พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์•ตอนที่ 22

การลวงหลอก

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
"อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น เอเลน่า... ผู้คนในห้องโถงนี้ไม่ได้รอชมความโศกเศร้าของคุณ พวกเขาแค่รอจังหวะที่จะเหยียบย่ำซากปรักหักพังที่คุณถือครองอยู่" เสียงกระซิบของคาสเซียน แวน ฮอร์น ดังแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู ในขณะที่มือหนาภายใต้ถุงมือหนังสีดำสนิทของเขาแตะประคองที่เอวคอดกิ่วของฉันอย่างถือวิสาสะ แรงบีบที่เขาส่งผ่านมาไม่ใช่ความทะนุถนอม แต่มันคือการเตือนสติที่แฝงไปด้วยความกดดันภายใต้ชุดสูททักซิโดสั่งตัดพิเศษ ฉันแย้มยิ้ม—ยิ้มที่งดงามและว่างเปล่าที่สุดเท่าที่เคยฝึกฝนมา ฉันกวาดสายตาผ่านโคมระย้าคริสตัลที่ส่องประกายวับวาวราวกับดวงตานับพันคู่ที่จ้องมองลงมายังงานเลี้ยงเต้นรำของตระกูลเดอ ลาครูซ์ คืนนี้ทุกอย่างดูหรูหราจนน่าอึดอัด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมปนเปกับกลิ่นไวน์ชั้นเลิศ แต่มันไม่อาจกลบกลิ่นคาวเลือดที่ยังคงฝังลึกอยู่ในความทรงจำที่หายไปของฉันได้ "คุณพูดเหมือนกับว่าคุณไม่ใช่หนึ่งในฝูงหมาป่าพวกนั้นนะคะ คาสเซียน" ฉันตอบกลับโดยไม่หันไปมองใบหน้าคมสันนั่น สองมือของฉันประสานกันไว้แน่นใต้ถุงมือลูกไม้สีขาว "หรือที่จริงแล้ว คุณคือจ่าฝูงที่กำลังรอจังหวะตะปบเหยื่อที่บาดเจ็บให้ขาดใจในคราวเดียว?" คาสเซียนแค่นหัวเราะในลำคอ แรงบีบที่เอวของฉันผ่อนลงเพียงเล็กน้อย แต่สายตาของเขาที่มองไปเบื้องหน้ากลับเย็นเยียบ "ถ้าผมอยากจะฆ่าคุณ ผมคงไม่พาคุณมายืนอยู่บนจุดสูงสุดของห้องโถงนี้ให้คนเขารุมสาปแช่งหรอก... การแสดงครั้งนี้สำคัญกว่าที่คุณคิด เอเลน่า อย่าปล่อยให้ความเกลียดชังทำลายจังหวะก้าวของเรา" ดนตรีวอลซ์จังหวะเชื่องช้าเริ่มบรรเลง คาสเซียนจูงมือฉันออกไปกลางฟลอร์เต้นรำ ท่ามกลางสายตาของเหล่าชนชั้นสูงที่จับจ้องมาเป็นจุดเดียว หลายคนกระซิบกระซาบถึงเรื่องความสัมพันธ์อันน่ากังขาของ 'ทายาทที่ล่มสลาย' กับ 'ปีศาจผู้มั่งคั่ง' บ้างก็ว่าฉันเอาตัวเข้าแลกเพื่ออำนาจ บ้างก็ว่าเขาแค่กำลังเล่นสนุกกับของเล่นชิ้นใหม่ ฉันหลับตาลงชั่วขณะ ก่อนจะทิ้งตัวลงตามจังหวะนำของเขา มือของเขาที่แตะแผ่นหลังของฉันให้ความรู้สึกเหมือนเหล็กกล้าที่ถูกหุ้มด้วยกำมะหยี่ เขานำทางฉันไปในวงล้อมของนักเต้นคนอื่นๆ อย่างมั่นคง ทุกก้าวย่างของเขาสมบูรณ์แบบและเลือดเย็น "มองหน้าผม" เขาออกคำสั่งเสียงเข้ม ฉันลืมตาขึ้น สบเข้ากับดวงตาสีเทาอมฟ้าที่ลึกซึ้งราวกับห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้ง ในนั้นไม่มีความรัก มีเพียงกลยุทธ์และผลประโยชน์ "ยิ้มให้มากกว่านี้หน่อย" เขาพูดขณะหมุนตัวฉัน "ทำเหมือนว่าคืนนี้คือคืนที่คุณมีความสุขที่สุดในโลก... ทำเหมือนว่าเราคือคู่รักที่กำลังหลงระเริงในห้วงแห่งความรัก ไม่ใช่ศัตรูที่กำลังเต้นรำอยู่บนกองเพลิง" "มันยากนะคะ" ฉันกระซิบ "ที่จะต้องซ่อนมีดไว้ในแขนเสื้อ ในขณะที่มืออีกข้างต้องจับมือคนที่อาจจะเป็นคนบงการความตายของครอบครัวฉัน" คาสเซียนชะงักไปครู่หนึ่ง