"วางมีดลงเสียเถิด เอเลน่า... กลิ่นคาวเลือดบนมือนั่นมันช่างไม่เหมาะกับชุดผ้าไหมเนื้อดีของเธอเลย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเฉียบของคาสเซียน แวน ฮอร์น ดังแทรกความเงียบงันในห้องโถงกว้าง เอเลน่ายืนนิ่งค้างอยู่กลางแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านบานกระจกสี มือที่กำแน่นสั่นระริกจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน ความรู้สึกแสบร้อนแล่นพล่านไปทั่วปลายนิ้ว ราวกับว่าเธอกำลังกุมเศษเสี้ยวของโศกนาฏกรรมที่ถูกฝังกลบไว้ภายใต้ชั้นดินของเวลา
เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาสีหม่นของเอเลน่าเบิกกว้างด้วยความสับสน ปนเปไปกับความหวาดกลัวที่กัดกินหัวใจมาตลอดสิบปี คาสเซียนไม่ได้ดูตกใจ เขาเพียงแค่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้บุนวมกำมะหยี่สีเลือดนก มือข้างหนึ่งถือแก้วคริสตัลบรรจุไวน์สีเข้มไกวไปมาเป็นจังหวะช้าๆ ราวกับกำลังเฝ้ามองละครฉากเอกที่เขาเป็นผู้กำกับเองกับมือ
"ฉันไม่ได้ทำ..." เอเลน่ากระซิบ เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือ "ความทรงจำพวกนี้... มันไม่ใช่ของฉัน มันเป็นเพียงภาพหลอนที่เธอยัดเยียดให้ฉันเห็นผ่านการปรุงแต่งของเธอ!"
คาสเซียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาขยับตัวลุกขึ้นยืน ช้าๆ และสง่างาม แววตาของเขาที่มักจะเฉยเมยบัดนี้กลับทอประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันเป็นประกายของความคาดหวังที่ผสมปนเปกับความสงสารที่น่ารังเกียจ
"ภาพหลอนหรือความจริง เอเลน่า? เธอก็รู้ดีแก่ใจว่ากุญแจดอกเดียวที่จะไขปมในหัวเธอได้ ไม่ใช่คำพูดของฉัน แต่มันอยู่ในเงาที่เธอพยายามจะหลีกหนี" เขาเดินเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมแนวไม้จันทน์และกลิ่นอายอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "หลับตาลงสิ... แล้วยอมให้ภาพนั้นกัดกินเธอจนหมดสิ้นเสียที"
เอเลน่ากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความกดดันบีบคั้นประสาทสัมผัสจนเธอกลั้นหายใจ เธอหลับตาลงตามคำสั่งของเขาโดยไม่รู้ตัว ทันทีที่ความมืดมิดเข้าครอบงำ ภาพในอดีตก็กรูกันเข้ามาเหมือนเขื่อนที่พังทลาย
*เสียงฝนที่ตกกระทบหลังคากระเบื้องดังสนั่นหวั่นไหว กลิ่นสนิมเหล็กคลุ้งอยู่ในอากาศ...*
ในความฝันที่เป็นจริงยิ่งกว่าความจริง เอเลน่าเห็นภาพตัวเองในวัยเด็กยืนอยู่หน้าห้องสมุดประจำตระกูล ประตูไม้โอ๊คแกะสลักถูกแง้มเปิดออกเพียงเล็กน้อย แสงไฟจากเชิงเทียนวูบไหวสะท้อนเงาของชายคนหนึ่ง... ชายผู้มีตราประทับรูปกุหลาบอาบเงาจันทร์ที่ข้อมือซ้าย เขากำลังยืนอยู่เหนือร่างที่ไร้วิญญาณของบิดาเธอ และในมือของชายผู้นั้น... ไม่ใช่มีด แต่เป็นแหวนตราประจำตระกูลวอน เดอ บรูค ที่หายสาบสูญไป!
เอเลน่าสะดุ้งสุดตัว เธอหวีดร้องเบาๆ ก่อนจะลืมตาโพลง เหงื่อกาฬซึมเต็มแผ่นหลังจนชุดราตรีแนบเนื้อ ความจริงที่เธอมองเห็นไม่ใช่การฆาตกรรมธรรมดา แต่มันคือการทรยศจากคนในสายเลือดเดียวกัน
"เห็นหรือยัง?" คาสเซียนเอ่ยขึ้นทันทีที่เธอลืมตา เขายื่นมือมาเช็ดหยาดเหงื่อที่ข้างขมับเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำให้เธอขนลุกชัน "คนที่เธอเชื่อใจที่สุด คือคนที่ปลิดวิญญาณพวกเขาเพื่อสมบัติที่ไม่มีวันมีอยู่จริง"
"โกหก..." เธอผลักเขาออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี "เธอเป็นคนทำ! เธอใช้พลังของเธอสร้างภาพลวงตาพวกนี้ขึ้นมาเพื่อปั่นหัวฉัน!"
คาสเซียนไม่ได้โกรธเคือง เขากลับยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ก่อนจะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างที่เหมาะสม
"ถ้าฉันโกหก... แล้วทำไมแผลเป็นที่ข้อมือเธอถึงเริ่มร้อนรุ่มยามที่ความทรงจำเหล่านั้นกลับมาล่ะ เอเลน่า?"
เอเลน่าก้มมองข้อมือซ้ายของตนเอง รอยแผลเป็นรูปกุหลาบที่เธอเคยคิดว่าเป็นเพียงรอยปานกำเนิด บัดนี้มันกำลังเรืองแสงจางๆ เป็นสีเงินยวงภายใต้ผิวหนัง นี่ไม่ใช่แค่ความทรงจำ แต่มันคือพันธะสายเลือดที่ถูกผนึกไว้ด้วยเลือดของผู้ตาย
"เจ้าของแหวนวงนั้นยังไม่ตาย" คาสเซียนกระซิบข้างหูเธอ เสียงของเขาเย็นเยียบและเต็มไปด้วยการเตือนภัย "และตอนนี้... เขากำลังยืนอยู่หลังบานประตูห้องนี้ เพื่อรอเวลาที่จะมาเก็บกวาดกุหลาบที่เหลืออยู่ดอกสุดท้าย"
ยังไม่ทันที่เอเลน่าจะได้โต้ตอบ ประตูไม้บานใหญ่ของห้องโถงก็ถูกกระแทกเปิดออกจนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของชายร่างสูงในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายความตายที่โชยมากับสายลมที่พัดผ่านเข้ามาในห้อง
เอเลน่าหันไปมองร่างนั้นด้วยความหวาดผวา ก่อนที่ความทรงจำสุดท้ายจะกระชากวิญญาณเธอจนแทบดับสลาย เมื่อเห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้ฮู้ดสีดำนั้นชัดเจน...
"ท่านอา..." เธอรำพึงด้วยเสียงที่สั่นสะท้านที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในกรงทองแห่งพันธะสัญญาไปพร้อมกับข้าพเจ้า... จูบแรกยามสายัณห์ค่ะ
พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์•ตอนที่ 11
ปมที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!