กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้เย็นชา•ตอนที่ 11

กรงขังที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
เสียงสะท้อนของแผ่นกระดาษสาเนื้อดีที่ถูกกรีดด้วยมีดพับเล่มเล็กดัง *‘แคว่ก’* ท่ามกลางความเงียบงันของห้องหนังสือบูรพา ช่างบาดลึกและระคายหูผู้ฟังยิ่งนัก หลิวหยางเฟยไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากกองบัญชีลับที่เพิ่งถูกลักลอบนำมาจากหอคลังกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ นางยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่ง ดั่งผืนน้ำในบึงลึกยามไร้ลมระลอก อาภรณ์ปักลายหงส์เหมันต์สีเทาเงินสะท้อนแสงตะเกียงน้ำมันหอมหมื่นลี้วับแวม นางตวัดพู่กันขนกระต่ายป่าลงบนสมุดบันทึกด้วยลายเส้นเฉียบคมและแม่นยำ ทุกตัวอักษรที่จารึกลงไปคือหลักฐานมัดตัวที่พร้อมจะดึงรั้งคอเสื้อของขุนนางผู้ทุจริตให้หลุดลอยจากบ่าในยามรุ่งสาง "เสนาบดีหลี่คงนอนไม่หลับไปอีกหลายคืน หากรู้ว่าบัญชีส่วยเหมืองเกลือสามมณฑลตกมาอยู่ในมือของเจ้า... เฟยเอ๋อร์" เสียงทุ้มต่ำดั่งหินผาบดเบียดดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง จิ้นอี้ (ชินอ๋อง) ก้าวออกมาจากเงาทึบของเสาไม้จันทน์หอม อาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นลายมังกรทมิฬกลืนไปกับความมืดมิด มีเพียงนัยน์ตาดั่งคมมีดน้ำแข็งคู่นั้นที่ทอประกายวับวับวาววาว ร่างสูงใหญ่หยุดยืนอยู่เบื้องหลังเก้าอี้ที่นางนั่งอยู่ ก่อนที่ฝ่ามือสอบอุ่นจัดจะวางทับลงบนหลังมือเรียวที่กำลังถือพู่กันอย่างถือวิสาสะ หยางเฟยชะงักมือเล็กน้อย นางมิได้สะดุ้งตกใจ ปล่อยให้ปลายนิ้วแข็งกระด้างของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดในแคว้นกุมทับลงมาอย่างสนิทสนม "หม่อมฉันเพียงทำในสิ่งที่สมควรทำเพค่ะ ท่านอ๋อง" นางเอ่ยเสียงเรียบ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาที่ปัดผ่านต้นคอระหงไม่ได้ทำให้นางไขว้เขว "รัชทายาททรงพึ่งพาเงินสนับสนุนจากเหมืองเกลือของตระกูลหลี่เพื่อใช้ซื้อเสียงขุนนางฝ่ายบู๊ในกำมือ หากเราตัดท่อน้ำเลี้ยงนี้เสีย ในงานเลี้ยงฉลองเทศกาลสารทจีนสัปดาห์หน้า... ปีกขององค์รัชทายาทก็จะถูกถอนจนหมดสิ้น" จิ้นอี้โน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนปลายจมูกโด่งคมคลอเคลียอยู่กับเรือนผมหอมกลิ่นดอกไม้ป่าของนาง แววตาเยือกเย็นคู่นั้นทอประกายระอุขึ้นวูบหนึ่งอย่างลึกล้ำ "เจ้าช่างใจกล้าเหิมเกริมขึ้นทุกวันแล้วนะ... การสกัดขาขุนนางกังฉินสายตรงของรัชทายาท ไม่ต่างอะไรกับการเหยียบหางพยัคฆ์ในถ้ำมืด บัญชีพวกนี้ต่อให้มีร้อยชีวิตก็อาจไม่พอชดใช้หากความแตก" "ถ้าเช่นนั้น... ท่านอ๋องทรงกลัวความผิดนี้ด้วยหรือไม่เพค่ะ?" หยางเฟยหมุนตัวกลับเผชิญหน้า ดวงตากลมโตสุกสกาวดั่งดวงดาวในคืนเดือนมืดจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไร้ความหวาดกลัว มุมปากหยักลึกประดับรอยยิ้มเย้าหยอกที่หาดูได้ยาก "หากหม่อมฉันลากพรรคพวกของรัชทายาทลงนรกไปด้วยกัน พระองค์จะทรงรังเกียจกุนซือสตรีผู้มีมือเปื้อนเลือดคนนี้ไหมล่ะเพค่ะ" จิ้นอี้แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยเสน่ห์อันตราย