พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์•ตอนที่ 7

เสียงกระซิบจากเงามืด

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
กลิ่นหอมหวานของกุหลาบดามัสก์สายพันธุ์หายากที่ถูกจัดแต่งอย่างประณีตในแจกันคริสตัลโบราณ บัดนี้กลับคละเคล้าไปด้วยกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวของความตาย เอเลน่า วอน เดอ บรูค ถอยร่นจนแผ่นหลังบอบบางแนบสนิทกับบานประตูไม้โอ๊กเนื้อหนา ลมหายใจของเธอกระชั้นถี่จนหน้าอกกระเพื่อมไหวภายใต้ชุดกระโปรงยาวสีเทาดำระยับระยับ แววตาคู่สวยที่เคยฉายแววหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของตระกูลขุนนางตกอับ บัดนี้สั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกยามจ้องมองเงาร่างสูงใหญ่ที่ก้าวล้ำเข้ามาในห้องสมุดส่วนตัวของคฤหาสน์แวน ฮอร์นอย่างเงียบเชียบดั่งวิญญาณ "อย่าขยับจะดีกว่า แม่นกน้อยปีกหัก..." เสียงกระซิบแหบพร่าราวกับเสียงเสียดสีของกระดาษทรายดังขึ้นจากความมืดมิดของมุมห้อง ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทและสวมหน้ากากโลหะลายกุหลาบไร้หนามก้าวออกมาจากเงาของชั้นหนังสือโบราณ ในมือของมันปรากฏมีกริชเงินสลักลวดลายวิจิตรประกายวาววับสะท้อนกับแสงไฟสีส้มอุ่นจากเตาผิง เอเลน่าพยายามควบคุมเสียงสั่นเครือไม่ให้หลุดลอดออกมา ยามเมื่อนึกถึงคำเตือนและความลับอันดำมืดที่เธอเพิ่งค้นพบในห้องใต้ดินเมื่อคืนก่อน "เจ้าเป็นใคร... และเข้ามาในเขตหวงห้ามของตระกูลแวน ฮอร์นได้อย่างไร" เงาลึกลับหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและน่าขนลุก "เขตหวงห้ามงั้นรึ? หึ... ที่นี่ไม่มีอะไรที่เป็นของเจ้าตั้งแต่แรกแล้ว เอเลน่า ลูกสาวแห่งตระกูลวอน เดอ บรูคผู้โง่เขลา เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าการแต่งงานหลอก ๆ กับคาสเซียนจะปกป้องความลับเน่าเฟะในคืนฆาตกรรมนั้นได้? ความทรงจำที่หายไปของเจ้า... มันถูกฝังกลบไว้ใต้กองเลือด และข้าคือนคนที่จะมาขุดมันขึ้นมาเพื่อตัดขั้วหัวใจของเจ้าอีกครั้ง" ปลายกริชเงินพุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ เอเลน่ายกแขนขึ้นป้องกันโดยสัญชาตญาณ หลับตาปี๋พร้อมรับความเจ็บปวดที่กำลังจะมาถึง แต่ทว่า... *เคร้ง!* เสียงโลหะกระทบกันอย่างรุนแรงจนสะเก็ดไฟกระเด็นวับวาบ ความเจ็บปวดที่คาดว่าจะได้รับกลับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายเฉพาะตัวของโคโลญจน์กลิ่นไม้จันทน์ผสมผสานกับความเย็นยะเยือกอันคุ้นเคย เอเลน่าลืมตาขึ้นช้า ๆ ภาพตรงหน้าคือแผ่นหลังกว้างในชุดสูทสีชาคูริดูเนี๊ยบกริบ คาสเซียน แวน ฮอร์น ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า มือแกร่งข้างหนึ่งบิดข้อมือของมือลอบสังหารไว้แน่นจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นกรั่น ขณะที่ดวงตาคู่คมกริบดั่งเหยี่ยวทอประกายอำมหิตจนน่ากลัว "บัง1อาจนัก... ที่กล้าเหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตของข้า และแตะต้องของ ๆ ข้า" น้ำเสียงของคาสเซียนราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจและเย็นชาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น เขาไม่ได้ใช้แม้แต่แรงฮึดฮัด แต่กลับกดน้ำหนักลงที่ข้อมือของมือสังหารด้วยความนิ่งสงบอันน่าสะพรึงกลัว ก่อนจะสะบัดมือออกอย่างไร้เยื่อใยจนร่างนั้นเซถอยหลังไปหลายก้าว มือสังหารพยายามตั้งหลักและพุ่งกริชสวนกลับ แต่คาสเซียนรวดเร็วกว่า เขาดึงปืนพกสั้นแบบพกพาจากอกเสื้อขึ้นมาเล็งตรงไปยังหัวไหล่ของอีกฝ่ายอย่างไร้ความลังเล *ปัง!