"ท่านกำลังเล่นกับไฟ, แวน ฮอร์น"
เสียงของเอเลน่าลอดผ่านไรฟัน ท่ามกลางความมืดมิดของห้องสมุดประจำคฤหาสน์ กลิ่นอายของกระดาษเก่า คราบสนิมจางๆ ของกาลเวลา และกลิ่นหอมเย็นของน้ำหอมกลิ่นกฤษณาจากร่างสูงที่ยืนประชิดตัว ทำให้บรรยากาศรอบกายแคบลงจนแทบหายใจไม่ออก
ปลายนิ้วเรียวยาวของคาสเซียนไม่ได้สัมผัสโดนตัวนาง แต่เขาใช้มือข้างหนึ่งยันชั้นหนังสือไม้สักทองไว้ กักขังร่างระหงของนางให้อยู่ระหว่างอกกับผนังไม้ แสงจันทร์สีเงินยวดยวงที่สาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกสีทรงสูง ทาบทับลงบนใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก แต่ในยามนี้ ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นกลับไหววับประหลาด ราวกับมีเปลวไฟดวงเล็กๆ ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำลึก
"ไฟที่ว่า... ข้าเป็นคนจุด หรือเจ้าเป็นคนรินน้ำมันเข้าใส่กันแน่, เลดี้วอน เดอ บรูค" คาสเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แผ่วเบาจนเกือบกระซิบ ไอร้อนจากลมหายใจของเขาระAอยู่ข้างกกหูของนาง
เอเลน่าเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความใกล้ชิดนี้อันตรายเกินไป มากกว่าทุกค่ำคืนที่ผ่านมา เขามักจะใช้สายตาเย้ยหยันและคำพูดเชือดเฉือนเพื่อตอกย้ำว่านางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมของเขา แต่วันนี้... บางอย่างในแววตาของเขากลับเปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความกระหายในชัยชนะ แต่มันคือความเหนื่อยล้า... และความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
นางเงยหน้าขึ้น สบตากับเขาตรงๆ พยายามดึงเกราะคุ้มกันทางอารมณ์ขึ้นมาสวมทับใบหน้าอีกครั้ง "ท่านต้องการอะไรกันแน่ คาสเซียน? หากท่านต้องการทำลายตระกูลวอน เดอ บรูคให้สิ้นซาก ท่านก็ทำสำเร็จไปครึ่งทางแล้ว จะมาเล่นละครตบตาข้าในมุมมืดทำไม"
คำพูดของนางทิ่มแทง แต่คาสเซียนกลับไม่แสดงท่าทีโกรธเกรี้ยวเช่นเคย มุมปากของชายหนุ่มกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ฝืนจนน่าใจหาย มืออีกข้างที่ว่างของเขาค่อยๆ ยกขึ้น ช้าๆ ราวกับเกรงว่านางจะตื่นตระหนก ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะลงบนรอยช้ำจางๆ บริเวณโหนกแก้มของนาง—รอยแผลที่นางได้รับจากความวุ่นวายในงานเลี้ยงกาล่าเมื่อหลายวันก่อน
เอเลน่าสะดุ้งสุดตัว ร่างกายแข็งทื่อ สัญชาตญาณร้องเตือนให้ถอยหนี แต่มือของเขากลับมั่นคงและแผ่วเบาอย่างไม่น่าเชื่อ
"ข้าไม่ได้เล่นละคร" เสียงของเขาอ่อนลง ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งทระนงที่เคยมี "และข้าไม่เคยคิดจะทำลายเจ้า... เอเลน่า"
ชื่อของนางถูกเปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่มันกลับสั่นสะท้อนลึกในอกของหญิงสาว ขนลุกชันไปทั่วร่าง ความอ่อนโยนที่หลุดรอดออกมาจากชายผู้ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจและเลือดเย็นที่สุดในสภาสูง เปรียบเสมือนใบมีดอาบยาพิษ ที่กรีดลงบนหัวใจของนางอย่างช้าๆ โดยไร้ซึ่งบาดแผล
"ท่านกำลังโกหก..." นางกระซิบ เสียงสั่นพร่าโดยไม่ตั้งใจ "คนอย่างท่านไม่มีวันรู้จักความรู้สึกอื่นนอกจากผลประโยชน์"
"ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็จงมองตาข้าให้ดี แล้วบอกข้าสิว่าสิ่งที่เจ้าเห็นในตอนนี้... มันคือผลประโยชน์ของตระกูลแวน ฮอร์น หรือไม่"
คาสเซียนโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด จนหน้าผากของเขาสัมผัสกับหน้าผากของนาง กลิ่นกายบุรุษผสมกับกลิ่นไวน์ชั้นดีโชยเข้าจมูก เอเลน่าหลับตาลงโดยอัตโนมัติ ความทรงจำที่กระจัดกระจายราวกับเศษแก้วแตกในหัวของนางเริ่มกรีดร้อง ภาพคืนวันเพ็ญนรกแตกที่ครอบครัวของนางถูกสังหารหมู่ ภาพคราบเลือดบนพรมกำมะหยี่สีแดงสด และเงาร่างของใครบางคนที่มีดวงตาสีเทาคล้ายคลึงกับคนตรงหน้า...