เขายื่นมืออีกข้างขึ้นเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนของนางออกอย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับสถานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดยิ่งนัก "มือเปื้อนเลือดของเจ้า... งดงามและน่ามองกว่าบัลลังก์มังกรเน่าเฟะพวกนั้นเสียอีก เฟยเอ๋อร์" เขากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงจริงจังและมั่นคงดั่งคำสัตย์ปฏิญาณ "อยากเล่นสนุกใหญ่โตแค่ไหน... ข้าจะคอยกางกรงเล็บหนุนหลังให้เจ้าเอง ใครกล้าแตะต้องเส้นผมของเจ้าแม้แต่เส้นเดียว ข้าจะผ่าร่างมันเป็นร้อยท่อน" แม้ถ้อยคำจะเชือดเฉือนและเต็มไปด้วยกลิ่นอายคาวเลือด ทว่าหัวใจของหญิงสาวกลับกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ ความแค้นในชาติภพก่อนที่เคยแผดเผาร่างกายจนมอดไหม้ บัดนี้กลับถูกหล่อหลอมให้กลายเป็นเกราะเหล็กอันแข็งแกร่งด้วยความรักความเข้าใจที่ลึกซึ้งดั่งหินผาของบุรุษผู้นี้ แผนการขั้นเด็ดขาดถูกวางไว้สมบูรณ์แบบในค่ำคืนนั้น บัญชีลับถูกคัดลอกแบ่งเป็นสามชุด ชุดแรกส่งตรงถึงมือตุลาการศาลต้าหลี่ ชุดที่สองถูกหย่อนลงในจดหมายลับของแม่ทัพพิทักษ์ชายแดนผู้เที่ยงธรรม และชุดสุดท้าย... ถูกซ่อนไว้ใต้เบาะรองนั่งในท้องพระโรง เพื่อรอเวลาให้รัชทายาทเปิดอ่านมันท่ามกลางขุนนางนับร้อยในเช้าวันรุ่งขึ้น ทว่า... ในขณะที่หยางเฟยกำลังจะม้วนฎีกาลับฉบับสุดท้าย เสียงฝีเท้าเร่งรีบราวกับเหยียบอยู่บนใบไม้แห้งก็ดังแว่วมาจากนอกตำหนัก ประตูไม้แกะสลักถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง ขันทีคนสนิทของตำหนักในวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าตัวสั่นเทาจนแทบหมอบราบกับพื้นห้อง "กราบทูลท่านอ๋อง! คุณหนูหลิว! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพค่ะ!" ขันทีหนุ่มละล่ำละลักละเมอเอ่ยวาจาแทบไม่เป็นภาษา จิ้นอี้ขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาดุจดั่งใบมีดหันไปตวัดมองผู้มาเยือนด้วยความไม่พอใจ "มีเรื่องอันใด เหตุใดจึงเสียมารยาทเช่นนี้!" "พระสนมเอก... พระสนมเอกทรง... ทรงถูกลอบปลิดชีพในตำหนักเย็นเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนเพค่ะ! และ... และในที่เกิดเหตุ... มีตราประทับประจำตัวของท่านกุนซือหลิวตกอยู่ พร้อมกับราชโองการลับฉบับใหม่ที่เพิ่งถูกส่งตรงมาจากฮ่องเต้!" หลิวหยางเฟยชะงักงัน พู่กันในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นหินอ่อนเสียงดัง *‘กริ๊ง’* หยดหมึกสีดำสนิทกระเซ็นเปรอะเปื้อนอาภรณ์ปักลายหงส์ราวกับหยาดโลหิตที่กระเด็นจากคมดาบ **จิ้นอี้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บรรยากาศรอบกายแปรเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกดั่งพายุหิมะในชั่วพริบตา เมื่อแผ่นป้ายหยกประจำตัวของหยางเฟยที่ควรจะอยู่กับตัวนาง กลับถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือมัดคอในคดีปลิดชีพสนมเอกกลางดึกเช่นนี้!** ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินหมากและฟาดฟันความอยุติธรรมไปพร้อมกับข้าพเจ้าเสมอนะคะ (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%