* เสียงคำรามก้องของสนั่นห้องสมุดสะท้อนก้องไปตามผนังหิน เลือดสีแดงเข้มซึมทะลุเนื้อผ้าสีดำออกมาทันที มือสังหารกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะอาศัยจังหวะที่ควันปืนพวยพุ่ง โยนควันอำพรางลงพื้นแล้วหายตัวไปในความมืดมิดอย่างไร้ร่องรอย ความเงียบสงบกลับมาปกคลุมห้องสมุดอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของเอเลน่าที่ยังคงยืนพิงประตู ขาทั้งสองข้างแทบจะหมดแรงพยุงร่าง คาสเซียนเก็บอาวุธเข้าที่อย่างรวดเร็ว เขากลัดกระดุมเสื้อสูทเบา ๆ ก่อนจะหันกลับมามองหญิงสาวที่กำลังตัวสั่นเทา แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำยากจะหยั่งถึง เขาก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว ย่างก้าวเงียบเชียบราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม "เจ้าสะเพร่าเกินไปแล้ว เอเลน่า" คาสเซียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงต่ำพร่าอยู่ใกล้ชิดจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนที่ซีดเผือด "ข้าเตือนเจ้าแล้วว่าคฤหาสน์หลังนี้ไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่เจ้าคิด" "เขา... เขาพูดถึงความทรงจำของฉัน... และคืนฆาตกรรมนั้น" เอเลน่าเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและความสับสนระคนกัน "คาสเซียน นายรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ใช่ไหม? นายไม่ได้ช่วยฉันเพราะความสงสาร... นายกำลังซ่อนอะไรไว้กันแน่?" มือหนาเอื้อมไปแตะที่ปลายคางมนของเธอ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับการสบตาที่ลึกล้ำ นิ้วมือเรียวยาวของเขาร้อนผ่าวตัดกับความเย็นเฉียบของบรรยากาศรอบตัว คาสเซียนโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากของเขากระซิบชิดกับใบหูของเธอ เสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาแต่กลับดังก้องลึกเข้าไปในโสตประสาท "บางที... ความจริงที่เจ้าพยายามตามหานั้น อาจจะน่ากลัวเสียยิ่งกว่าเงาดำที่พยายามจะคร่าชีวิตเจ้าในคืนนี้เสียอีก" เขายิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา ก่อนจะผละตัวออกห่างเพียงเล็กน้อย ทว่าในวินาทีที่เอเลน่ากำลังจะผลักเขาออกเพื่อค้นหาคำตอบเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังสนั่นของพ่อบ้านมิลለרที่เอ่ยด้วยความตื่นตระหนก "นายท่านคาสเซียนครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... เราพบร่องรอยการบุกรุกที่ประตูทางทิศเหนือ และที่สำคัญที่สุด... ตราประทับประจำตระกูลวอน เดอ บรูค ที่ถูกเก็บไว้ในห้องนิรภัยชั้นใต้ดิน... บัดนี้มันหายไปแล้วครับ!" คาสเซียนชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหันกลับมามองเอเลน่าทันที สีหน้าที่เคยสุขุมเยือกเย็นแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดขึ้นมาฉับพลัน ขณะที่เอเลน่าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อตระหนักได้ว่า... ศัตรูไม่ได้อยู่แค่ภายนอกคฤหาสน์ แต่มันกำลังเดินวนเวียนอยู่ใกล้ตัวเธอมากกว่าที่คิด (ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในกรงทองแห่งพันธะสัญญาไปพร้อมกับข้าพเจ้า... จูบแรกยามสายัณห์)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%