"ความจริงไม่ได้งดงามอย่างที่คุณวาดฝันหรอกนะ เอเลน่า... บางทีการปล่อยให้มันหลับใหลไปพร้อมกับเถ้าถ่าน อาจเป็นความเมตตาเดียวที่ฉันพอจะมอบให้คุณได้"
เสียงทุ้มต่ำของคาสเซียน แวน ฮอร์น ดังแทรกความเงียบงันภายในห้องสมุดส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและหยาดฝนที่โปรยปรายอยู่เบื้องนอก เขาไม่แม้แต่จะละสายตาจากเอกสารในมือ ทว่าท่าทีที่นิ่งสนิทนั้นกลับกดดันเสียจนเอเลน่ารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวเบาบางลงทุกที
เอเลน่ากำชายกระโปรงผ้าไหมสีมิดไนท์บลูแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความเย็นเยียบจากปลายนิ้วสะท้อนถึงความสั่นไหวในจิตใจ เธอก้าวเท้าเข้าไปหาเขา เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังก้องราวกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะกระชั้น
"ความเมตตา?" เธอทวนคำนั้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ หากทว่าแฝงไปด้วยความร้าวราน "คุณเรียกการกักขังฉันไว้ในกรงขังแห่งความไม่รู้ว่าความเมตตาหรือคะ คาสเซียน? หรือเพราะความจริงนั้นมันสั่นคลอนบัลลังก์ที่คุณครอบครองอยู่กันแน่"
คาสเซียนวางปากกาขนนกในมือลงช้าๆ เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีเทาเย็นเยือกดั่งธารน้ำแข็งจ้องมองเธอราวกับกำลังชำแหละความนึกคิดของเธอผ่านแววตา เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แสงไฟจากโคมระย้ากระทบสันกรามคมสันที่ดูเคร่งเครียด
"คุณกำลังเรียกร้องหาคำตอบจากบาดแผลที่ตัวเองพยายามปิดกั้นมาตลอดสิบปี" เขาเอ่ยด้วยสุ้มเสียงที่แฝงความข่มขู่จางๆ "คุณแน่ใจแล้วหรือว่า เมื่อภาพเหล่านั้นผุดขึ้นมา คุณจะมีสติพอที่จะรับมือกับความสูญเสียได้อีกครั้ง"
"ฉันไม่เหลืออะไรให้เสียแล้วค่ะ" เอเลน่าสวนกลับทันควัน ดวงตาสีมรกตของเธอวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย "ครอบครัวของฉัน... เกียรติยศของตระกูล... แม้แต่ความทรงจำที่แท้จริงของตัวเอง ฉันสูญเสียมันไปหมดสิ้นในคืนนั้น เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกังวลเรื่องขีดจำกัดของฉันหรอกค่ะ"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบขาดสะบั้น เอเลน่าคว้าขวดเหล้าบรั่นดีบนโต๊ะไม้โอ๊คแล้วรินใส่แก้วคริสตัลอย่างสั่นเทา ก่อนจะดื่มมันรวดเดียวเพื่อดับความรู้สึกปั่นป่วนในอก แต่ทันใดนั้น ภาพฉากหนึ่งก็แล่นริ้วเข้ามาในม่านตา—ไม่ใช่ภาพปัจจุบัน แต่เป็นภาพแห่งอดีตที่บิดเบี้ยว
กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในอากาศ... แสงเทียนที่วูบไหวในคฤหาสน์หลังเก่า... และเสียงเปียโนที่บรรเลงบทเพลงลัลลาบายอย่างผิดเพี้ยน
"คืนนั้น..." เอเลน่าพึมพำ ดวงตาของเธอเริ่มเลื่อนลอย ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นเข้าสู่ขมับจนเธอต้องยกมือขึ้นกุมศีรษะไว้ "ไม่ใช่คนนอก... ไม่ใช่โจรที่ไหน... ฉันเห็นเขายืนอยู่ตรงหน้าบิดา... เขาสวมหน้ากากนกฮูก... ไม่สิ... เขาไม่ได้ใส่หน้ากาก... เขาคือ..."
คาสเซียนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสาวเท้าเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวเธอ มือหนาเอื้อมมาคว้าต้นแขนของเธอไว้แน่น ดวงตาของเขาดูอ่อนโยนลงชั่วขณะ แต่ทว่าแฝงไปด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด
"หยุดเถอะ เอเลน่า อย่ารื้อฟื้นมันขึ้นมาอีกเลย"
"เขาคือคุณ..." เอเลน่าสะบัดตัวออก เสียงของเธอสั่นเครือแต่ทว่าหนักแน่น "ใช่ไหมคะ? คนที่ถือกริชเล่มนั้นในคืนที่กุหลาบอาบไปด้วยเลือดของพ่อแม่ฉัน คนที่บังคับให้ฉันปิดตาก่อนที่เขาสังหารพวกท่าน คือคุณ!"
คาสเซียนชะงักไป ดวงตาของเขาไหววูบราวกับถูกกระชากหน้ากากที่สวมไว้มานานนับปี ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้อง มีเพียงเสียงฟ้าร้องคำรามดังสนั่นจากภายนอก เป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูห้องสมุดถูกผลักออกอย่างแรง โดยข้ารับใช้ผู้หนึ่งที่ใบหน้าซีดเผือด
"ท่านคาสเซียน... เกิดเรื่องแล้วค่ะ!" เสียงนั้นสั่นระริก "มีคนพบตราประทับตระกูลวอน เดอ บรูค ในห้องใต้ดินของคฤหาสน์หลังเก่า... และดูเหมือนจะมีคน 'ตื่นขึ้น' มาจากความตายที่พวกเราพยายามฝังกลบไว้นานแสนนาน!"
เอเลน่าชะงัก ความทรงจำสุดท้ายที่ชัดเจนขึ้นมาในหัวไม่ใช่ใบหน้าของฆาตกร แต่เป็นเสียงกระซิบข้างหูของใครบางคนในคืนนั้นที่ดังก้องอยู่ในมโนภาพ—เสียงที่เอเลน่าจำได้ดีว่าเป็นของใคร
คาสเซียนหันกลับมามองเธออีกครั้ง คราวนี้ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นที่เขาไม่เคยเผยให้ใครเห็น และเมื่อเขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ประตูบานที่ปิดสนิทอยู่ก็เปิดออกเผยให้เห็นเงาร่างของชายชราผู้หนึ่งที่ควรจะเสียชีวิตไปนานแล้ว... เขากำลังถือจดหมายฉบับหนึ่งไว้ในมือ พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของเอเลน่าเย็นเยือกไปถึงกระดูก
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ใจกลางของความมืดมิดไปพร้อมกับเอเลน่าในบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
จูบแรกยามสายัณห์
พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์•ตอนที่ 20
บาดแผลแห่งความทรงจำ
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!