นางลืมตาโพลง ผลักอกเขาออกสุดแรง แม้แรงของนางจะเทียบเขาไม่ได้เลย แต่คาสเซียนก็ยอมถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างง่ายดาย ดวงตาของเขายังคงทอดมองนางด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอ่านออก
"อย่าเข้าใกล้ข้า..." เอเลน่าหายใจหอบถี่ พยายามจัดระเบียบชุดกระโปรงและท่าทีของตนให้กลับมาสง่างามดังเดิม "ท่านซ่อนอะไรไว้หลังหน้ากากจอมปลอมนั่น คาสเซียน? ยิ่งท่านทำดีกับข้ามากเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งระแวงท่านมากขึ้นเท่านั้น"
"ความระแวงคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด, เลดี้วอน เดอ บรูค" คาสเซียนยืดตัวขึ้นเต็มความสูง กลับคืนสู่มาดขุนนางผู้เยือกเย็นอีกครั้ง รอยยิ้มอ่อนโยนเมื่อครู่เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับมันเป็นเพียงภาพลวงตาจากแสงจันทร์ "แต่บางครั้ง... เกราะที่หนาเตอะเกินไป ก็อาจทำให้เจ้ามองไม่เห็นว่า ใครกันแน่ที่กำลังถือดาบแทงข้างหลังเจ้า และใครกันแน่ที่กำลังเอาตัวเข้ามารับคมดาบแทนเจ้า"
เขายื่นมือหยิบสมุดบันทึกหนังสีดำเก่าแก่เล่มหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานข้าชั้นหนังสือขึ้นมา มันคือสมุดบันทึกประจำตระกูลวอน เดอ บรูคที่สูญหายไปหลังคืนเกิดเหตุ
เอเลน่าเบิกตากว้าง สมุดเล่มนั้น... คือกุญแจดอกสำคัญที่จะไขความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมของครอบครัวนาง
"ท่านได้มันมาจากไหน?" นางถาม เสียงสั่นเครือด้วยความตกใจและตื่นเต้น
"จากที่ที่ปลอดภัยที่สุด... และจากมือของคนที่เกือบจะฆ่าเจ้าในคืนนั้น" คาสเซียนตอบสั้นๆ ก่อนจะวางสมุดเล่มนั้นลงบนโต๊ะตรงหน้า เปิดมันออกที่หน้ากระดาษที่ถูกฉีกขาดไปครึ่งหนึ่ง "แต่ก่อนที่เราจะไปไกลกว่านั้น เจ้าต้องตอบคำถามข้าข้อหนึ่งก่อน... เอเลน่า"
ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของนางอีกครั้ง คราวนี้ น้ำเสียงของเขาจริงจังและเฉียบคมราวน้ำแข็งขั้วโลก
"ในคืนที่ตระกูลของเจ้าล่มสลาย... เจ้าแน่ใจหรือว่า คนที่ลงมือฆ่าบิดามารดาของเจ้า คือคนของตระกูลแวน ฮอร์นจริง?"
สิ้นคำถามนั้น เสียงเคาะประตูดังสนั่นขึ้นสามครั้งจากภายนอกห้องสมุด ขัดจังหวะความตึงเครียดทันที ก่อนที่ประตูไม้บานใหญ่จะถูกผลักเปิดออกโดยพ่อบ้านประจำตระกูลผู้มีใบหน้าซีดเผือก
"นายท่านขอรับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ราชองครักษ์หลวงนำหมายศาลมาที่คฤหาสน์ พวกเขาต้องการตัว เลดี้เอเลน่า ไปสอบสวนในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มกบฏเงาจันทร์!"
คาสเซียนหันขวับไปมองที่ประตูทันที ดวงตาสีเทาเข้มลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งโทสะ ร่างกายของเขาก้าวไปยืนขวางหน้าเอเลน่าไว้โดยอัตโนมัติ ราวกับกำแพงเหล็กที่พร้อมจะปกป้องนางจากภัยคุกคามทั้งหมดในโลกหล้า
---
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในกรงทองแห่งพันธะสัญญาไปพร้อมกับข้าพเจ้า... จูบแรกยามสายัณห์)
พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์•ตอนที่ 6
รอยร้าวในหน้ากาก
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!