กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้เย็นชา•ตอนที่ 19

กับดักความรัก

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอายของกำยานหมื่นลี้คละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นชาอู่หลงชั้นเลิศ ทว่าบรรยากาศภายในห้องหนังสือลับของตำหนักชินอ๋องกลับเยือกเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก หลิวหยางเฟยยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้จันทน์แดงสลักลวดลายหงส์มังกร นางสวมชุดกระโปรงยาวผ้าแพรต่วนสีม่วงเข้มปักดิ้นทองลายเมฆมงคล ทับด้วยเสื้อคลุมยาวผ้าโปร่งบางเบาสีขาวบริสุทธิ์ ขับเน้นให้เรือนร่างระหงดูสง่างามราวกับเทพเซียนหลุดมาจากภาพวาด ทว่าแววตาคู่คมกลับฉายประกายเยียบเย็นดุจใบมีดซ่อนในฝัก "เจ้ากล้าดียังไง ถึงเดินเข้ามาในเขตหวงห้ามของข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต หลิวหยางเฟย" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นจากมุมมืด ร่างสูงสง่าของจิ้นอี้ หรือชินอ๋องผู้โหดเหี้ยม ก้าวออกมาจากเงาสลัว พระองค์ทรงสวมฉลองพระองค์สีดำสนิทปักลายมังกรห้ากรงเล็บด้วยดิ้นเงินเข้ม ขอบปกเสื้อกุดเฉียงตามแบบฉบับองค์ชายผู้กุมอำนาจทหาร ประกายตาสีดำสนิทคู่นั้นดุดันและลุ่มลึกยากหยั่งถึง หยางเฟยมิได้สะทกสะท้าน นางแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษอย่างงดงาม "หากหม่อมฉันไม่บุกรุกเข้ามาด้วยตนเอง เกรงว่าสายตาของพวกไสยศัตรูที่รายล้อมตำหนักแห่งนี้คงรายงานเรื่องที่เราสองคน 'หมางเมิน' ต่อกันจนพวกมันวางใจแล้วกระมังเพคะ ท่านอ๋อง" สิ้นคำ ประตูบานสลักด้านนอกก็แว่วเสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมเสียงรายงานของขันทีหน้าห้องว่า "ไทเฮาآทรงส่งคนมาตรวจตราความเรียบร้อยพะยะค่ะ!" หัวใจของเกมการเมืองเรือนหลังถูกบีบกระชั้นเข้ามาในเสี้ยววินาที จิ้นอี้ขมวดพระขนงเข้าหากันเล็กน้อย พระองค์ก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายบุรุษเพศอันตรายและกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ จากสนามรบลอยปะทะนาง หลิวหยางเฟยไม่ถอยหลังหนี กลับเงยหน้าขึ้นสบตาพระองค์อย่างไม่เกรงกลัว ทว่าในจังหวะที่เงาของทหารยามทาบทับลงบนบานประตู กระดาษสาบางเบาฉายเงาร่างคนกำลังเดินใกล้เข้ามา จิ้นอี้ก็ยื่นมือหนาคว้าเอวบางของนางเข้าหาพระองค์อย่างกะทันหัน "โอ๊ย..." หยางเฟยอุทานเบาๆ อย่างตกใจ ใบหน้าเนียนแนบชิดเข้ากับแผงอกกว้างภายใต้ผ้าแพรสีดำสนิท "อย่าขยับ" พระสุรเสียงกระซิบต่ำชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกชัน "หากเจ้าไม่อยากให้แผนการสามปีที่ผ่านมาพังทลายลงในคืนนี้ จงทำตัวให้เหมือนสตรีที่กำลังตกอยู่ในห้วงเสน่หาของข้าเสีย" น้ำเสียงของพระองค์มิได้ล้อเล่น แววตาคมกริบกวาดมองไปทางประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับแสงคบเพลิงสว่างวาบ ภาพที่สายตาของผู้ตรวจการจากตำหนักไทเฮาเห็นผ่านช่องว่างของฉากกั้นไม้แกะสลัก คือภาพของชินอ๋องผู้เยือกเย็นดุร้าย กำลังโอบกอดกุนซือสาวผู้เลอโฉมไว้แนบอก พระหัตถ์ข้างหนึ่งประคองเอวคอดกิ่วไว้อย่างทะนุถนอม ส่วนพระพักตร์โน้มลงต่ำราวกับกำลังจะประทับรอยจูบลงบนเรียวปากอิ่มน้ำของนาง ท่ามกลางกองฎีกาที่กระจัดกระจายราวกับคู่รักที่กำลังเร่าร้อนจนลืมสำรวม "อะแฮ่ม! ถวายพระพรท่านอ๋อง หม่อมฉันมารับพระราชเสาวนีย์... เอ๊ย มารับรายงานแทนไทเฮาพะยะค่ะ" เสียงขันทีผู้ติดตามสะดุ้งสุดตัว รีบเบือนหน้าหนีด้วยความตื่นตระหนก ละล่ำละลักถอยหลังกรูดแทบไม่ทัน จิ้นอี้ยังคงไม่คลายอ้อมแขน พระองค์เหลือบสายตาคมปลาบไปยังบานประตู ตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กดดันจนอีกฝ่ายแทบหยุดหายใจ "ออกไปให้พ้น! และอย่าได้บังarhanรบกวนเวลาส่วนตัวของเราระหว่างข้ากับกุนซือหลิวอีก หากใครกล้าเหยียบเข้ามาใกล้ห้องนี้อีกก้าวเดียว ข้าจะตัดหัวพวกมันเสียบประจานหน้าประตูเมือง!" "พะยะค่ะ! หม่อมฉันทูลลา! ขอประทานอภัยด้วยพะยะค่ะ!" เสียงฝีเท้าวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงหายลับไปในความมืด พร้อมกับเสียงลงกลอนประตูไม้ด้านนอกที่ปิดสนิทลงอย่างรวดเร็ว บรรยากาศภายในห้องกลับคืนสู่ความเงียบงันอีกครั้ง ทว่าความร้อนระอุจากร่างกายที่แนบชิดกันกลับมิได้จางหายไปไหน หลิวหยางเฟยสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่หนักแน่นและรวดเร็วผิดปรกติจากบุรุษตรงหน้า นางเงยหน้าขึ้นสบตาพระองค์ ตั้งใจจะเอ่ยปากขอบคุณและผลักไสร่างสูงออก ทว่าจิ้นอี้กลับมิได้ปล่อยนาง พระเนตรคมกริบทอดมองดวงพักตร์หวานล้ำที่แดงก่ำด้วยความโกรธปนความเขินอาย มุมพระโอษฐ์หยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ราวกับเสือร้ายที่กำลังหยอกเย้าเหยื่อในกรงเล็บ "ดูเหมือนว่า... บทบาทการแสดงเมื่อครู่ของเจ้า จะสมจริงเกินไปจนหัวใจของกุนซือหลิวเต้นแรงไม่เป็นจังหวะแล้วกระมัง" "ท่านอ๋องโปรดสำรวมด้วยเพคะ หม่อมฉันเพียงแต่ทำตามหน้าที่" หยางเฟยกล่าวเสียงลอดไรฟัน พยายามบิดข้อมือให้หลุดพ้นจากการเกาะกุม ทว่าอ้อมแขนแกร่งกลับรัดแน่นขึ้น ราวกับคีมเหล็กที่หลอมรวมร่างของนางไว้กับพระองค์ "หน้าที่รึ?" จิ้นอี้ทวนคำ พระองค์โน้มพระพักตร์ลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้มเนียนนุ่ม สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกเหมยหลงฤดูที่ติดอยู่บนเรือนผมของนาง "มีหน้าที่ใดในแผ่นดินนี้ ที่อนุญาตให้สตรีกล้าต่อรองและจ้องตาข้าเช่นนี้ได้... นอกจากเจ้า หลิวหยางเฟย" หัวใจของหยางเฟยกระตุกวูบ นางจ้องมองลึกลงไปในนัยน์ตาคู่นั้น ภายใต้ความเยือกเย็นดุร้ายและอำนาจล้นฟ้า มีประกายความห่วงใยและคำมั่นสัญญาบางอย่างที่ซ่อนเร้นมาเนิ่นนานสะท้อนออกมา