“คุณกำลังพยายามจะบอกฉันว่า ความตายของพ่อแม่ฉันเป็นเพียง ‘อุบัติเหตุที่ถูกจัดฉาก’ หรือคะ คาสเซียน?”
เอเลน่าเค้นเสียงถาม ร่างเพรียวระหงในชุดราตรีสีดำสนิทสั่นสะท้านเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บของคฤหาสน์แวน ฮอร์น ยามวิกาล หากแต่เพราะความเดือดดาลที่แล่นริ้วขึ้นมากลางอก เธอจ้องมองชายหนุ่มที่ยืนพิงกรอบหน้าต่างบานสูง มือหนาของเขาถือแก้วคริสตัลบรรจุของเหลวสีอำพันเอาไว้ แววตาของคาสเซียนนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในคืนที่ไร้จันทร์
คาสเซียนยกยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่ดูราวกับมีดโกนอาบยาพิษ เขาขยับกายช้าๆ ก้าวเข้ามาหาเธอ เสียงรองเท้าหนังชั้นดีกระทบพื้นหินอ่อนดังก้องในโถงทางเดินที่เงียบสงัด
“ความจริงเป็นสิ่งที่อันตรายเกินกว่าจะถือไว้ด้วยมือเปล่า เอเลน่า” เขาตอบ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเย็นเยียบ “ถ้าคุณเปิดกล่องใบนั้น คุณจะไม่มีทางหวนกลับไปเป็นหญิงสาวผู้ใสซื่อที่เดินเล่นในสวนกุหลาบของตระกูลวอน เดอ บรูค ได้อีกต่อไป”
“ฉันไม่เคยใสซื่อ” เอเลน่าโต้กลับ สายตาจ้องเขม็งไปที่ตู้เซฟโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่มุมห้อง “และฉันก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำเตือนของคนที่เป็นเหมือน ‘ผู้สมรู้ร่วมคิด’”
มือของเอเลน่าเอื้อมไปที่รอยแยกของวอลเปเปอร์สีเข้มหลังตู้เซฟ ที่นั่นมีช่องลับที่เธอเพิ่งค้นพบจากบันทึกที่ซ่อนอยู่ในตุ๊กตาไขลานของแม่ เธอออกแรงผลักแผ่นไม้หนาออก เสียงกลไกเฟืองเหล็กที่ขึ้นสนิมดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนจะปรากฏเป็นช่องว่างขนาดเล็ก บรรจุซองจดหมายเก่าคร่ำคร่าประทับตราครั่งสีแดงสดที่ยังคงสภาพสมบูรณ์
เธอหยิบมันออกมา นิ้วเรียวสั่นเทาขณะแกะตราครั่งนั้นออก คาสเซียนก้าวเข้ามาประชิดตัว ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่ข้างใบหู กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาและกลิ่นอายคุกรุ่นของดินปืนลอยมาแตะจมูก
“อ่านมันสิ” เขากระซิบ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจัง “แล้วคุณจะรู้ว่าเหตุใดตระกูลของผมถึงยอมแลกแม้กระทั่งเลือดเนื้อ เพื่อรักษาความลับที่บรรพบุรุษของคุณทิ้งเอาไว้”
เอเลน่ากางกระดาษแผ่นนั้นออก ลายมือหวัดแกมบรรจงที่เธอจำได้แม่นยำว่าเป็นของบิดาผู้ล่วงลับ ปรากฏเด่นชัดท่ามกลางแสงสลัวจากเชิงเทียน
*‘แด่ลูกรัก... หากเจ้ากำลังอ่านจดหมายฉบับนี้ หมายความว่าเงาที่ติดตามเรามานานหลายทศวรรษได้มาถึงตัวเจ้าแล้ว ผู้ที่บงการให้เกิดโศกนาฏกรรมในคืนจันทร์ดับ ไม่ใช่คนอื่นไกล แต่มันคือผู้ที่ถือครองตราประทับแห่งหุบเขาปีศาจ... คนที่เจ้าเรียกเขาว่าสหายในทุกวันนี้’*
หัวใจของเอเลน่าแทบหยุดเต้น เธอไล่สายตาลงมายังบรรทัดล่างสุดที่ระบุชื่อผู้บงการ ตัวอักษรนั้นดูราวกับเปลวไฟที่เผาไหม้ดวงตาของเธอ แต่มันไม่ใช่ชื่อที่เธอคาดคิดไว้เลยแม้แต่น้อย
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบจากโถงทางเดินด้านนอกก็ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูอย่างดุดัน
“ท่านเคานต์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วที่ห้องนิรภัยชั้นใต้ดิน มีผู้บุกรุก!”
คาสเซียนชะงัก สายตาที่เคยเยือกเย็นกลับวูบไหวด้วยความตกใจอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เขารีบคว้าข้อมือเอเลน่าไว้แน่น “คุณต้องไปเดี๋ยวนี้ เอเลน่า! พวกมันไม่ได้มาเพื่อชิงสมบัติ แต่มันมาเพื่อปิดปากทุกคนที่รู้ความจริง!”
เอเลน่าสะบัดมือออก แววตาของเธอเปลี่ยนจากความหวาดหวั่นเป็นความเด็ดเดี่ยว เธอกำจดหมายฉบับนั้นไว้แน่นจนยับยู่ “ในเมื่อฉันรู้แล้วว่าใครคือศัตรูที่แท้จริง ฉันก็ไม่มีความจำเป็นต้องหนีอีกต่อไป คาสเซียน... เพราะคนที่จะตายในคืนนี้ ไม่ใช่ฉัน แต่จะเป็นมัน!”
ประตูห้องถูกพังทลายลงด้วยแรงกระแทกจากภายนอก เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทหลายสิบคนก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ และคนที่ก้าวออกมาจากแถวหลังสุดนั้นทำให้ลมหายใจของเอเลน่าขาดห้วงไปทันที
ชายชราผู้สวมหน้ากากเงิน รอยยิ้มที่เผยให้เห็นเพียงริมฝีปากที่เหี่ยวย่นนั้นช่างคุ้นตาอย่างประหลาด เพราะมันคือรอยยิ้มเดียวกับที่เอเลน่าเห็นในกระจกทุกครั้งที่เธอส่องดูตัวเองในยามค่ำคืน
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... หลานสาวของฉัน”
ความลับที่กักขังไว้ในจดหมายมรณะกำลังจะถูกเปิดเผย พร้อมกับความตายที่คืบคลานเข้ามาในรูปแบบของสายเลือดที่เธอไม่เคยรู้ว่ามีอยู่จริง!
ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ใจกลางของความมืดมิดไปพร้อมกับเอเลน่าในบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
จูบแรกยามสายัณห์
พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์•ตอนที่ 18
จดหมายจากอดีต
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!