พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์•ตอนที่ 12

ในอ้อมกอดศัตรู

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
“วางมีดลงเสีย เอเลน่า... ก่อนที่ความอดทนสุดท้ายของข้าจะขาดสะบั้น” เสียงทุ้มต่ำของคาสเซียน แวน ฮอร์น ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องสมุดส่วนตัว กลิ่นอายของกระดาษเก่าและน้ำมันขัดไม้ราคาแพงอบอวลจนน่าอึดอัด เอเลน่าไม่ได้ลดอาวุธในมือลง แม้ปลายนิ้วของเธอจะสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านกระจกสีบานสูงอาบไล้ใบหน้าคมสันของชายหนุ่มจนดูคล้ายรูปปั้นหินที่ไร้ความปราณี “ความอดทนของท่านมันเคยมีอยู่จริงด้วยหรือคะ ท่านเคานต์?” เธอเค้นเสียงหัวเราะที่ฟังดูขมขื่น ดวงตาสีไพลินวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่สั่งสมมาตลอดสิบปี “ท่านเอาทุกอย่างไปจากข้า... ทั้งชื่อเสียง เกียรติยศ และครอบครัวที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว แล้วท่านยังจะเรียกร้องความเมตตาจากฆาตกรที่หลอกใช้ข้าเป็นหมากในเกมการเมืองอีกงั้นหรือ?” คาสเซียนไม่ตอบทันที เขาก้าวเข้ามาหาช้าๆ ท่วงท่าองอาจราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม รองเท้าหนังขัดมันกระทบพื้นไม้ดังสนั่นก้องห้องสมุด ทุกย่างก้าวที่เขารุกคืบ เอเลน่ากลับถอยหลังจนแผ่นหลังบางแนบไปกับชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยบันทึกลับของตระกูลแวน ฮอร์น “หากข้าเป็นคนฆ่าพวกเขาจริงๆ ป่านนี้เจ้าคงไม่ยืนอยู่ตรงนี้เพื่อถือมีดเล่มนี้ใส่ข้าหรอก” เขาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นกายของเขามีกลิ่นของดินปืนเจือจางกับน้ำหอมไม้สนที่ทำให้นางรู้สึกประหม่าจนลมหายใจติดขัด “ข้าปกป้องเจ้าจากเงามืดที่เจ้ามองไม่เห็น... เอเลน่า เจ้ามันก็แค่เด็กน้อยที่พยายามจะต่อสู้กับพายุด้วยร่มคันเดียว” มือหนาของเขารวบข้อมือเธอไว้มั่นก่อนจะกระชากเข้ามาใกล้ แรงปะทะทำให้มีดสลัดหลุดจากมือร่วงหล่นลงบนพรมหนานุ่ม เสียงเหล็กกระทบพื้นเบาหวิว แต่ความตึงเครียดกลับพุ่งทะยานจนแทบหยุดหายใจ ใบหน้าของเขาโน้มลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้ม นัยน์ตาสีเทาเย็นชาคู่นั้นในยามนี้กลับแฝงด้วยไฟปรารถนาที่ยากจะอ่านออก “ท่านกำลังทำอะไร...” เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ “กำลังแสดงให้เจ้าเห็นว่า... ศัตรูที่แท้จริงของเจ้า ไม่ได้ต้องการเพียงแค่ชีวิตของเจ้าเท่านั้น” มืออีกข้างของเขาเลื่อนไปโอบเอวคอดกิ่ว รั้งกายเธอให้แนบชิดจนไร้ช่องว่าง เอเลน่าสัมผัสได้ถึงหัวใจของเขาที่เต้นรัวแรงไม่ต่างกัน กลิ่นอายของอันตรายแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย แต่น่าประหลาดที่เธอไม่สามารถบังคับตัวเองให้ผลักเขาออกไปได้ ความเกลียดชังและการโหยหาที่อัดอั้นอยู่ในใจมานานปะทะกันอย่างรุนแรง เขาสัมผัสริมฝีปากลงบนซอกคอขาวเนียนอย่างแผ่วเบา แต่เปี่ยมด้วยอำนาจที่ทำให้คนในอ้อมกอดต้องสั่นสะท้าน เอเลน่าหลับตาลงแน่น หยาดน้ำตาแห่งความสับสนรื้นขึ้นที่ขอบตา เธอควรจะแทงเขาสักแผล แต่ทว่าในชั่วขณะที่ลมหายใจประสานกัน ความทรงจำเลือนรางจากคืนที่เลือดนองพื้นกลับแวบเข้ามาในหัว... ภาพของชายคนหนึ่งที่โอบกอดเธอไว้ในเงามืด ชายที่มีกลิ่นกายเดียวกับคนตรงหน้า “จำได้ไหม... เอเลน่า” คาสเซียนกระซิบชิดใบหู “คืนที่จันทร์อาบเลือด ใครกันแน่ที่เป็นคนช่วยเจ้าออกมาจากกองเพลิง” เขาสบตากับเธออีกครั้ง คราวนี้ความเย็นชาหายไปสิ้น เหลือเพียงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจ เขากดจุมพิตลงบนริมฝีปากเธออย่างหนักหน่วงและดุดัน รสสัมผัสที่เต็มไปด้วยการเรียกร้องและการยอมจำนน มันไม่ใช่จูบที่เปี่ยมด้วยความรัก แต่เป็นพันธสัญญาที่บีบคั้นให้หัวใจของเอเลน่าแตกสลาย ในจังหวะที่หัวใจของเธอเริ่มโอนอ่อนตามสัมผัสของเขา มือที่เคยวางอยู่บนอกเสื้อของคาสเซียนก็สัมผัสได้ถึงวัตถุแข็งเย็นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อด้านในของเขา—ตราประทับตระกูลที่หายสาบสูญไปพร้อมกับคืนเกิดเหตุ ตราประทับที่สลักชื่อของผู้บงการตัวจริงที่ไม่ใช่คาสเซียน! ทว่าก่อนที่เอเลน่าจะทันได้ฉวยเอาตราประทับนั้นออกมา เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังสนั่นจากหน้าต่างห้องสมุด กระจกแตกกระจายกลายเป็นเศษเสี้ยวไปทั่วห้อง พร้อมกับร่างของชายชุดดำที่พุ่งทะลุเข้ามา! คาสเซียนผลักเอเลน่าไปหลบหลังตู้หนังสือทันทีด้วยสัญชาตญาณ ก่อนจะชักปืนพกคู่กายออกมา “อย่าก้าวออกมาจนกว่าข้าจะสั่ง!” เขากระโดดออกไปเผชิญหน้ากับศัตรูที่รุกคืบเข้ามา แต่แล้วความจริงก็กระชากใจเอเลน่าจนแทบหยุดเต้น เมื่อชายชุดดำหนึ่งในนั้นถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่เธอคุ้นเคยที่สุด... ใบหน้าที่เธอเชื่อมาตลอดว่าตายไปแล้วในคืนนั้น—พี่ชายของเธอเอง! “พี่... พี่คริสเตียน?” เอเลน่าหลุดปากเรียกด้วยความตกตะลึง คาสเซียนหยุดชะงัก สายตาของเขามองไปที่เอเลน่าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำเตือนที่สายเกินไป ขณะที่คริสเตียนยิ้มเยาะ มือที่ถืออาวุธหันปลายกระบอกปืนตรงมาที่คาสเซียน แต่แววตาของพี่ชายเธอกลับจ้องมองมาที่เอเลน่าด้วยความสมเพช “น้องรัก... เจ้าหลงรักศัตรูของตระกูลเราเข้าจนได้นะ” ทุกอย่างเงียบงันลงเหลือเพียงเสียงหายใจหอบถี่ของคนทั้งสาม ก่อนที่คริสเตียนจะเหนี่ยวไกปืนเข้าที่หัวไหล่ของคาสเซียนจนร่างแกร่งทรุดลงกับพื้น! ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามปริศนาในกรงทองแห่งพันธะสัญญานี้ไปกับข้าพเจ้า... จูบแรกยามสายัณห์ค่ะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%