จังหวะการเต้นของเขาไม่เปลี่ยน แต่สายตาของเขาวูบไหวเพียงเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีที่สั้นจนเกือบจะมองไม่เห็น หากฉันไม่ได้จ้องมองเขาด้วยความระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา ฉันคงพลาดมันไปแล้ว "ความทรงจำของคุณยังไม่กลับมาเต็มร้อย เอเลน่า" เขาโน้มตัวลงมาจนปลายจมูกของเราเกือบจะสัมผัสกัน กลิ่นยาสูบจางๆ จากตัวเขาทำให้ฉันใจสั่นโดยไม่รู้สาเหตุ "อย่าเพิ่งสรุปว่าใครคือศัตรูจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม... บางที ความจริงที่คุณตามหา อาจจะน่ากลัวกว่าสิ่งที่ผมเป็นอยู่หลายเท่า" คำพูดนั้นทำให้ฉันชะงักกึก เพลงวอลซ์ยังคงบรรเลงต่อไป แต่รอบกายของฉันเริ่มพร่าเลือน ความรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังจ้องมองมาจากมุมมืดของระเบียงชั้นสองทำให้ขนอ่อนที่ต้นคอของฉันลุกชัน ฉันพยายามกวาดสายตาไปรอบๆ แต่แสงไฟที่สาดส่องทำให้ทุกอย่างกลายเป็นเงาที่บิดเบี้ยว "มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล" ฉันพึมพำ คาสเซียนกระชับมือแน่นขึ้นทันที เขาใช้ร่างสูงใหญ่ของเขากำบังฉันจากสายตาของแขกในงาน "อย่าตื่นตระหนก แสดงละครของคุณต่อไป... เรากำลังถูกจับตามอง แต่ไม่ใช่จากฝูงหมาป่าพวกนี้" เขาสัมผัสได้ถึงมันเหมือนกัน? ทันใดนั้นเอง จังหวะดนตรีที่กำลังเร้าอารมณ์ก็สะดุดลงชั่วขณะ ไฟในห้องโถงกะพริบถี่ๆ ราวกับจะดับลง ก่อนที่เสียงแก้วไวน์ตกแตกดังสนั่นจากฝั่งระเบียงจะทำลายความเงียบสงัดลง ความโกลาหลเริ่มต้นขึ้นเมื่อร่างหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากความมืดเบื้องบน ท่ามกลางความตื่นตระหนกของแขกเหรื่อ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของฉันแทบหยุดเต้นไม่ใช่การตกของร่างนั้น... หากแต่เป็นสิ่งที่เขากำอยู่ในมือ ร่างที่ไร้วิญญาณนั้นสวมแหวนตระกูลวอน เดอ บรูค ของฉันที่หายไปในคืนที่ครอบครัวของฉันเสียชีวิต... แหวนวงที่ฉันเคยคิดว่าถูกขโมยไปพร้อมกับความทรงจำของฉัน และคาสเซียน... เขาก็เห็นมันเช่นกัน แววตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นความอำมหิตที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน ในขณะที่เขาดึงตัวฉันเข้าไปหลบหลังร่างของเขา แล้วกระซิบคำที่ทำให้โลกทั้งใบของฉันพังทลาย "แผนการเปลี่ยนไปแล้ว เอเลน่า... เพราะคนที่ตายอยู่ตรงหน้านั่น คือคนที่คุณควรจะได้รับคำสั่งให้ฆ่าตั้งแต่วันแรกที่เราพบกัน... เขาคือพยานปากเอกเพียงคนเดียวที่รู้ว่าผมไม่ใช่ศัตรูของคุณ แต่เป็นคนเดียวที่กำลังปกป้องคุณจากคนในตระกูลของคุณเอง" ประตูห้องโถงใหญ่ถูกกระแทกเปิดออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกองกำลังติดอาวุธที่คุ้นตา... กองกำลังที่ติดตราสัญลักษณ์ของตระกูลฉันเอง ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ใจกลางของความมืดมิดไปพร้อมกับเอเลน่าในบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ จูบแรกยามสายัณห์
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%