กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้เย็นชา•ตอนที่ 7

น้ำค้างหยดแรกแห่งความไว้ใจ

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอายของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มข้ามทศวรรษลอยอบอวลผสมผสานกับกลิ่นอายจางๆ ของสนหิมะในห้องทรงอักษรส่วนพระองค์ ความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่ไม่ได้สร้างความอึดอัด หากแต่กลับหนักอึ้งราวกับมีกองทัพนับหมื่นกำลังประจันหน้ากันด้วยสายตา หลิวหยางเฟยในอาภรณ์ปักลายหงส์เหมันต์สีขาวบริสุทธิ์ ขลิบชายด้วยด้ายเงินยวดยิ่งขับเน้นผิวพรรณผุดผ่องดั่งไข่มุกราตรี นางไม่ได้แสดงอาการหวาดหวั่นต่อบุรุษเบื้องหน้าแม้แต่น้อย ปลายนเรียวบางดุจลำหงส์กำลังประคองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ไว้อย่างนุ่มนวล ทว่าสายตาที่ทอดมองจิ้นอี้ ชินอ๋องผู้เยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี กลับมีความคมกริบดั่งใบมีดซ่อนเร้นอยู่ในคราบน้ำค้าง "ท่านอ๋องทรงจิบชานี้สักนิดเถอะค่ะ รสชาติอาจจะฝาดในคราแรก ทว่าความหวานล้ำที่ติดอยู่ปลายลิ้นในภายหลัง ย่อมคุ้มค่าแก่การอดทนรอ เช่นเดียวกับหมากตานี้ที่หม่อมฉันเพิ่งวางลงไป" เสียงหวานใสดังกังวานกังวาลก้องไปทั่วห้องทรงอักษร ร่างสูงสง่าในชุดคลุมยาวสีดำสนิทปักลายมังกรห้าเล็บด้วยด้ายทองคำทึบของจิ้นอี้ชะงักไปเล็กน้อย ดวงเนตรคมกลาบดั่งเหยี่ยวป่าก้มลงมองกระดานหมากล้อมตรงหน้า สีหน้าของเขาเรียบเฉยราพณ์พื้นน้ำในบึงลึกที่ไร้ระลอกคลื่น แต่ในใจกลับยอมรับอย่างเงียบงันว่า หลิวหยางเฟยผู้นี้... ช่างกล้าหาญและเหนือความคาดหมายเสียจริง หมากสีขาวเม็ดนั้นของนาง ปิดตายทางรอดของค่ายกลพยัคฆ์ที่เขาสะสมมานานถึงสามปีได้อย่างหมดจด จิ้นอี้แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกจนชวนให้ขนลุก "เจ้าช่างกล้าหาญนัก หลิวหยางเฟย... รู้หรือไม่ว่าการเดินหมากตานี้ เท่ากับเจ้าเอาชีวิตของตระกูลหลิวและตัวเจ้าเองมาแขวนไว้บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดผึ่งได้ทุกเมื่อ" หยางเฟยยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นงดงามหยาดเยิ้มแต่กลับอาบเคลือบด้วยพิษร้ายที่พร้อมปลิดชีพศัตรูได้ในคราเดียว นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ไม่มีอาการหลบเลี่ยงหรือสั่นเทา "ชีวิตของหม่อมฉัน ข้าพเจ้าได้ตายไปพร้อมกับกองเพลิงในตำหนักเย็นเมื่อชาติภพก่อนแล้วค่ะ เพลิงแค้นในวันนั้นหล่อหลอมให้หม่อมฉันมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อสิ่งเดียว... นั่นคือการลากคอพวกสุนัขรับใช้ที่เหยียบย่ำความยุติธรรมลงมาสยบแทบเท้า และหากท่านอ๋องทรงประสงค์จะใช้ประโยชน์จากความแค้นนี้ หม่อมฉันก็ยินดีถวายหัวใจที่เป็นดั่งคมดาบเล่มนี้ให้ท่านทรงใช้สอยตามพระประสงค์" คำพูดที่เอ่ยออกมาอย่างเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยว ทำให้แววตาของชินอ๋องไหววูบไปชั่วขณะ ความมืดมนที่เคยปิดตายหัวใจของเขามาเนิ่นนานคล้ายถูกแสงสว่างวาบจากดวงตาสุกสกาวของสตรีตรงหน้ากรีดทะลวงเข้ามารวมกัน สตรีส่วนใหญ่ที่เข้าหาเขา ล้วนมาพร้อมกับรอยยิ้มจอมปลอม คราบน้ำตาเสแสร้ง หรือไม่ก็ความทะเยอทะยานโง่เขลา มีเพียงหลิวหยางเฟย... สตรีผู้กุมสติปัญญาอันล้ำเลิศนางนี้ ที่มองทะลุปรุโปร่งถึงแก่นแท้แห่งอำนาจ และกล้าพอที่จะก้าวเข้ามาเหยียบย่างในแดนประหารเคียงข้างเขาอย่างไม่เกรงกลัวความตาย จิ้นอี้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำแผ่ซ่านไอสังหารอันทรงพลังที่กดดันให้บรรยากาศรอบกายแทบหยุดนิ่ง เขาก้าวเข้าไปใกล้หยางเฟยทีละก้าว จนกระทั่งกลิ่นอายบุรุษอันเย้ายวนและอันตรายแผ่คลุมร่างบางไว้ทั้งหมด ปลายนิ้วมือแข็งกระด้างที่ผ่านการจับดาบมานับไม่ถ้วนเอื้อมไปเชยคางมนของนางขึ้นเบาๆ "เจ้ามั่นใจนักหรือ ว่าเจ้าเป็นผู้ถือหมาก ไม่ใช่ข้า?" เสียงกระซิบต่ำพร่าดังอยู่ชิดริมใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนนุ่ม หยางเฟยไม่ถอยหนี นางกลับเอียงคอเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายแพรรำพรรณ "หากท่านอ๋องทรงมั่นใจว่าทรงเป็นผู้คุมเกม เหตุใดจึงยังไม่ทรงกวาดหมากสีขาวของหม่อมฉันตกกระดานเล่าคะ? หรือเป็นเพราะ... ท่านเองก็รู้ดีว่า หากไม่มีหม่อมฉัน แผนการกวาดล้างขุนนางกังฉินในครานี้ของท่าน ก็คงเป็นเพียงแค่ลมแล้งที่พัดผ่านวังหลวงไปเท่านั้น" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครา ทว่าคราวนี้มันเต็มไปด้วยกระแสความเร่าร้อนและแรงดึงดูดอันตรายที่ยากจะต้านทาน จิ้นอี้จ้องมองริมฝีปากอิ่มสีชาดที่ขยับเจรจาด้วยความมั่นใจ เขาพบว่าตนเองเริ่มเสพติดความเฉียบคมและความเด็ดเดี่ยวของสตรีผู้นี้เสียแล้ว "ดี..." น้ำเสียงทุ้มเอ่ยลอดไรฟันด้วยความพอใจ "ในเมื่อเจ้ากล้าเอาเดิมพันชีวิตมาวางไว้บนโต๊ะหมากของเปิ่นหวาง (อ๋องเช่นข้า) เช่นนั้นเรามาทำสัญญากัน... นับจากวันนี้เป็นต้นไป น้ำค้างหยดแรกแห่งความไว้ใจได้ร่วงหล่นลงบนแผ่นดินน้ำแข็งแห่งนี้แล้ว หลิวหยางเฟย เจ้าจงจำไว้ว่า เจ้าคือคนเดียวที่ได้รับสิทธิ์ยืนเคียงข้างข้าในฐานะผู้ชักใยเกมการเมืองนี้" หยางเฟยคลี่ยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่งดงามที่สุดตั้งแต่ชาติภพใหม่ของนางเริ่มต้นขึ้น นางประสานมือคารวะเขาด้วยความเคารพอย่างสูง "หม่อมฉันจะไม่ทำให้ท่านอ๋องต้องผิดหวังอย่างแน่นอนค่ะ" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผสานเป็นหนึ่งเดียวในความร่วมมืออันลึกล้ำ เสียงฝีเท้ารีบร้อนและเสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรวดเร็วจนลายสมาธิ "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงขององครักษ์เงาจ้าวลู่ดังแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... ส่งตรงถึงตำหนักชินอ๋องแล้วพ่ะย่ะค่ะ เนื้อความระบุว่า..." จิ้นอี้ขมวดคิ้วมุ่นทันที เขาสบตากับหยางเฟยแวบหนึ่ง ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวไปกระชากประตูเปิดออก รับม้วนราชโองการประทับตราหยกมังกรทองจากมือองครักษ์ด้วยสีหน้าเย็นชา เมื่อดวงเนตรคมกวาดมองข้อความบนแผ่นแพรไหมสีทองคำ รังสีอำมหิตก็แผ่ทะลักออกมาจากร่างของชินอ๋องจนหยางเฟยที่ยืนอยู่ด้านหลังยังต้องรู้สึกหนาวสะท้าน ข้อความในราชโองการฉบับนั้นไม่ได้มีคำสั่งธรรมดา หากแต่เป็นการบังคับให้ชินอ๋องต้องอภิเษกสมรสกับบุตรสาวตระกูลเว่ย—ศัตรูทางการเมืองที่จิ้นอี้เกลียดชังที่สุด—ภายในสามวัน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟาดฟันความอยุติธรรมไปพร้อมกับข้าพเจ้าในตอนนี้และตอนหน้านะคะ - เงียบแต่ฟาดเรียบ -
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%