กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้เย็นชา•ตอนที่ 9

พายุในจอกสุรา

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
“จอกสุราจอกนี้… หากข้าดื่มลงไป เกรงว่าความกตัญญูกตเวทีของฮูหยินรองคงจะซาบซึ้งถึงกระดูกดำเป็นแน่เจ้าค่ะ” เสียงหวานใสราวกับระฆังแก้วกระทบกันกลางสายลมหนาวเอ่ยขึ้น ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบราวกับใบมีดซ่อนเร้นในแพรไหม หลิวหยางเฟยแย้มสรวลน้อยๆ ดวงตาหงส์คู่งามหรี่ลงมองถ้วยสุราอุ่นร้อนในมือของอนุภรรยาผู้หวังดีอย่างฮูหยินรองหลี่ ประกายในแววตาของนางนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น มีเพียงความเยือกเย็นของคนที่มองทะลุทุกเล่ห์กลจนปรุโปร่ง ภายในโถงรับรองของจวนชินอ๋องเวลานี้ อากาศราวกับถูกแช่แข็งด้วยความกดดันจากเบื้องบน อาภรณ์ปักดิ้นทองลายหงส์เหินสีม่วงเข้มของหลิวหยางเฟยขับเน้นให้ร่างระหงดูสง่างามน่าเกรงขาม นางนั่งหลังตรงอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้จันทน์สลักลวดลายวิจิตร รอบกายรายล้อมไปด้วยความเงียบงันอันน่าอึดอัดของบรรดาบ่าวไพร่ที่หมอบราบคาบศิลา ฮูหยินรองหลี่หน้าซีดเผือดลงชั่วขณะ นางฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความร้อนรนในใจ พลางขยับตัวเข้าใกล้พร้อมกับส่งถ้วยสุราในมือให้พ้นขอบโต๊ะ “พี่หญิงกล่าวอันใดเช่นนั้นเจ้าคะ น้องเพียงเห็นว่าท่านพี่เหน็ดเหนื่อยจากการงานในห้องอักษรมาทั้งวัน สุราอุ่นโสมตังกุยจอกนี้จะช่วยบำรุงโลหิตและผ่อนคลายความเหนื่อยล้า น้องด้วยความหวังดีจึงรินด้วยมือตนเอง ไฉนท่านจึงตรัสราวกับมีสิ่งใดเคลือบแคลงเล่าเจ้าคะ” “หวังดี?” หยางเฟยทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับทรงพลังจนคู่สนทนาสะท้านเฮือก นางค่อยๆ ปัดชายแขนเสื้อผ้าต่วนเนื้อดี ปล่อยให้ปลายนิเรียวเรียวดั่งลำหยกหยิบจับถ้วยสุราใสนั้นขึ้นมาพิจารณาช้าๆ กลิ่นสุรารสเลิศลอยกรุ่นแตะนาสิก ทว่าภายใต้กลิ่นหอมหวานของดอกกุ้ยฮวา กลับมีกลิ่นฉุนจางๆ ของ *‘ผงหิมะพันปี’* พิษเย็นชาที่หากผู้ใดดื่มเข้าไปจะไม่ตายในทันที แต่จะค่อยๆ แผดเผาชีพจรจากภายใน ทำให้ธาตุไฟแตกซ่านและสิ้นใจอย่างทรมานภายในสามราตรี เป็นพิษร้ายจากแดนใต้ที่ฮูหยินรองอุตส่าห์สรรหามาเพื่อส่งนางลงหลุมศพโดยเฉพาะ! น่าขันยิ่งนัก… คนพวกนี้คิดว่านางเป็นหญ้าแพรกข้างทาง ที่ไม่ว่าจะเหยียบย่ำซ้ำเติมสักกี่หนก็ยังคงงอกงามขึ้นมาให้พวกนางเด็ดทิ้งได้ตามใจชอบ ช่างไม่รู้อำนาจแห่งกรรมสนองที่นางแบกกลับมาด้วยในชาติภพนี้เสียเลย “ในเมื่อน้องรองมีความตั้งใจอันดีถึงเพียงนี้…” หยางเฟยเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มที่มุมปากงดงามหยาดเยิ้มปนความเย้ยหยัน “ข้าผู้เป็นภรรยาเอกย่อมไม่อาจปฏิเสธน้ำใจอันล้นพ้น… แต่สุราจอกนี้ ลำพังข้าคนเดียวเกรงว่าจะรับไว้ไม่ไหว ให้เกียรติร่วมดื่มกับข้าสักครึ่งจอกเถิดนะ, น้องรอง” สิ้นคำพูดนั้น สีหน้าของฮูหยินรองหลี่ก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวสลับขาวในทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก “พี่… พี่หญิงล้อเล่นอันใดเจ้าคะ ข้าเป็นเพียงอนุ ย่อมไม่มีสิทธิ์ร่วมดื่มสุราจอกเดียวกับท่าน…” “ไม่มีสิทธิ์ หรือว่า ‘ไม่กล้า’ กันแน่?” