กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้เย็นชา•ตอนที่ 14

ความลับในป่าท้อ

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นหอมละมุนของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มข้ามปีลอยกรุ่นเคล้าคลอไปกับกลิ่นอายอับชื้นของผืนป่าท้อโบราณยามราตรี กลีบดอกสีชมพูเรื่อร่วงหล่นโปรยปรายลงบนอาภรณ์ปักดิ้นทองลายพยัคฆ์ซ่อนลายเมฆของชินอ๋องจิ้นอี้ ราวกับเกล็ดหิมะสีโลหิตที่โปรยปทุมมาบนร่างของผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ "เจ้าจงใจพาข้ามาที่นี่ เพื่อรื้อฟื้นความทรงจำอันโสมมในอดีตกระนั้นหรือ, หยางเฟย" น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายในความมืดเอ่ยขึ้น แฝงไว้ด้วยความร้าวรานที่ถูกกัก เก็บไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็นมาเนิ่นนาน ดวงเนตรคมกลาบกวาดมองสตรีตรงหน้าที่ยืนสงบนิ่งอยู่ใต้เงาไม้ใหญ่ นางในชุดผ้าไหมแพรต่วนสีจันทร์กระจ่างปักลายกิ่งเหมยขับเน้นให้เอวบางดูระหง ทว่าความเด็ดเดี่ยวในแววตานั้นกลับคมกริบยิ่งกว่ากระบี่ในฝัก หลิวหยางเฟยมิได้สะทกสะท้านต่อน้ำเสียงคุกคามนั้น นางเพียงแต่ยกปลายนิ้วเรียวขึ้นจัดสาบเสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวของตนเองอย่างเชื่องช้า แววตาดุจกวางน้อยแต่เปี่ยมด้วยเล่ห์เหลี่ยมของหมาป่ากวาดมองไปรอบอาณาบริเวณที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นลานประหารชีวิตมารดาของเขาและเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความแค้นอันไร้จุดสิ้นสุด "ความทรงจำอันโสมมหรือเพคะ, ท่านอ๋อง?" หยางเฟยทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่แต่กลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "หม่อมฉันเพียงแต่มองเห็น... เงาของเด็กชายผู้เคยคุกเข่าอ้อนวอนต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ผู้ไร้หัวใจ ในค่ำคืนที่หิมะสีเลือดกลบฝังทุกความยุติธรรมไว้ใต้ผืนดินแห่งนี้เท่านั้นเอง" ร่างสูงใหญ่ของจิ้นอี้สะท้านเฮือกอย่างเห็นได้ชัด ความทรงจำที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ด้วยกองศพและอำนาจ กลับถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอย่างง่ายดายด้วยวาจาเพียงไม่กี่คำของสตรีผู้นี้ มือหนาที่กำด้ามกระบี่ประจำกายสั่นเทาเล็กน้อย เส้นเลือดปูดโปーンบริเวณขมับบ่งบอกถึงพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำในอก "เจ้าไม่รู้หรอก... ว่าข้าต้องแลกด้วยอะไรบ้างเพื่อให้มีชีวิตรอดมาถึงวันนี้" จิ้นอี้ก้าวเข้าไปประชิดร่างบาง กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ติดตัวเขามาเนิ่นนานโอบล้อมกักขังนางไว้ระหว่างลำต้นทอโบราณกับแผงอกกว้าง "ข้าต้องเหยียบย่ำหัวใจตัวเอง ต้องกลายร่างเป็นปีศาจร้ายที่แม้แต่มารดาผู้ให้กำเนิด หากยังมีชีวิตอยู่ก็คงหวาดกลัว... ข้าทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า เพื่อไม่ให้ใครหน้าไหนมีอำนาจมาบดขยี้ข้าได้อีก" "แล้วมันคุ้มค่าหรือไม่เล่าเพคะ?" หลิวหยางเฟยแหงนเงยใบขึ้นสบตาเขาอย่างไร้ความหวาดกลัว ปลายนิ้วเย็นเฉียบของนางยื่นออกไปสัมผัสรอยแผลเป็นจางๆ ที่พาดผ่านมุมปากหยักลึกของเขาอย่างแผ่วเบา "การได้ครอบครองใต้หล้า แต่นอนหลับท่ามกลางฝันร้ายทุกค่ำคืน... การมีอำนาจล้นฟ้า แต่หัวใจกลับแห้งผากรากเน่าไร้ซึ่งความอบอุ่น ท่านอ๋องผู้เกรียงไกร... ท่านยังหลงเหลือความเป็นมนุษย์อยู่บ้างหรือไม่ หรือวิญญาณของท่านถูกฝังไว้ใต้ต้นทอนี้ตั้งแต่สิบปีก่อนไปแล้ว" สัมผัสนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่ากลางใจแกร่ง จิ้นอี้ชะงักงัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนนุ่มของสตรีตรงหน้า ดวงตาที่เคยดุดันและเย็นชาบัดนี้กลับไหวระริกราวกับผืนน้ำยถูกก้อนหินทุ่มลงไป ความเจ็บปวดที่เก็บงำมาเนิ่นนานนับทศวรรษพรั่งพรูออกมาผ่านน้ำเสียงที่แหบพร่า "ในวันที่พวกมัน... สั่งประหารมารดาของข้า ข้าทำได้เพียงยืนมองจากมุมมืดของตำหนักเย็น มือข้างนี้กุมกระบี่แน่นจนเลือดไหลอาบเพราะไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงร้อง" จิ้นอี้สารภาพความในใจที่ดำมืดที่สุดออกมา เสียงของเขาแทบจะกลืนหายไปกับเสียงสายลมที่พัดผ่านยอดไม้ "ข้าสัญญาต่อหน้าหลุมศพของนางว่า ข้าจะล้างบางสกุลหลี่ให้สิ้นซาก ข้าจะทำให้ทุกคนที่เคยหัวเราะเยาะข้าต้องชดใช้ด้วยเลือด... แต่หยางเฟย... ตั้งแต่ที่เจ้าก้าวเข้ามาในชีวิตของข้า... เจ้าทำให้ข้าเกลียดตัวเอง ที่ต้องแสดงด้านที่โสมมที่สุดให้สตรีที่ข้ารักที่สุดได้เห็น" คำว่า "สตรีที่ข้ารักที่สุด" หลุดออกมาจากริมฝีปากของเทพแห่งสงครามผู้เย็นชา ราวกับอาคมศักดิ์สิทธิ์ที่หยุดยั้งทุกสรรพสิ่งรอบกายให้หยุดนิ่ง หลิวหยางเฟยหัวใจกระตุกวูบ ความแค้นที่เคยสุมอกแทบแตกสลายกลายเป็นละอองไอน้ำ นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้โหดเหี้ยมกับคนทั้งโลกเพียงใด แต่กับนาง... เขากลับยอมควักหัวใจออกมาวางไว้บนฝ่ามืออย่างไม่นึกกลัวว่านางจะบดขยี้มันให้แหลกคามือ "ท่านไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้วเพคะ..." หลิวหยางเฟยเอ่ยเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ก่อนจะโอบกอดรอบเอวสอบของเขาไว้แน่น ซบใบหน้าลงกับแผงอกกว้างที่กำลังสะท้อนขึ้นลง "เพราะความแค้นของท่าน คือความแค้นของหม่อมฉัน... และเส้นทางนองเลือดนี้ หม่อมฉันจะเดินเคียงข้างท่านไปจนถึงจุดจบของแผ่นดิน" อ้อมแขนแกร่งตวัดโอบกอดร่างบางเข้ามาแนบอกราวกับต้องการหลอมรวมนางให้เป็นเนื้อเดียวกัน จิ้นอี้ซุกใบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มสูดดมกลิ่นกายหอมละมุนของนางราวกับคนใกล้ตายที่ได้พบหยาดน้ำทิพย์ ความเหน็บหนาวที่กัดกินหัวใจมาเนิ่นนานถูกละลายด้วยความอบอุ่นจากสตรีในอ้อมกอด ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันและความซาบซึ้งใจที่กำลังก่อตัวขึ้นในป่าท้อโบราณ... *แกรอบ...* เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นแผ่วเบาจากพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหลัง ท่ามกลางความมืดมิดที่ควรจะมีเพียงแค่พวกเขาสองคน กลับปรากฏเงาดำมหึมาสายหนึ่งพุ่งทะยานออกมาพร้อมประกายแสงวาววับของลูกศรอาบยาพิษที่พุ่งตรงมายังแผ่นหลังของชินอ๋องด้วยความเร็วราวสายฟ้าแลบ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและความแค้นอันล้ำลึกนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%