดที่มุมกระดาษ… มันเป็นตราประทับประจำตัวของ ‘องค์ชายใหญ่’ ผู้ซึ่งควรจะสิ้นชีพในสนามรบไปเมื่อสามปีก่อนอย่างไร้ร่องรอย!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำความแค้นและกลยุทธ์อันเชือดเฉือนนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้เย็นชา•ตอนที่ 20
คมพยศแห่งอดีต
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!