ความเจ็บปวดจากอดีตชาติที่ถูกหักหลังและปล่อยให้ตายอย่างโดดเดี่ยวค่อยๆ ถูกชำระล้างด้วยความอบอุ่นอันดุดันของบุรุษผู้นี้ มือเรียวบางที่เคยเตรียมถืออาศัยพิษสังหาร ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นวางทาบลงบนอกเสื้อสีดำสนิทสัมผัสจังหวะหัวใจของพระองค์ นางหลุบตาลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนความไหววูบในแววตา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย "หากแผนการลอบสังหารตระกูลหลี่ในคืนพรุ่งนี้ล้มเหลว... ท่านจะทำอย่างไรเพคะ" จิ้นอี้เงียบไปครู่หนึ่ง พระองค์ใช้พระหัตถ์ข้างหนึ่งยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนของนางออกอย่างอ่อนโยน สัมผัสที่นุ่มนวลขัดกับฐานะอันน่าสะพรึงกลัวของพระองค์อย่างสิ้นเชิง "ไม่มีคำว่าล้มเหลว" พระสุรเสียงทุ้มต่ำทรงพลัง เอ่ยหนักแน่นราوกับการประกาศิตสวรรค์ "เพราะข้าเตรียมกองกำลังลับเจ็ดร้อยนายล้อมรอบจวนตระกูลหลี่ไว้หมดแล้ว และที่สำคัญที่สุด..." พระองค์หยุดชั่วครู่ ก่อนจะโน้มพระโอษฐ์กระซิบชิดริมฝีปากอิ่มน้ำของนางด้วยถ้อยคำที่ทำให้ลมหายใจของหยางเฟยสะดุดกุนซือสาวแทบสิ้นสติ "...ข้าไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงที่ข้าใช้เวลาทั้งชีวิตรอคอย ต้องตายไปต่อหน้าต่อตาข้าเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด" ยังไม่ทันที่หยางเฟยจะได้ไตร่ตรองความหมายอันลึกซึ้งในพระSuraเสียงนั้น เสียงเคาะประตูดังรัวสามครั้งติดต่อกันจากขันทีคนสนิทนอกห้องก็ทำลายความเงียบขึ้นอย่างกะทันหัน "ทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพะยะค่ะ! ราชโองการด่วนที่สุดจากฮ่องเต้ส่งตรงมาถึงตำหนักแล้ว ทรงมีรับสั่งให้ท่านนำกำลังทหารสามหมื่นนายบุกเข้าตรวจค้นคลังแสงลับทางทิศเหนือ... ภายในคืนนี้พะยะค่ะ!" จิ้นอี้ชะงัก พระเนตรคมกริบเปลี่ยนเป็นเข้มจัดในทันที พระองค์ผละออกจากร่างของหยางเฟยช้าๆ ทว่าสายตายังคงจับจ้องที่นางไม่วางตา หยางเฟยขมวดคิ้วแน่น สติปัญญาอันเฉียบแหลมประมวลผลในเสี้ยววินาที "คลังแสงทิศเหนือถูกเปิดเผยแล้ว? เป็นไปไม่ได้... นั่นคือจุดซ่อนเสบียงลับที่เราใช้เล่นงานพวกกบฏ ข่าวนี้รั่วไหลไปถึงพระเนตรพระकर्णाได้อย่างไร" จิ้นอี้คว้ากระบี่ประจำพระองค์ขึ้นมาคาดเอว พระองค์หันมามองนางด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะยื่นราชโองการสีเหลืองทองประทับตราหยกมังกรที่เพิ่งถูกส่งเข้ามาให้, หลิวหยางเฟยรับมาเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว และเมื่อสายตากวาดมองถึงบรรทัดสุดท้าย ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง— ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟาดฟันเกมการเมืองอันเชือดเฉือนนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%