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นแทรกกลางอากาศ ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิทปักลายมังกรเงินยวงก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลังหลิวหยางเฟยตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครล่วงรู้ จิ้นอี้ (ชินอ๋อง) กวาดสายตาคมกริบราวกับพญายมมองเหยื่อ กลิ่นอายความเย็นชาแผ่ซ่านกดทับจนทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ เขายื่นมือหนาออกไปแตะลงบนไหล่บางของภรรยาอย่างปกป้อง ทว่าดวงเนตรสีนิลคู่นั้นกลับจ้องเขม็งไปยังฮูหยินรองราวกับจะเฉือนเนื้อนางออกเป็นชิ้นๆ “ท่านอ๋อง!” ฮูหยินรองหลี่ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรมปักลาย ตัวสั่นเทายิ่งกว่าใบไม้ไผ่ต้องลมหนาว “หม่อมฉัน… หม่อมฉันมิกล้า หม่อมฉันเพียงแต่…” “เพียงแต่ต้องการให้ฮูหยินของข้าดื่มสุราพิษ เพื่อที่เจ้าจะได้ขึ้นมานั่งแทนที่ตำแหน่งนี้ใช่หรือไม่?” จิ้นอี้เอ่ยตัดบท น้ำเสียงราบเรียบราとสายน้ำแข็งไหลผ่าน แต่กลับแฝงจิตสังหารรุนแรงจนบ่าวไพร่ต่างพากันโขกศีรษะจนพื้นสะเทือน หลิวหยางเฟยมิได้ตื่นตระหนก นางเพียงวางถ้วยสุราลงบนโต๊ะตามเดิมอย่างแช่มช้า ก่อนจะหันไปประสานสายตากับผู้เป็นสามี แววตาของทั้งคู่สื่อสารกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด ความผูกพันที่หล่อหลอมผ่านความตายและการแก้แค้น ทำให้พวกเขารู้ทันทีว่าหมากตานี้ควรเดินต่อไปอย่างไรให้เจ็บแสบที่สุด “ท่านพี่ใจร้อนเกินไปแล้วเจ้าค่ะ” หยางเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ทว่าแววตากลับคมปราบดั่งกระบี่เพิ่งออกจากฝัก นางโน้มตัวลงไปกระซิบใกล้ๆ ใบหูของฮูหยินรองที่กำลังสั่นระริก “ในเมื่อน้องรองอุตส่าห์ตระเตรียมสุราต้อนรับข้าถึงเพียงนี้ หากไม่ดื่มก็คงเสียน้ำใจแย่… ทว่า หากให้นางดื่มเองคนเดียวเกรงว่าจะไร้มารยาท บ่าวไพร่แถวนี้ ใครก็ได้… ช่วยนำจอกสุรารับขวัญนี้ ไปรินใส่ปาก ‘สุนัขตัวโปรด’ ของฮูหยินรองที่ลานเรือนทีซิ!” สิ้นเสียงคำสั่ง บ่าวคนสนิทของจิ้นอี้ก็ก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็วดุจพายุหมุน คว้าจอกสุราจากมือฮูหยินรองแล้วเดินดุ่มๆ ออกไปทันทีท่าเสียงกรีดร้องโหยหวนของฮูหยินรองที่พยายามจะพุ่งตัวตามไปแต่ถูกองครักษ์เงากดตัวไว้แน่น “ไม่นะ! อย่า! สุนัขตัวนั้น… สุนัขตัวนั้นท่านแม่ทัพซ่งมอบให้ข้าไว้นะ!” ฮูหยินรองแผดเสียงร้องไห้ฟูมฟายด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความสิ้นหวัง หลิวหยางเฟยลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงภายใต้อาภรณ์ปักดิ้นทองก้าวเข้าไปใกล้สตรีผู้พ่ายแพ้ นางโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ได้ยินกันเพียงสองคน “ท่านแม่ทัพซ่งผู้เป็นพี่ชายของเจ้า… คงกำลังนั่งรอฟังข่าวดีอยู่ที่จสกุลซ่งกระมัง? น่าเสียดายนัก ที่ข่าวดีที่พวกมันจะได้ยิน… คือเสียงห่ากระสุนธนูและหมายจับกุมข้อหากบฏต่างหากล่ะ” ดวงตาของฮูหยินรองเบิกค้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด นางอ้าปากค้างราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง เมื่อตระหนักได้ในเสี้ยววินัตินั้นเองว่า แผนการลอบวางยาพิษทั้งหมด ไม่เคยรอดพ้นสายตาของกุนซือหญิงผู้นี้เลย… มิหนำซ้ำ มันยังเป็นกับดักที่ถูกขุดล่อให้พวกนางกระโดดลงมาตายใจตายตาด้วยตนเองต่างหาก! *โฮ่ง!* เสียงเหร่งโหยหวนดังแว่วมาจากนอกหน้าต่างเพียงครั้งเดียว ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับคืนสู่ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาตามลมหนาว ย้ำเตือนจุดจบของผู้ที่บังอาจอาจหาญต่อกรกับพยัคฆ์สองแม่ลูกแห่งจวนชินอ๋อง จิ้นอี้ก้าวเข้ามาโอบเอวบางของภรรยาเข้าแนบชิด ดวงตาคมกราบมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม “ดูเหมือนว่า… แขกผู้ไม่ได้รับเชิญอีกคน กำลังจะเดินทางมาถึงหน้าจวนแล้วกระมัง” ในจังหวะนั้นเอง เสียงกลองศึกและเสียงฝีเท้าหนาหนักนับร้อยชีวิตก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นจากหน้าประตูใหญ่ พร้อมกับราชโองการด่วนจากท้องพระโรงที่ถูกส่งตรงเข้ามากลางดึกท่ามกลางสายฝนโปรยปราย— ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟาดฟันไปพร้อมกับความมุ่งมั่นนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%